วันที่ พุธ มกราคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อข้าพเจ้ายังทันได้พบกับอาจารย์ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ตื่นเต้นมาก แต่ทว่า...!!


เมื่อข้าพเจ้ายังทันได้พบกับอาจารย์ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์
 
ตื่นเต้นมาก แต่ทว่า...!!
 
 
 
 
เรื่องนี้ เห็นทีคงจะต้องย้อนวันวาน ถอยหลังกลับไปไกล

พอสมควรครับ  สักประมาณ 50 กว่าปีเห็นจะได้
 
หลังจากผมสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ม.8

จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สายวิทยาศาสตร์

ในปี 2503 แล้ว
 

(สมัยก่อน ภาษาชาวบ้านมักนิยมเรียกว่า จบ ม.8

ก็เป็นอันรู้กัน)

 
  
ปี 2504 สอบเข้าเรียนคณะเศรษฐศาสตร์
 
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้
 
(ขณะนั้นอายุย่าง 17 ปี)
 

เริ่มเรียนปี 1   สมัยนั้นตึกคณะเศรษฐศาสตร์ ยังอยู่ที่ปีก

ตึกโดม ด้านใกล้กับต้นโพธิ์ธรรมศาสตร์
 
 
 
สมัยผมเรียนอยู่ปีแรก ในปี 2504 นั้น บริเวณหน้าตึกโดม

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังเป็นสนามหญ้าเขียวขจีกว้างไกล

เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนเย็นสบาย สุดสนามหญ้าด้าน

ท่าพระจันทร์ มีร้านอาหารนายกิ๊ด 
 
 
 
ตึกคณะศิลปศาสตร์ (ที่อยู่บริเวณต้นโพธิ์ธรรมศาสตร์)
 
ยังไม่ได้สร้าง (รุ่นหลังไป เข้ามาเรียนใหม่ ต้องผ่านเรียน
 
คณะศิลปศาสตร์ก่อน จึแยกไปเรียนคณะอื่น ที่ได้เลือกไว้ได้)
 
 
 
(ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ใกล้ท่าช้างวังหน้า  ขณะนั้น

ยังมีกองทหารบกประจำการอยู่ด้วย เดินกันขวักไขว่ไปมา

ปะปนกับนักศึกษา ต่อมาภายหลัง ก็ค่อยๆ ถอนกำลังออกไป
 
จากบริเวณมหาวิทยาลัย จนหมด)
 
 
 
หลักสูตร 4 ปี ของคณะเศรษฐศาสตร์ ที่ผมเรียน
 
เมื่อเรียนครบ สอบได้ทุกวิชาแล้ว

(แต่ละวิชา จะต้องสอบได้เกิน 60 % ขึ้นไป จึงจะถือว่า
 
สอบได้วิชานั้นๆ)  และจะต้องเข้าสอบปากเปล่าให้

ผ่านด้วย  ซึ่งอาจารย์มีสิทธิ์จะถามในวิชาที่สอบได้
 
ผ่านมาแล้วทั้ง 4 ชั้นปี ได้ทั้งหมด  อาจารย์สอบปากเปล่า
 
จะมีด้วยกัน 4-5 ท่าน
 
 
 
 
 
 
ปี 2508 เมื่อข้าพเจ้าสอบได้ทุกวิชาแล้ว ก็ไปเข้าสอบ

ปากเปล่า

(นักศึกษาจะกลัวกันมากเพราะไม่รู้ว่า อาจารย์จะถามอะไร

เพราะวิชาที่เรียนมาตั้งแต่ปี 1-4 มีมากไม่ใช่น้อยทีเดียว

คาดเดายากจริงๆ) ใจเต้นระทึกโดยทั่วกัน
 
 
 
ห้องสอบปากเปล่า อยู่ชั้น 2 ของคณะฯ  เป็นห้อง

ทำงานคณบดีนั่นเอง  พอข้าพเจ้าโผล่เข้าไปในห้อง

ก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อย เพราะอาจารย์ 4-5 ท่านที่นั่งเรียงกันนั้น
 
ระดับ ศาสตราจารย์ ดร. กันทั้งนั้น แถมใส่ครุยปริญญาด้วย
 

(เหมือนสอบแต่ละวิชา ก็มีอาจารย์ใส่ครุย มาเดินคุมสอบด้วย
 
จะทำให้นักศึกษาเกรงขามกระมัง ก็ไม่รู้ได้)  แล้วมี

ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ นั่งอยู่ตรงกลาง

(ไม่นึกว่าจะเป็น อาจารย์ ดร.ป๋วยฯ เพราะท่านเพิ่งจะมา

รับตำแหน่งคณบดี เมื่อไม่นาน)
 

 

แต่อาจารย์ ดร.ป๋วยฯ ท่านไม่เคยสอนข้าพเจ้ามาก่อนเลย 
 
แต่เคยเห็นท่านขับรถยนต์คันเล็กๆ สีแดง มาที่คณะฯ
 
หลายครั้งแล้ว และท่านมักเข้ามาพูดคุยหยอกล้อกับ
 
นักศึกษาเป็นประจำเป็นกลุ่ม ๆ ท่านเข้ากันกับนักศึกษาได้ดี)
 
 
 
 
เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปในห้องสอบแล้ว หลังจากทำ

ความเคารพอาจารย์ทุกท่านที่นั่งเรียงรายแล้ว ก็นั่งในที่ๆ
 
จัดไว้ให้ตรงหน้า   ท่านอาจารย์ป๋วย ก็มองหน้าข้าพเจ้า

อยู่สักครู่ ท่านก็ได้แต่มองหน้าอย่างเดียว ไม่พูดอะไรเลย 
 
อาจารย์ท่านอื่นๆ ก็ไม่พูดเช่นกัน  
 
 
 
แล้วจู่ๆ ท่านอาจารย์ป๋วยฯ เหมือนนึกอะไรได้  ท่านจึงลุก

จากที่นั่ง เดินไปยังโต๊ะทำงานของท่านซึ่งอยู่ห่างออกไป

สัก 2-3 ก้าว  (ท่านไปนั่งจดบันทึกอะไรบางอย่าง

ที่โต๊ะทำงาน สักครู่ใหญ่ ก็ยังไม่กลับมา)
 
 
 
ศาสตราจารย์ ดร.วิญญู วิจิตรวาทการ  ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

ท่าน จึงเอื้อมมือไปหยิบม้วนกระดาษที่เขียนคำถาม

แต่ละข้อ ที่เตรียมไว้ถาม ที่ใส่ในถ้วยแก้ว ตั้งอยู่ข้างหน้า 
 
แล้วท่านก็ถามคำถามข้าพเจ้าทีละข้อ รวม 3 ข้อด้วยกัน 
 
ซึ่งข้าพเจ้าก็ตอบไปทีละข้อ พร้อมคำอธิบายขยายความ
 
เพิ่มเติมในแต่ละข้อจนอาจารย์พอใจ  ท่านจึงบอกว่า

เสร็จแล้ว กลับได้  (ศาสตราจารย์ ดร.วิญญูฯ ท่านได้มา

สอนผม ในหลักสูตรปริญญาโทของคณะฯ ในวิชา

การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจอีก  สมัยนั้น ถ้าใครมี

คะแนนรวมระดับปริญญาตรีเกินกว่า 70 % ก็สามารถ
 
ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้โดยอัตโนม้ติ)
 
 
 
อีกไม่นานถัดมา  ผลประกาศสอบปากเปล่าออกมา
 
ข้าพเจ้าได้คะแนนสอบปากเปล่า 90 คะแนน จาก

คะแนนเต็ม 100 คะแนน  จึงเป็นอันว่าโล่งใจมากๆ

ที่สอบปากเปล่าได้ และสำเร็จการศึกษา
 
 
 
(จึงใคร่ขอบันทึกไว้ ให้ทราบกันว่า ในสมัยก่อน

มีการสอบปากเปล่าในระดับปริญญาตรี ก่อนจบด้วย)
 
 
ก็มีความภาคภูมิใจที่ได้สำเร็จการศึกษาจากคณะนี้

ซึ่งในสมัยนั้น โดยทั่วไป วิชาเศรษฐศาสตร์เป็นวิชา

ที่ยังไม่ได้รู้จักกันน้อยมาก ยังใหม่มากทีเดียว  แต่

คณะเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่เป็นคณะที่ใหม่เลย เป็น

คณะเก่าที่มหาวิทยาลัยได้ตั้งขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่

สมัยแรก รวมอยู่ใน 4 คณะแรกของมหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์ ที่เปิดสอน
 
 
 
และภูมิใจมากที่เพื่อนร่วมรุ่นที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่
 
ได้ทำชื่อเสียงและทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ
 
ไว้มากมายด้วยกัน
 
 
 
 
 
นี่ล่ะ !!  ที่ข้าพเจ้าว่า ยังทันได้พบกับอาจารย์ ดร.ป๋วย

อึ้งภากรณ์ รู้สึกตื่นเต้นมาก  แต่ทว่า... ท่านได้แต่เพียง

มองหน้าอย่างเดียวเท่านั้นเอง  แต่ก็ภูมิใจที่ ใบปริญญาบัตร
 
ได้มีลายเซ็นของท่านปรากฏอยู่ด้วย  และระลึกถึง

บุญคุณที่ท่านได้พัฒนาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย
 
ธรรมศาสตร์ ให้เจริญก้าวหน้าทันสมัย ทัดเทียมนานา
 
อารยะประเทศ และพัฒนาชาติบ้านเมืองไว้มากมาย 
 
โดยท่านไม่ยอมให้นักการเมืองมาแทรกแซงสั่งการอะไร
 
ที่ผิดๆ ไปได้เลย  ท่านได้ยึดมั่นในหลักวิชา อุดมการณ์
 
ของท่าน และชาติบ้านเมืองเป็นหลัก มากกว่าผลประโยชน์
 
อื่นใดอย่างที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว 
 
 

ท่านจึงเปรียบเสมือนผู้นำแห่งความจริง ความงาม และ
 
ความดีทั้งมวล   สมควรจะได้เจริญรอยตามแนวทางหรือ
 
หลักการที่ท่านได้วางไว้และปฏิบัติให้ดู สืบทอดปณิธาน
 
ของท่าน ก็จักประสบแด่ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง
 
และก้าวหน้ามาสู่ประเทศชาติและในชีวิตผู้สืบทอดตลอดไป
 
 
 
***
ภาพประกอบจาก :
 
นิตยสาร National Geographic, 

ฉบับ  มีนาคม 2559  (100 ปี ชาตกาล

ป๋วย อึ๊งภากรณ์)
 
 
จุลสารธรรมศาสตร์ TUNEWS :

ปีที่ 51 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม 2561 
 
 
ขอขอบคุณ

โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net