วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปไหว้รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎกันหรือยังครับ (๑)


ไปไหว้รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎกันหรือยังครับ (๑) 

กำหนดการไหว้รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ ประจำปีนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จนถึงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๒ โดยมีพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มเปิดให้ขึ้นเขาในวันนี้คือวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

ผู้เขียนเคยเดินทางไปขึ้นเขาคิชฌกูฎที่ประเทศอินเดียหลายครั้งแล้ว โดยเดินทางไปกับคณะพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่อบรมที่วิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มีครั้งหนึ่งที่นำภรรยาไปกับคณะด้วย และเนื่องจากเขาคิชฌกูฎเขาสูงชันพอสมควร ประกอบกับสุขภาพในตอนนั้นไม่ค่อยดีนัก จึงได้ให้นั่งเสลี่ยงขึ้นไป โดยมีผู้เขียนวิ่งตามขึ้นไปด้วย ก็เป็นห่วงนี่ครับ ซึ่งหากเป็นตอนนี้คงวิ่งตามไม่ไหวแล้วละครับ ฮิฮิฮิ

ดังนั้น เมื่อภรรยาซึ่งไปกินเลี้ยงกับเพื่อนโทรศัพท์ชักชวนให้ไปเขาคิชฌกูฏที่จังหวัดจันทบุรี โดยเดินทางร่วมกับคณะสำรวจความเรียบร้อยก่อนเริ่มเปิดให้ประชาชนทั่วไปขึ้นเขาในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ก็ตกลงทันที เพราะนอกจากไม่เคยขึ้นแล้ว ยังไม่เคยไปที่นั่นอีกด้วย

หลายท่านคงรู้จักเขาคิชฌกูฏ แล้วว่าอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี แต่บางท่านไม่อาจทราบว่าเขาคิชฌกูฏนั้นเป็นอุทยานแห่งชาติด้วย

เขาคิชฌกูฏ ซึ่งอยู่ที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ เพราะเป็นอุทยานที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ วิวทิวทัศน์สวยงาม เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธ์ได้อย่างเต็มที่

นอกจากเป็นสถานที่ที่สวยงามแล้ว การขึ้นเขาคิชฌกูฏยังได้ไปกราบไหว้บูชารอยพระพุทธบาท เพื่อขอพรให้สมหวังดังที่ตั้งใจไว้ด้วย

แต่การขึ้นเขาคิชฌกูฏนั้น ในปีหนึ่งให้ขึ้นได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ดังที่แจ้งในตอนต้นแล้วว่านปีนี้กำหนดให้ขึ้นชมระหว่าง วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๒ โดยให้ขึ้นได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ท่านผู้อ่านอาจสงสัยเหมือนผู้เขียนว่าเหตุใดปีหนึ่งถึงให้ประชาชนขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาทเพียงปีละ ๒ เดือน เท่านั้น เปิดทั้งปีไม่ได้หรือ

ครับ ก็ต้องไม่ลืมว่ารอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏนั้นอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ซึ่งเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ทั้งหลาย ในช่วงเวลา ๒ เดือน ที่ผู้คนพลุกพล่านก็ไม่อาจออกหากินได้อย่างอิสระ

หากเปิดให้ขึ้นโดยไม่จำกัดช่วงเวลา นอกจากสิงสาราสัตว์จะเดือดร้อน ออกมาหากินทั้งกลางวันหรือกลางคืนไม่ได้แล้ว อาจไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

โดยที่ในระยะนี้ฝุ่นละอองพิษหรือ PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร แม้จะดีลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่บริสุทธิ์เท่าที่ควร ดังนั้น การหาโอกาสออกจาก กทม. ไปหาอากาศบริสุทธิ์ต่างจังหวัดจึงควรกระทำอย่างยิ่ง เป็นการกระจายรายได้สู่ต่างจังหวัดไปด้วย

คณะทั้งหมดมีทั้งสิ้น ๓๘ คน แต่กลุ่มของผู้เขียนมีเพียง ๗ คน เท่านั้น โดยร่วมกันเช่ารถตู้เดินทางจาก กทม. ตั้งแต่เช้าในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทริปนี้มีผู้เขียนเป็นไข่แดง นอกนั้นเป็นผู้หญิงทั้งหมด

แต่เนื่องจากพอมีเวลา จึงใช้เวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่ให้มีประโยชน์ จึงได้แวะนมัสการพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเพื่อเป็นสิริมงคล รวมทั้งชมสิ่งสวยงามตามเส้นทางผ่านด้วย  

สำหรับที่จังหวัดชลบุรีนั้น ได้แวะทำบุญไหว้พระที่วัดพระมหาธาตุเจดีย์มิ่งโมลีศรีบูรพา อำเภอเมิอง จังหวัดชลบุรี

 

วัดนี้มีเจดีย์ใหญ่โตมากครับ สร้างในลักษณะเดียวกันกับพระมหาเจดีย์เจดีย์พุทธคยา ในประเทศอินเดีย ผู้เขียนเคยไปนมัสการพระมหาเจดีย์พุทธคยาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เคยมาสักการะพระมหาเจดีย์นี้

 

จังหวัดระยอง ได้แวะวัดราชบัลลังก์ประดิษฐานราม โดยที่วัดนี้อยู่ใกล้ทะเลน้อย ปากแม่น้ำประแสร์ จึงมีชื่อเล่นว่าวัดทะเลน้อย อยู่ที่ตำบลทางเกวียน ตำบลเมืองแกลง ระยอง

ทะเลน้อยเป็นสถานที่กองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จผ่านเพื่อนำทหารไปตีเมืองจันทบุรี และได้หยุดพักที่บ้านทะเลน้อยนี้ พระเจ้าตากสินได้พระราชทานบัลลังก์ที่ประทับให้ วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดราชบัลลังก์

ได้ไปไหว้พระในอุโบสถหลังเก่าซึ่งมีอายุ กว่า ๓๐๐ ปี และหลวงพ่อโครงหวาย รายละเอียดดูจากภาพถ่ายภาพข้างล่างนี้ พร้อมๆ กับเจดีย์ซึ่งคงสร้างในสมัยเดียวกัน

 

ขอชื่นชมพระที่วัดและชุมชนที่ยังอนุรักษ์ของโบราณไว้ให้ลูกหลานได้ชม หากเป็นวัดอื่นเมื่อสร้างอุโบสถใหม่ก็จะทุบอุโบสถเก่าทิ้ง

สมัยที่ผู้เขียนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ. ได้นำนักบริหารระดับสูงไปดูงานการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ

นายกเทศมนตรีสรุปรายงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความภาคภูมิใจว่าสามารถทุบเจดีย์ทิ้งเพื่อสร้างถนนที่สวยงามเลียบแม่น้ำได้สำเร็จ ในขณะที่นายกเทศมนตรีคนเก่าๆ ทำไม่ได้ โดยหารู้ไม่ว่าได้ทำลายสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยก่อนไปแล้ว

หยุดเถิดนะครับ หยุดทำลายศิลปวัฒนธรรมของไทยและประเพณีอันดีงามของไทย สิ่งเหล่านี้คือประวัติศาสตร์ชาติไทยซึ่งเป็นรากเหง้าของคนไทย เก็บไว้ให้ลูกหลานไทยได้ศึกษา ได้ภูมิใจในความเป็นไทยที่มีมาช้านาน ทั้งนี้ จะได้ไม่ต้องถูกวัฒนธรรมของต่างชาติมากลืนจนไม่เหลือความเป็นไทย

ขออนุญาตชื่นชมสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ในโอกาสนี้ด้วย ที่ได้ตกแต่งสนามบินให้สวยงาม ประทับใจ โดยใช้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่าว่าแต่คนต่างชาติจะกรี๊ดกร๊าดกันเลยครับ ผู้เขียนก็ยังเป็นกับเขาด้วยเดินถ่ายรูปทุกมุมเลยครับ

 

ก่อนจะไปไกล กลับมาที่วัดวัดราชบัลลังก์กันใหม่ครับ ได้ไปไหว้ศาลพระเจ้าตากสินและไปไหว้บัลลังก์ที่ประทับซึ่งได้รับการบูรณะใหม่ โดยมีภาพถ่ายบัลลังก์เดิมไว้ให้ชมด้วย

 

ถึงเวลากลางวันก็ต้องกินครับ จึงแวะร้านจันทรโภชนา ซึ่งเป็นร้านอาหารตำรับดั้งเดิมของจันทบุรี กินที่ร้านแรกซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนเบญจมราชูทิศ  

สั่งอาหารดั้งเดิมหลายอย่าง เช่น หมูชะมวง น้ำพริกไข่ปู แจ้งว่า ผัดผักกูด ถั่วฝักยาวผัดกะปิใส่กุ้งแห้ง ปลาผัดกระวาน แกงป่าปลาเห็ดโคน ปลาต้มส้มกระวาน ตบท้ายด้วยสละลอยแก้ว แต่ไม่ได้โชว์รูปหมดหรอกครับ ทุกคนชอบและมีความสุขกับการกิน

 

หลังจากกินอาหารกลางวันแล้ว ก็ได้เดินทางไปที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและศาลหลักเมืองจันทบุรี ซึ่งอยู่ติดกัน โดยได้ไปสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก่อน ส่วนศาลหลักเมืองนั้น เนื่องจากภายในกำลังปรับปรุงจึงได้แต่ไหว้อยู่ภายนอก

 

แล้วก็เช็คอินที่โรงแรม Hop Inn มีเรื่องต้องเน้นย้ำสำหรับข้าราชการบำนาญสักนิดก็คือหากเดินทางไปท่องเที่ยวส่วนตัวต้องพกบัตรประจำตัวข้าราชการไปด้วยนะครับ เพราะโรงแรมต่างๆ เขาลดราคาให้ข้าราชการบำนาญเป็นพิเศษ

 

หากจะนำเสนอจนจบเรื่องก็อาจจะยาวเกินไป ขอจบรายการตอนแรกเพียงแค่นี้ ตอนหน้าค่อยนำเสนอการเที่ยวที่อืนอีกสักนิดแล้วนำขึ้นเขาไปไหว้รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ นี้ พร้อมๆ กับประชาชนทั่วไปกันนะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net