วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มิงกาละบาร์ เทียวเมียนมาร์ 2 วัน


 

ปลายเดือนมกรา พาแม่ไปไหว้พระที่พม่า 2-3 วัน  เป็นการเดินทางที่จองตั๋วตั้งแต่ปีที่แล้ว  โปรลดแอร์เอเชีย ทำให้มีโอกาสพาแม่ไปไหว้พระต่างประเทศครั้งแรก

            โปรแกรมนี้ตอนซื้อตั๋ว ตั้งใจไปแค่ไหว้เจดีย์ชเวดากอง ที่เมืองย่างกุ้ง เพราะอ่านประวัติเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามีตำนานเรื่องเล่าที่น่าสนใจและน่าเลื่อมใส  ตอนไปรู้บ้างไม่รู้บ้าง ต้องกลับมาอ่านหนังสือตาม (ทุกที)

            ส่วนเรื่องเดินทาง โชคดีที่ตอนหาข้อมูลรถเช่า เจอนามบัตรที่ชาวพันทิปแนะนำไว้ว่า  Taxi driver ชื่อ Aung Ko บริการดีใช้ได้  เราเลยแอดไลน์คุยจนตกลงราคากันทางไลน์ไว้ แต่มาถึงวันจริง Taxi driver ที่มาชูป้ายชื่อรับเรา เป็นน้องชายแทน ชื่อ Ko Moe Lay  

            พ่อหม่องโก โม เล นี้ พูดไทยได้เยอะอยู่ แทบไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษมาก เพราะเราก็ไม่คล่อง ฮ่า  โกโมเลถามแม่ว่า แม่อายุเท่าไหร่ แม่บอกว่า 74 หม่องโกบอก เท่าอองซานซูจีเลย นางเลยเรียกแม่เราว่า “แม่” ตลอดทริป 2 วัน

            โปรแกรมสองวัน เจากเดิมที่จะไหว้พระเฉพาะในย่างกุ้ง Aung Ko ได้เตรียมไว้ให้ว่าจะไปพะโค หรือหงสาวดี (Bago)    แต่ไม่ขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนกลัวแม่ก็จะขึ้นลำบาก ต้องนั่งเสลี่ยงอย่างเดียว อีกอย่างกลัวไม่ทันเที่ยวบิน

            วันแรกไปไหว้พระเกษาธาตุที่เจดีย์โบตาตาว ไหว้เทพทันใจ เทพกระซิบ และพระเจ้างาทัตจี พักยกด้วยแวะตลาดใหม่ใกล้ๆ ซื้อผ้าถุงมาหลายผืน  ตามด้วยพระนอนตาหวาน หรือพระพุทธไสยยาสน์เจ๊าทัตตี  ไหว้พระธาตุ ที่วัดพระเขี้ยวแก้ว ตลาดสก๊อต โบจ๊กอองซาน และจบวันด้วยไปไหว้เจดีย์ชเวดากอง

            วันนี้ไปที่ไหนก็เจอแต่คนไทย โกโมเลบอก เสาร์อาทิตย์คนไทยมาเยอะมาก ส่วนใหญ่ที่เห็นมาเป็นกลุ่ม กลุ่มเล็กๆบ้าง มากับทัวร์บ้าง

            พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก็พูดไทยได้ ขายของคนไทยต่อราคา ถามราคาได้สบาย ผ้าถุงราคาไม่แพง มีตั้งแต่ 100,150, 300-500 จนเหยียบพัน  แล้วแต่ประเภทของผ้า รอบนี้มาพม่าไม่ได้ตั้งใจซื้อผ้าเพราะที่มียังเวียนใส่ไม่ครบ  ฮา แต่เห็นแล้วราคาไม่แพง แม่เลยเอามาฝากเพื่อนด้วย เราเอามาฝากน้องสาวด้วย

            ตกเย็นสัก 5 โมง โกโมเลพาเราไปจอดรถด้านหลังเจดีย์ชเวดากอง ขึ้นลิฟต์ไปข้างบน และเดินถ่ายรูป โกโมเล อาสาถ่ายรูปให้ตลอดทริป ซึ่งถ่ายรูปออกมาสวยใช้ได้   โกโมเลพาเข้าไปนั่งไหว้พระที่ลานกลางแจ้ง ที่หน้าพระเจดีย์ท่ามกลางคนพม่าและนักท่องเที่ยว  ทำบุญด้วยปัจจัยแบ้งค์พม่าบ้าง แบ้งค์ไทยบ้าง  เห็นแบ้งค์รูปในหลวงอยู่ในตู้บริจาคหลายที่เลย   

            พอแม่เดินมากทั้งวันเริ่มเมื่อยไม่ไหว เลยนั่งพักในศาลาที่เขานั่งสวดมนต์ และออกมานั่งมองเจดีย์ด้านนอกรับลมใกล้โพล้เพล้   มีทั้งคนพม่า คนไทย ฝรั่ง จีน มาไหว้พระ เราเห็นเด็กหนุ่มฝรั่งคนนึงมานั่งแถวหลังๆเรา สวดมนต์นั่งสมาธิอยู่เป็นนานสองนาน  ภาพวิถีชีวิตที่เจดีย์ชเวดากองให้ความรู้สึกหลายอย่าง  ได้เห็นคนพม่าพากันถือไว้กวาดช่วยกันกวาดพื้นลานรอบๆเจดีย์ นักท่องเที่ยวฝรั่งมาเห็นก็เอาไม่กวาดมาช่วยกวาดบ้าง 

             คนพม่ายังนุ่งชุดแต่งกายพื้นเมือง นุ่งโสร่ง ผ้าถุง ยังไม่ได้รับวัฒนธรรมตะวันตกมากเหมือนของเรา  เวลาเข้าวัดต้องถอดรองเท้า เราเตรียมตัวมาด้วยใส่รองเท้าแตะส้นเตี้ย  วัดแรกๆ ต้องถอดไว้หน้าประตู พอหลังๆ วัดบางวัดเขาให้ถอดรองเท้าไว้ตั้งแต่ด้านนอก ถึงว่า โกโมเลบอกว่า “รองเท้า.. ในรถ !! ”  ตอนแรกฟังไม่ออก อึ้งไปพัก ถึงร้องอ๋อ ... พอวัดหลังๆเลยรู้ทันที จอดรถปุ๊ป โกโมเลบอก .”รองเท้าในรถ!!” .. เราสองคนเลยถอดไว้ แล้วเดินเท้าเปล่าลงรถ  มาคุยกับแม่ เออ อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องคอยนึกว่าจอดรองเท้าไว้ที่ไหน .. อ๋อ รองเท้าเราอยู่ในรถแล้ว 5555

              วันที่สองวันกลับ เดินทางออกจากย่างกุ้งไปพะโค ใช้เวลาตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง ถึงประมาณ 10 โมงกว่า โกโมเลพาไปไหว้พระธาตุมุเตา หรือเจดีย์ชเวมอดอว์  เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่พระมหากษัตริย์พม่า รวมถึงสมเด็จพระนเรศวรฯของไทยเราเคยมาที่นี่แล้ว ว่ากันว่าเจดีย์องค์นี้เคยถูกทำลายสมัยที่มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่ยอดเจดีย์กลับไม่ถูกทำลาย เพียงแค่ยอดหักลงมานิดหน่อย จึงทำให้เชื่อกันว่าถ้าได้มาไหว้ เอาหน้าผากแตะที่ก้อนหิน และเอาไม้ค้ำยันไว้ ถึงแม้ชีวิตจะตกต่ำแค่ไหน ก็ไม่ถึงที่สุด โกโมเลได้แนะนำให้เราทำตามชางพม่าท่านอื่นๆ และมีเด็กหนุ่มชาวพม่าท้องถิ่นมาคอยแนะนำ พูดไทยได้ด้วยและมาขอตัง เราเลยให้ไปเป็นทานเล็กๆน้อยๆ

            จากนั้นเราก็ไปพระราชวังพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งเป็นพระราชวังที่จำลองบนสถานที่จริง ข้างในจะมีแสดงตอไม้ที่หลงเหลือจากไฟไหม้ ด้านในมีบอร์ดนิทรรศการบรรยายเรื่องราวต่างๆ แม้จะเป็นของใหม่ แต่ก็ยังคงความงาม ทำให้พลอยนึกถึงภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เค้าคงจำลองท้องพระโรงต่างๆมาจากของจริงที่นี่บ้าง

            บริเวณใกล้ๆพระราชวังบุเรงนอง โกโมเลชี้ให้ดู ศาลพระสุพรรณกัลยา และพระตำหนักจำลองของท่าน ซึ่งเราไม่ได้ลงไปไหว้ แต่ยกมือไหว้บนรถแทน แม่บอกว่า สงสารท่าน

 

ซากไม้พระราชวังที่หลงเหลือ

            จากพระราชวัง เราไปต่อที่วัดพระนอนตาหวานที่พะโค หรือพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว  องค์นี้ใหญ่มาก ดูใหญ่กว่าที่ย่างกุ้ง แต่ริมฝีปากท่านเป็นสีชมพู ดูซีดกว่าที่ย่างกุ้ง แม่และเราเห็นเหมือนกันว่า พระนอนตาหวานที่ย่างกุ้งดูสวยงามกว่า มีสีสันสดใสกว่า แต่ก็งามเหมือนๆกันนะ อ้อ ที่วัดพระนอนตาหวาน มีร้านค้าขายของฝาก พวกเครื่องเงิน ไม้แกะสลัก และผ้าพื้นเมืองด้านล่างก่อนขึ้นบันได ราคาถูกกว่าที่ตลาดย่างกุ้งเสียอีก เสียดายเราจัดมาแล้วซะหลายผืนที่ตลอดสก๊อต เลยได้แค่ผืนเดียว แม่ค้าที่นี่พูดไทยได้คล่องปร๋อทีเดียว

            สุดท้ายของวันนี้ก่อนจบทริป เราได้ไปไหว้พระสี่หน้า ที่หันหน้าไปสี่ทิศ ที่วัดเจดีไจ๊ปุ่น เจดีย์นี้สร้างโดยพระเจ้าบุเรงนอง มีเรื่องเล่าว่า พระธิดา 4 พระองค์ของกษัตริย์มอญพระองค์หนึ่งเป็นผู้สร้าง โดยสาบานกันว่าจะอุทิศตนเพื่อพุทธศาสนาโดยไม่แต่งงาน แต่มีองค์หนึ่งเกิดพบรักกับชายหนุ่ม พระพุทธรูปองค์หนึ่งเลยพังลงมา แต่บางตำนานก็บอกว่า มีด้านหนึ่งพระพุทธรูปพังเพราะแผ่นดินไหว สังเกตุว่าจะมีอยู่องค์หนึ่งที่พระพักตร์แตกต่างจากองค์อื่น จมูกจะโด่งกว่า ตอนเราไปก็ไม่ได้สังเกตและไม่ได้อ่านประวัติไป ได้แต่รู้สึกว่าหน้าแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน สวยกันไปคนละแบบ

            ทริปนี้เสียดายที่เวลาไม่ทันสำหรับขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน โกโมเลมาส่งเราที่สนามบิน และบอกแม่ว่า แม่ๆ มาอีกนะรอบหน้า จะพาไปพระธาตุอินทร์แขวน รักษาให้ขาหายดีเดินได้เก่งๆ แล้วก็ยกมือไหว้เราตอนจ่ายตังค่ารถแล้วก็แยกย้าย

.. ไว้ไปเยี่ยมอีกนะ อาจจะเป็น พุกาม .. พระธาติอินทร์แขวน :)

เผื่อใครสนใจ

 ผ้าพื้นเมืองพม่าที่ตลาดสก๊อต แค่ส่วนหนึ่งนะเนี่ย

 

ขนมที่ซื้อมา มีอันนี้อร่อยสุดละ ถั่วตัดมันๆ หวานหร่อย

 

           

           

การเดินทาง เขียนด้วยแอพ VOLO

 

โดย ว่านแสงจันทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net