วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อัดจาตุรนต์มัวแต่รับใช้เจ้านายหนีคดี// ยันรบ.ยุคชวนทำผลงานให้ชาวใต้เพียบ


             3 กุมภาพันธ์ 2562

          อันที่จริงการหาเสียงเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานสองนานแต่อย่างไรเลย เพราะควรนำนโยบายและแนวทางส่วนตน

มาเผยแพร่ก็พอ แต่นักการเมืองของไทยมักจะร้องแรกแหกกระเฌออ้างว่าเวลาน้อยไปอยู่เสมอ

         สำหรับการหาเสียงของบางคน ที่ชอบแกว่งปากแขวะใครต่อใครนั้น พอมาถึงยุคนี้ถูกเรียกว่าเป็นไดโนเสาร์ไปแล้ว ถ้าเลิก

การทะเลาะเบาะแว้งแล้วเอาเวลามาเป็นการแถลงนโยบายอย่างที่ว่าจะมิดีกว่าหรอกหรือ ... ผ่าเถอะ เอ้า ...

 

รองโฆษกปชป.ชกข้ามรุ่น!อัด'จาตุรนต์'มัวแต่รับใช้'เจ้านายหนีคดี'จนไม่มีเวลาตามข่าว

รองโฆษกปชป.ชกข้ามรุ่น!อัด'จาตุรนต์'มัวแต่รับใช้'เจ้านายหนีคดี'จนไม่มีเวลาตามข่าว

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 16.19 น.

"น้องแนน"ชกข้ามรุ่น! อัด"ลุงอ๋อย"รับใช้คนหนีคดีจนไม่มีเวลาตามข่าว หลังโพสต์ถาม"นายหัวชวน"ทำอะไรให้คนใต้

3 ก.พ.62 ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ตั้งคำถามถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีผลงานอะไรให้คนภาคใต้ รวมทั้งระบุว่า "ยอมกระทั่งชมรัฐบาลเผด็จการที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งประเทศ" ว่า ตนเชื่อว่า นายจาตุรนต์ คงความจำไม่ดี ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าพรรคการเมืองไหนที่เคยบอกว่า ใครไม่เลือกเราจะไม่พัฒนา ซึ่งการทำงานการเมืองสร้างสรรค์ควรเริ่มต้นด้วยพรรคการเมืองที่ไม่โกงชาติบ้านเมือง และเคารพกฎกติกาภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

"นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่ท่านอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย กล่าวถึงไม่ว่าจะเป็นกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โครงการนมโรงเรียน และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ล้วนยกระดับความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของทุกคนในประเทศ โดยเด็กนักเรียนที่ยากไร้ได้รับโอกาสทางการศึกษาแล้วกว่า 5 ล้านคน และไม่เลือกปฏิบัติต่อประชาชน อีกทั้ง ดิฉันเห็นว่า ไม่เคยมีใครออกมาร้องเรียนว่านโยบายเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเหมือนกับนโยบายของพรรคการเมือง บางพรรค และพรรคประชาธิปัตย์อยู่เคียงข้างประชาชนและคอยเรียกร้องแทนประชาชนมาโดยตลอด" น.ส.ศิริภา กล่าว

น.ส.ศิริภา กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่ยางพาราตกต่ำทางพรรคฯ ก็ได้ทำหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลหามารตราการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด ขณะที่รัฐบาลบางรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขเรื่องราคายางพาราตกต่ำ แต่ในรัฐบาลสมัยที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เคยทำและได้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำสำเร็จมาแล้ว และสามารถทำราคายางได้ถึง 180 บาท ต่อกิโลกรัม ดังนั้น ตนจึงสงสัยว่าบางคนคงมัวแต่รับใช้เจ้านายที่หนีคดีจนไม่มีเวลามาติดตามข่าว ใส่ใจความเป็นอยู่ของประชาชน ที่สำคัญอย่าดูถูกประชาชนว่าเงินจะสามารถซื้อคนได้ และเชื่อว่าชาวบ้านจะเลือกคนดีเข้ามาบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาบ้านเมืองในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

ปชป.ฉะ'อ๋อย'เล่นการเมืองยุคไดโนเสาร์ ยันรบ.ยุค'ชวน'ทำผลงานให้ชาวใต้เพียบ

ปชป.ฉะ'อ๋อย'เล่นการเมืองยุคไดโนเสาร์ ยันรบ.ยุค'ชวน'ทำผลงานให้ชาวใต้เพียบ

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 16.52 น.

รองโฆษกปชป.ฉะ"อ๋อย"เล่นการเมืองยุคไดโนเสาร์ ยันรบ.ยุคชวนทำผลงานให้ชาวใต้เพียบ วอนขอเล่นการเมืองแบบสร้างสรรค์เน้นขายนโยบายให้ปชช.เลือก

3 ก.พ.62 นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวพาดพิงและตั้งคำถามถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ว่าพูดแต่เรื่องเดิมมาอวดอ้างเป็นผลงาน ล้มเหลวในการดูและไม่ได้พัฒนาพื้นที่ภาคใต้อย่างแท้จริง ว่า ความจริงตนไม่อยากจะตอบโต้นายจาตุรนต์ เพราะเป็นการเล่นการเมืองแบบโต้กันไปมา แต่สิ่งที่กล่าวมานั้นไม่เป็นความจริง ขอยืนยันว่าประชาธิปัตย์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนไม่ว่าภาคไหน เราปฏิบัติเท่าเทียมกันโดยเฉพาะภาคใต้ นายจาตุรนต์คงลืมไปว่าถนนสี่เลนส์ในภาคใต้เกิดขึ้นเพราะใคร และยังมีการสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลหลายแห่ง รวมทั้งพัฒนาด้านการท่องเที่ยวสามารถทำให้ภาคใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของโลก และที่สำคัญคือราคาพืชผลทางการเกษตรในยุคที่พรรคเป็นรัฐบาลราคายางพารา ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้สูงเท่าเรา

"ที่สำคัญกว่านั้นเราไม่ได้มุ่งพัฒนาแต่พื้นที่ภาคใต้ แต่เราดูแลพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคอย่างเท่าเทียม เราไม่เคยพูดว่าถ้าไม่เลือกเราแล้วจะไม่ได้งบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ เหมือนอดีตหัวหน้าพรรคบางพรรคเคยพูดไว้" นายเชาว์ กล่าว

นายเชาว์ กล่าวด้วยว่า การที่นายจาตุรนต์กล่าวหาว่านายชวนหยิบยกแต่เรื่องเล็กๆมาพูดและไม่เคยพูดถึงนโยบายที่มีผลมากๆ ต่อประเทศ นั้นไม่เป็นความจริง เพราะสิ่งที่นายชวนหยิบยกมาทั้งเรื่องนมโรงเรียน เบี้ยผู้สูงอายุ หรือกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน ตนขอถามนายจาตุรนต์ว่ากล้าพูดหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์กับประชาชนหรืออย่างไร

ส่วนที่นายจาตุรนต์กล่าวว่าเราจะผลักดันนโยบายได้ต้องไปร่วมรัฐบาล กับ คสช.เท่านั้น นายเชาว์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคไม่เคยแถลงจุดยืนว่าจะไปร่วมกับพรรคการเมืองใด และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ย้ำเสมอว่าเราจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ฉะนั้น ต้องถามว่าใครอยากจะมาร่วมกับเราบ้าง แต่ไม่ใช่ใครก็ได้มาร่วมเพื่อให้เป็นรัฐบาล แต่ต้องก็มีนโยบายและอุดมการณ์ไปในแนวทางเดียวกันคือ ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต และร่วมกันผลักดันนโยบาย แก้จน สร้างคน สร้างชาติ โดยเฉพาะประกันรายได้เกษตรกร

"ผมขอให้นายจาตุรนต์เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ อย่าได้กล่าวพาดพิงโจมตีกันไปมา เพราะเป็นการเล่นการเมืองแบบเก่าๆควรพูดเรื่องนโยบายว่าเราจะทำอะไรให้กับประชาชนเหมือนกับที่พรรคเรากำลังทำอยู่จะดีกว่า" นายเชาว์ กล่าว

‘กรณ์’นำทีมปชป.ลุยหาเสียง ชู‘8 วาระ’พลิกโฉมสมุทรสาคร

‘กรณ์’นำทีมปชป.ลุยหาเสียง ชู‘8 วาระ’พลิกโฉมสมุทรสาคร

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 17.27 น.

‘กรณ์’นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลุยหาเสียง ชู‘8 วาระสมุทรสาคร’พลิกโฉมจังหวัด ยกเครื่องเกษตรกร ประมง การศึกษา มลพิษ ตอกย้ำภารกิจ‘แก้จน สร้างคน สร้างชาติ’

3 ก.พ.62 ที่ จ.สมุทรสาคร นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และประธานจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 เขต ใน จ.สมุทรสาคร ได้แก่  เขต 1 อำเภอเมือง นายกุลวัชร หงษ์คู , เขต 2 กระทุ่มแบน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร และเขต 3 บ้านแพ้ว นายนิติรัฐ สุนทรวร พร้อมเข้ารวมเสวนานำเสนอ 8 วาระเพื่อพลิกโฉมจังหวัดสมุทรสาคร ให้เป็นเมืองใหม่

นายกรณ์ กล่าวว่า การเสวนาในวันนี้ถือเป็นเวทีปราศรัยการเมืองที่สร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ ที่ไม่มีการพูดประเด็นเรื่องความขัดแย้ง ไม่มีการพูดถึงคู่แข่ง จะมีการพูดเพียงในวาระอนาคตที่จะมีผลโดยตรงต่อพี่น้องชาวสมุทรสาครทั้งสิ้น เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องที่จับต้องได้ เป็นวาระที่ทันสมัย ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ส่วนกลางได้เสนอภารกิจหลักของพรรค โดยใช้คำจำกัดความว่า “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ”

ทั้งนี้ ใน 8 วาระดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดหลักของพรรค ในทุกข้อทุกประเด็น อาทิ แก้จน ความเป็นอยู่ของเกษตรกรและพี่น้องชาวประมงที่มีปัญหาเรื่องการดำรงชีวิต สร้างคน เกี่ยวกับการศึกษาในอนาคต จ.สมุทรสาคร จะเปิดโอกาสให้ลูกหลานพูดได้ 3 ภาษา และสร้างชาติ เรื่องของโรงเรียนสีขาว โรงงานสีขาว กำจัดมลพิษและจะทำให้สมุทรสาครเป็นเมืองที่คนอยากแวะมาเที่ยว มาเยี่ยม มาเยียน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ไกล ใกล้นิดเดียว นี่จึงเป็นแนวคิดที่แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ที่มีความทันสมัยอย่างยิ่ง

“ในฐานะประธานกรรมการนโยบายชุดกลางของพรรคฯ  ผมพร้อมสนับสนุนทั้ง 8 วาระเนื่องจากตรงกับภารกิจ “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” ทั้งหมด สอดคล้องกับปัญหาที่ชาวบ้านต้องการทราบว่า ว่า ในเมื่อจังหวัดอื่นๆที่ติดกับกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้าใช้ แต่สมุทรสาครทำไมไม่มี ทั้งที่มีประชากรรวมทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านคน หากรถไฟฟ้าเข้าถึงก็จะสามารถลดปริมาณรถยนต์ในกรุงเทพได้มาก และทำไมถนนพระราม 2 ถึงขุดแล้วขุดอีกเป็นสิบๆปี แล้วไม่เสร็จเสียที ประมงชายฝั่งต้องถูกลอยแพเพื่อแก้ปัญหาให้ประมงพาณิชย์จริงหรือไม่ ทำไมไม่มีโรงเรียนดีๆในจังหวัด ใครหนีเข้าเรียนกรุงเทพฯได้ต้องไปหมด” นายกรณ์ กล่าว

พร้อมกับระบุว่า  นอกจากนี้ยังต้องการให้เอาจริงกับมาตรฐานควบคุมมลพิษโรงงาน 6,000 แห่งใน จ.สมุทรสาคร ตลาดกลางสินค้าเกษตรจังหวัดต้องได้รับการพัฒนา ปัญหาที่ยิบยกมาทั้งหมดนี้ ทีมสมุทรสาครจะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อหาคำตอบให้กับประชาชนเร็วๆนี้

 

‘ไทกร’ปูดโพลลับ‘สันติบาล-กอ.รมน.’ ฟันธงอีสาน‘พปชร.’ได้เก้าอี้เดียว

‘ไทกร’ปูดโพลลับ‘สันติบาล-กอ.รมน.’ ฟันธงอีสาน‘พปชร.’ได้เก้าอี้เดียว

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 15.24 น.

‘ไทกร’ปูดโพลลับ‘สันติบาล-กอ.รมน.’ ฟันธงอีสาน‘พปชร.’ได้เก้าอี้เดียว

3 ก.พ.62 นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “ต้องชนะก่อนจึงรบ” ระบุว่า ใครคือ ส.ส.หนึ่งเดียวของพรรคพลังประชารัฐในอีสาน?

เมื่อผลการทำโพลลับของสันติบาลไปตรงกันอย่างบังเอิญกับการสำรวจลับๆของ กอ.รมน. จาก 116 เขตเลือกตั้งในภาคอีสาน ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากที่สุด ชัวร์ที่สุด คือ นายเอกภาพ พลซื่อ จากจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนตัวเต็งอื่นๆอีกสิบกว่าคนของพรรคพลังประชารัฐต้องลุ้นกันจนวันสุดท้าย

นั่นคือความไม่แน่นอนที่ทำให้แกนนำพรรคพลังประชารัฐรู้สึกหวาดหวั่นไม่มั่นใจ ความหวาดหวั่นนี้ลามไปถึงท่านผู้นำ จนเกิดการสะดุด ลังเล เป็นระยะ

ท่านผู้นำต้องเคยอ่านตำราพิชัยสงครามซุนวู ซึ่งตอนหนึ่งระบุไว้ว่า “แผนการรบที่ได้ประชุมวางแผนไว้จะชี้ให้เห็นถึงชัยชนะ แต่เมื่อยังไม่ได้รบกันก็เนื่องจากต้องพิจารณาทบทวนแผนการโดยละเอียดรอบคอบ ตรงกันข้ามลางแพ้จะปรากฎให้เห็นตั้งแต่ต้นเมื่อการวางแผนการรบไม่ละเอียดรอบคอบ ประสาอะไรกับสงครามซึ่งมิได้วางแผนการเอาเสียเลย ย่อมไม่เห็นทางแห่งชัยชนะ”

โดยสรุปคือ ต้องชนะก่อนจึงเข้าสู่สนามรบ ไม่ใช่รบไปหาทางชนะไป

การเมือง การเลือกตั้ง คือสนามรบในอีกรูปแบบหนึ่ง  หากไม่ชนะก่อนเข้าสู่สนามรบ  ก็มีแต่แพ้กับแพ้เท่านั้นเอง..! #มึงมาไล่ดูสิ

'กฤษฎา'สั่งเลขาฯส.ป.ก.เร่งยึดคืนสวนปาล์มเกือบ8พันไร่จ.กระบี่

'กฤษฎา'สั่งเลขาฯส.ป.ก.เร่งยึดคืนสวนปาล์มเกือบ8พันไร่จ.กระบี่

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 18.43 น.

3 ก.พ.62 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งให้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) รีบเรียกประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินส่วนกลาง เพื่อพิจารณากรณี พ.ต.ท.มล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง รมว.เกษตรฯ ขอให้เร่งรัดการกำหนดพื้นที่เป้าหมายตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 รายแปลง บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด บุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื้อที่ 7,186 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา ที่ผ่านมามีข้อขัดแย้งรุนแรง และมีการใช้อิทธิพลเกิดขึ้นในพื้นที่มาต่อเนื่องระหว่างเอกชน ไม่ยอมออกจากพื้นที่และชาวบ้าน เข้าไปจับจอง เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ ให้ ส.ป.ก.เร่งรัดนำที่ดินดังกล่าวมาจัดสรรให้ประชาชนผู้ยากไร้และเกษตรกร เข้าทำกินให้กับชุมนุมตามนโยบายรัฐบาลโดยเร็วที่สุด

ด้าน พ.ต.ท.มล.กิติบดี เปิดเผยว่า การพิจารณาแก้ไขกรณีบริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด บุกรุกเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.โดยมีการจัดทำร่างแผนที่แนบท้ายประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ลงวันที่ 5 ก.ค.59 รวมจำนวน 3 แปลง เป็นที่ดินหมายเลข No601 เนื้อที่ 7,186 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา ตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินท้องที่ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมกับขอให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินฯ ตรวจสอบข้อมูลการจัดที่ดินในบริเวณพื้นที่ระหว่างแปลงตามร่างแผนที่แนบท้าย รวมพื้นที่โดยรอบว่ามีการจัดที่ดินแล้วหรือไม่อย่างไร เพื่อใช้ในการประกอบจัดทำคำสั่งฯ ต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจังหวัดตรวจสอบแล้ว พบว่า บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม บุกรุกครอบครองปลูกปาล์มน้ำมัน ในเนื้อที่ดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดินที่ของรัฐ แปลงที่ ร.9 ตั้งแต่ พ.ศ.2524 ต่อมากรมป่าไม้ ส่งมอบพื้นที่ป่าสงวนให้ ส.ป.ก.ไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมถึงมีที่ดินพิพาทด้วยระหว่างการแก้ไขปัญหาบุกรุก ส.ป.ก.ได้มีกลุ่มมวลชนหลายกลุ่มบุกรุกที่ดินพิพาท ส่งผลเกิดความยัดแย้งรุนแรง เกิดปัญหาอาชญากรรม ทั้งการใช้อิทธิพล เกิดการแพร่หลายของยาเสพติด ซึ่งอำเภอและจังหวัดเข้าแก้ไขอยู่บ่อยครั้งแต่การใช้ความรุนแรงยังไม่ยุติ และเมื่อวันที่ 7 - 8 ม.ค.บริษัทได้จัดเจ้าหน้าที่รังวัด และใช้รถแบคโฮ เข้าทำการขุดร่องเป็นแนวเขตที่ดินที่มีเอกสารแสดงสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 1,995 ไร่เศษ ระหว่างขุดมีชาวบ้านมาทักท้วงอ้างว่าโฉนดของบริษัทออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้มีการปะทะใช้ความรุนแรงขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม ได้ประชุมกับผู้แทนหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานเกี่ยวข้อง สรุปว่าหากไม่ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 เพื่อแก้ไขปัญหา จะต้องดำเนินการฟ้องขับไล่ และเรียกค่าเสียหายกับบริษัท โดยใช้เวลายาวนานกว่าคดีจะเสร็จสิ้น ทำให้ปัญหาส่งผลกระทบอย่างมาก และเพื่อป้องกันปัญหามวลชนอาจจะบานปลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ซึ่ง ส.ป.ก.เร่งรัดตามคำสั่งฯ นำที่ดินมาจัดสรรรายแปลงโดยด่วนที่สุด จะทำให้ได้ข้อยุติข้อพิพาทในพื้นที่ด้วย

ฝนหลวงแก้ฝุ่นพิษ! ใช้ความชื้นในก้อนเมฆดูดซับฝุ่นละออง

ฝนหลวงแก้ฝุ่นพิษ! ใช้ความชื้นในก้อนเมฆดูดซับฝุ่นละออง

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 18.34 น.

3 ก.พ.62 นายปนิธิ เสมอวงษ์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยผลปฏิบัติการฝนหลวงแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ว่าหน่วย จ.ระยอง ได้ขึ้นบินช่วง11.00 น.ขึ้นบินโปรยสาร แนวจ.ปทุมธานี ลักษณะเมฆมีความหนามากขึ้น เวลา13.30 น. จะมีกลุ่มเมฆมากขึ้น ไหลมาถึงกรุงเทพฯชั้นใน ใช้ความชื้นในก้อนเมฆเหล่านี้ช่วยดูดซับฝุ่นละอองได้ระดับหนึ่ง ต่อจากนั้นกลุ่มเมฆสลายตัวไม่สามารถพัฒนาตัวไปถึงระดับ 1 หมื่นฟุต วันนี้จึงไม่มีฝนตก

ส่วนหน่วยฝนหลวงจ.นครสวรรค์ พบว่า อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีค่าฝุ่นละออง สูงจะเกินมาตรฐาน ให้หน่วยฝนหลวงช่วยบรรเทา โดยช่วงเช้าได้ขึ้นบินวางแกนเมฆ พอช่วงเวลา14.00 น. ได้ขึ้นโปรยสารเสริมอีกครั้ง ทำให้มีปริมาณกระจายของเมฆมากขึ้น ไหลมาปกคลุม จ.นครสวรรค์ ดูดซับฝุ่นละอองได้ดีขึ้น

เข้มขลังสุดอลังการ! มหาเจดีย์พระพรหม 4 หน้า หนึ่งเดียวในนครพนม

เข้มขลังสุดอลังการ! มหาเจดีย์พระพรหม 4 หน้า หนึ่งเดียวในนครพนม

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 13.01 น.

3 ก.พ.62 ที่บริเวณรอบเจดีย์พระบรมธาตุพรหมณีศรีรัตนสังฆราชานุสรณ์นครพนม หรือเจดีย์พระพรหม 4 หน้า วัดจอมแจ้ง บ้านคำพอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม พุทธศาสนิกชนในตำบลหนองญาติ รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง และพี่น้องชาวลาว หลังบวชชีพราหมณ์และปฏิบัติธรรมตลอดทั้งคืนรอบเจดีย์พระพรหม 4 หน้า ในค่ำคืนที่ผ่านมา ได้ร่วมกันตักบาตรทำบุญ ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีพระอธิการธนภัทรธิราช ชาคโร หรือพระอาจารย์ชาน เจ้าอาวาสวัดจอมแจ้งออกนำบิณฑบาตร

สำหรับในคืนที่ผ่านมา (2 ก.พ.) ประชาชนชาวพุทธจำหลายร้อยคนทั้งชาวไทยและชาวลาว ผู้มีจิตศรัทธาเสื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา ได้เดินทางมาร่วมพิธีทางศาสนา ด้วยการนุ่งขาวห่มขาวบวชชีพราหมณ์ และสวดเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในงานครบรอบ 7 ปี ในการก่อสร้างเจดีย์พระพรหม 4 หน้า ซึ่งเริ่มมีการก่อสร้างตามนิมิตของพระอาจารย์ชาน เจ้าอาวาส โดยปี 2551 ฝันว่าเห็นองค์พระธาตุพนมมาตั้งอยู่ในวัด ถัดมาปี 2552 ก็ฝันเช่นเดิมอีก จึงอธิษฐานที่จะสร้างพระธาตุขึ้นในบริเวณวัดจอมแจ้ง และใช้หินศิลาแลงเป็นวัสดุหลักทั้งองค์

 

 

พระอาจารย์ชานเผยว่า สร้างเพื่อเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยรวบรวมแนวคิดจากพระไตรปิฎก ตำราพรหมชาติ ตำราเทพเจ้าลุ่มแม่น้ำโขง และตำรามรดกอีสาน มีความสูงทั้งสิ้น 38 เมตร ออกแบบสร้างเป็น 5 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีความหมายทางธรรม เช่นชั้นที่หนึ่งกว้างและยาว 10 เมตร หมายถึงบารมี 10 ทัศน์ มาถึงชั้นที่สองกว้าง 9 เมตร หมายถึงโลกุตรธรรม 9 ประการ และมีความสูง 5.35 เมตร มีลักษณะคล้ายซุ้มศรีโคตรบูรณ์ มีรูปพระราหูอมจันทร์อยู่ที่ซุ้มทุกด้าน มาที่ชั้นสามมีฐานกว้าง 7.75 เมตร เป็นรูปทรงกรวยหมายถึงโพชฌงค์ 7 ประการ ความสูงบริเวณชั้นนี้ 3.65 เมตร ลักษณะคล้ายพานพุ่มรองรับกลีบบัว เปรียบเป็นภาชนะที่บูชาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า 84,000 พระธรรมขันธ์

สำหรับชั้นที่สี่กว้าง 6.35 เมตร เป็นรูปทรงกรวยหมายถึงอภิญญา 6 ประการ มีพระราหูอยู่ในกลีบบัว 9 กลีบ 4 ทิศ และมีกลีบบัวอีก 72 กลับ รวมเป็น 108 กลีบ เป็นการพรรณนาคุณของพระรัตนตรัย 108 โดยถือเอาอักขระที่มีชื่อว่า อิติปิโสฯ แล้วร้อยกรองเข้าไว้ด้วยกันดุจพวงมาลา จึงมีพระพุทธคุณเต็ม 56 อักขระ คุณพระธรรม 38 อักขระ และคุณพระสงฆเจ้า 14 อักขระ

 

 

และชั้นที่ 5 กว้าง 4.77 เมตร เป็นรูปพระพรหม 4 หน้า ความหมายมาจากพรหมสี่หน้า โดยเริ่มแรกมีนางพรหม 7 องค์ ได้ลงมาจากพรหมโลก แล้วเสพง้วนดินเข้าไป(ง้วนดินคือ โอชะของดิน ที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ไตรภูมิโลกวินิจฉัยว่ามีรสหวาน, ง้วนผึ้ง คือ ละอองดอกไม้ที่ผึ้งนำมาสะสมไว้ที่รัง มีสีเหลือง มีรสมัน หอมหวาน ฯลฯ) ก็บังเกิดครรภ์ขึ้น เหล่าเทพยดา เทพธิดา ก็บังเกิดในครรภ์ของนางพรหมทั้ง 7 เป็นปฐมพงษ์ของมนุษย์ที่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนยอดพระธาตุมีความกว้าง 1.55 เมตร โดยเลข 5 มาจากพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ มีดอกบัว 4 ดอก หมายถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้บังเกิดในภัทรกัปนี้ 4 พระองค์ และมีดอกบัวตูมอยู่ปลายยอดคือองค์ที่ 5 ที่ยังมิได้มาบังเกิดในโลกมนุษย์

 

 

สำหรับนามเจดีย์พระบรมพรหมณีศรีรัตนสังฆราชานุสรณ์นครพนม(พระธาตุพรมสี่หน้า) ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปรินายก เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2555 พร้อมทั้งได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุ และพระเกศาของพระองค์มาประดิษฐานไว้ในมหาเจดีย์แห่งนี้ เพื่อเป็นที่สักการบูชา แห่งพระพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเป็นศูนย์รวมกิจกรรมสร้างความสามัคคีในชุมชน โดยในงานบวชชีพราหมณ์มีนายเอกราช มณีกรรณ์ นายอำเภอเมืองนครพนม เป็นประธาน และ ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม (อบจ.นครพนม) ในฐานะผู้ร่วมริเริ่มในการก่อสร้างมหาเจดีย์พระพรหมสี่หน้า กล่าวถึงประวัติการเป็นมาของมหาเจดีย์ และยังได้รวบรวมเงินบริจาคสมทบจากเพื่อนๆคนสนิทเกือบ 200,000 บาท ถวายแก่เจ้าอาวาสวัดจอมแจ้งอีกด้วย 

 

 

นอกจากนี้ยังนิมนต์พระเกจิอาจารย์ดังของจังหวัดนครพนม อาทิ พระราชสิริวัฒน์ (เจ้าคุณเพชร) รองเจ้าคณะจังหวัดฯ วัดสว่างสุวรรณาราม เป็นประธานสงฆ์ หลวงปู่คำไหล ปริสุทโธ วัดศรีชมภู อ.นาหว้า และพระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร วัดป่าโนนแพง อ.บ้านแพง ฯลฯ นั่งอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล เหรียญพระพรหม 4 หน้า รุ่นแรก ตลอดทั้งคืน

มหาเจดีย์พระธาตุพรหม 4 หน้า วัดจอมแจ้งนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งเดียวของจังหวัดนครพนม ที่สร้างด้วยหินศิลาแลงทั้งองค์ ใช้งบประมาณก่อสร้างโดยไม่ได้ใช้เงินหลวงไปแล้ว 13 ล้านบาท หลังเสร็จสมบูรณ์คาดว่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งของนักแสวงบุญ เดินทางไปกราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
.............................................................
 
'ดอกฝ้ายคำ'รอบปราสาทเขาพนมรุ้งกำลังบานรอรับ นทท.ชมความงาม

'ดอกฝ้ายคำ'รอบปราสาทเขาพนมรุ้งกำลังบานรอรับ นทท.ชมความงาม

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 12.16 น.
 

ดอกฝ้ายคำ หรือ “ดอกสุพรรณิการ์” ที่ขึ้นอยู่โดยรอบและบริเวณปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังเบ่งบานเหลืองสะพรั่ง วักชวนให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์และต่างจังหวัดได้เดินทางมาเที่ยวชมความงดงาม โดยเฉพาะบริเวณลานโพธิ์ จะมีต้นดอกฝ้ายคำปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริเวณตลอดสองข้างทางขึ้นเขาพนมรุ้งยังพบต้นฝ้ายคำเรียงรายตลอด 2 ข้างทาง ซึ่งก็กำลังเบ่งบานสวยงามเช่นเดียวกัน 

ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมปราสาทพนมรุ้งในช่วงนี้ ก็จะได้ชมความสวยงามของดอกฝ้ายคำบานด้วย ประกอบกับช่วงนี้อากาศก็เย็นสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยวด้วย และคาดว่าจะบานไปจนถึงช่วงกลางเดือนหรือสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีนักท่องเที่ยวมาชมดอกฝ้ายคำบานทั่งบริเวณปราสาทพนมรุ้งและสองฝั่งถนนแล้ว พร้อมถ่ายรูปเซลฟี่ความสวยงามของดอกฝ้ายคำเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาพนมรุ้งได้เป็นอย่างดี

สำหรับดอกฝ้ายคำ หรือดอกสุพรรณิการ์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเหตุใดจึงพบมากในถิ่นภูเขาไฟโบราณแห่งนี้ โดยเฉพาะเมื่อเวลาออกดอกแล้วจะมองเห็นภูเขาเป็นสีเหลืองอร่ามดั่งภูเขาทองคำ ที่ส่งเสริมให้ปราสาทพนมรุ้งเด่นเป็นสง่าและสวยงาม จึงถือได้ว่าดอกฝ้ายคำเป็นดอกไม้ที่เคียงคู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มายาวนาน


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.........................................................
 
3 กุมภาพันธ์ 2562

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net