วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สายน้ำแห่งพะงัน....ทิพยธารากลางมหาสมุทร


สายน้ำแห่งพะงัน....ทิพยธารากลางมหาสมุทร

รูปที่คุ้นตา นำมาสู่การเดินทางครั้งนี้

 

ผมเห็นภาพที่ล้นเกล้า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงสรงน้ำในลำธารน้ำ มีคำจารึกบนหินที่น้ำตกว่า...ธารเสด็จ หรือภาพที่พระองค์ประทับนั่งบนหิน พร้อมข้าราชบริพาร ด้านหลังมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร. บนก้อนหิน มารู้ตอนหลังว่า สถานที่ที่ว่านั้นอยู่บนเกาะพะงัน เกาะสวรรค์ของนักเดินทาง ที่ใครๆก็ใฝ่ฝันถึง แต่ความกังขาของผมครั้งนี้ไม่ใช่ชายทะเลแสนสวยเหล่านั้น แต่คือลำธารน้ำและสถานที่ที่ปรากฏในภาพ อยากไปดูว่า ลำธารลำเหล่านี้ ยังสะอาด สวยงาม ดั่งครั้งที่รัชกาลที่ ๕ ทรงเสด็จประพาสหรือไม่

 

ภารกิจครั้งนี้ ทำหลังจากที่พายุปาบึก ผ่านพ้นไปไม่กี่วัน ผมก็เดินทางสู่เกาะพะงัน และช่างประจวบเหมาะที่เป็นวันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต นัดหน่วยงานราชการ พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ช่วยกันทำความสะอาดชายทะเลแทบทุกหาดบนเกาะสมุย นอกจากจะทำความสะอาดชายหาดที่มีขยะทะเลมหาศาลพัดขึ้นหาดแล้ว ยังเป็นเหมือนการป่าวประกาศว่า สมุย-พะงัน พร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยเฉพาะ ททท.ในพื้นที่ ที่มี ผอ.นงเยาว์ จิรันดร ผอ.ททท.สมุย-พะงันเป็นแม่งาน ผมผ่านไปเห็นก็อดจะร่วมด้วยช่วยกันไม่ได้ คนละไม้คนละมือ บ้านของเรา จะดูดายได้อย่างไร มีอะไรที่ทำได้ก็ต้องช่วยกัน โรงแรมรีสอร์ทบางแห่ง เขาก็ทำความสะอาดชายหาดที่หน้ารีสอร์ทของเขา แต่มันก็ยังมีพื้นที่สาธารณะอีกมากที่ต้องช่วยกัน และอย่างที่บอกว่า...ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส ชายทะเลของสมุย-พะงันหลังพายุก็เช่นกัน

ท่าเรือท้องศาลา วันหลังพายุผ่าน ยังคงคึกคักเช่นเดิม

ผมเดินทางจากสมุยมุ่งหน้าพะงัน และแอบยิ้มในใจเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหนาตาบนท่าเรือ ถ้าของเราดีจริง ยังไงนักท่องเที่ยวก็กลับมา อย่าพึ่งนักท่องเที่ยวแค่บางแประเทศ ในเมื่อเราเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวเกรดพรีเมี่ยม จะเอาไปทำเป็นที่เที่ยวเกรดต่ำทำไมกัน

 

ใช้เวลาแค่ ๒๐ นาทีจากสมุยก็ถึงพะงัน ผมหาที่พักแถวย่านชุมชนท้องศาลา ในราคาที่ถูกกว่าที่ผมคาดไว้ เพราะคิดว่าบนเกาะที่พักน่าจะแพง แต่ก็ได้ในราคาแค่ ๖๐๐ บาท กับที่พักอย่างดี แล้วจึงออกตามหาสายน้ำทรงสรงของรัชกาลที่ ๕ ที่ที่รู้มาว่า รัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้และแหลมมลายูหลายครั้งโดยทางเรือ เรือพระที่นั่งแล่นเลาะทะเลมาเรื่อย และหนึ่งในสถานที่ที่เรือพระที่นั่งทอดสมอทุกครั้งที่เดินทางคือเกาะพะงัน ดูเหมือนเคยอ่านผ่านตาว่า เรือทั้งจอดพัก เติมน้ำจืดและทรงเสด็จประพาสบนเกาะด้วย

หาดธารเสด็จ

ผมเริ่มต้นตามลำธารทรงสรงที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ธส.๑(น้ำตกธารเสด็จ) ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ-หมู่เกาะพะงัน อุทยานฯใหม่เอี่ยมที่เพิ่งประกาศกฤษฎีกา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติที่สมบูรณ์แบบ น่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ ๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๑๐ (อุทยานฯแรกคือน้ำตกเจ็ดสาวน้อย สระบุรี) ต่อไปก็จะมีการเก็บค่าธรรมเนียม มีบ้านพักมีอะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้นเหมือนอุทยานแห่งชาติทั่วไป

“ป่าดี...น้ำจึงยัง ป่าพัง...น้ำจะหมด” ป่าบนเกาะในปัจจุบันเป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ มียอดเขาหราสูงที่สุดราวหกร้อยกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล มีลำห้วยลำธารหลายสาย ที่เกิดจากป่าบนเกาะที่อยู่ในความดูแลของอุทยานฯน้ำตกธารเสด็จ-หมู่เกาะพะงันซึ่งมาประกาศจัดตั้งอุทยานฯทีหลังเขา ก็เลยต้องสู้ทั้งนายทุนที่สามารถเสกพื้นที่ป่าให้กลายเป็นที่มีเอกสารสิทธิ์ได้แบบน่าฉงน มีทั้งที่ดั้งเดิมของชาวบ้านที่อยู่บนเกาะมาเนิ่นนาน ผมว่าอุทยานฯรักษาป่าที่เหลือได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว

หินสลัก จปร.ในปัจจุบัน

ลำห้วยธารเสด็จ ไหลมาจากป่าสมบูรณ์ เป็นน้ำตกพุสามปัน น้ำตกพุแดง น้ำตกธารเสด็จและไหลออกทะเลที่อ่าวธารเสด็จ ที่เป็นชายหาดเล็กๆ มีเวิ้งโค้งสวยงาม ครั้นลองเดินเลาะลำธารทวนน้ำขึ้นมาเรื่อยๆ ก็เห็นว่าลำธารน้ำแห่งนี้เป็นน้ำตกหินแกรนิต ซึ่งฟอร์มน้ำตกแบบนี้น้ำจะใส พื้นเป็นกรวดทราย ตัวน้ำตกธารเสด็จนั้นเป็นเพียงแก่งน้ำที่ลาดหลั่น แต่ดูแล้วเหมาะกับการเล่นน้ำจริงๆ เดินเลาะลำธารขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะพบศิลาที่จารึกพระปรมาภิไธย จปร.และพระนามาภิไธยอื่นๆ รวมทั้งปี ร.ศ.ที่เสด็จประพาสด้วย เลยขึ้นไปอีกนิดจะเป็นน้ำตกพุแดง ที่มีสองชั้นใหญ่ น้ำตกนี้นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำกันมาก แต่ถ้าเลยน้ำตกพุแดงขึ้นมาอีกราว ๗๐๐ เมตร ตามถนน ก็จะพบทางลงน้ำตกพุสามปัน เดินลงไปจากถนนราว ๖๐ เมตร ก็จะพบน้ำตกที่สวยงาม ใสสะอาดและและ ร่มรื่น สงบเงียบ น้ำในลำธารสายนี้สะอาด สมควรแล้วที่เป็นลำธารน้ำทรงสรง

น้ำตกพุแดง ในช่วงมกราคม

ผมยังคงตามหาน้ำตกธารประพาส ซึ่งมีทางแยกเข้าไปราว ๔ กม.แต่ทางเป็นทางดิน รถเก๋งน่าจะเดี้ยงถ้าดันทุรังไป และป้ายบอกทางก็ไม่มี ผมต้องรบกวนให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำทางจึงไปถึงแบบไม่หลงทาง

น้ำตกดธารประพาส

น้ำตกแห่งนี้ก็มีรอยจารึกคำว่า ธารประพาส แต่ลางเลือนด้วยคราบไคลของตะไคร่น้ำ แต่กระนั้นที่นี่ในช่วงต้นเดือนมกราคมก็ยังมีน้ำมาก ใสสะอาด ชุ่มเย็นด้วยร่มเงาไม้ริมลำธารเช่นกัน และที่สำคัญน้ำตกมีหลายชั้น ลาดหลั่นจากหน้าผา แล้วค่อยตกไหลลงทะเล เมื่อมายืนบนหน้าผาน้ำตกจึงเห็นเวิ้งทะเลด้านหน้า ลมทะเลพัดโบกมาจนน่านอนเล่นบนหน้าผาน้ำตกแห่งนี้นัก

น้ำตกแพงน้อย

แต่...น้ำตกที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว กลับเป็นน้ำตกใกล้ที่ทำการอุทยานฯ อาจจะเพราะห่างจากชุมชนท้องศาลาแค่ ๔ กม. คือน้ำตกแพง น้ำตกแพงน้อย และน้ำตกธารน้ำรัก ทางอุทยานฯทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่เดินไปจนถึงจุดสูงสุดคือโดมศิลา ที่เป็นจุดชมทิวทัศน์ ผมไม่แปลกใจที่นักท่องเที่ยวนิยมมา เพราะนอกจากจะใกล้แหล่งชุมชนของเกาะแล้ว ตัวน้ำตกเองยังสวยงาม บางน้ำตกสูงตระหง่านจนไม่คิดว่าอยู่บนเกาะ ธารน้ำไหลผ่านลานหินใต้ร่มเงาไม้หนาทึบทำให้บรรยากาศร่มรื่นแล้ว น้ำตกแต่ละแห่งที่กล่าวมายังห่างกันแค่ ๑๐๐ เมตรบ้าง ๒๐ เมตรบ้าง เรียกว่าเป็นน้ำตกที่เดินเที่ยวได้สนุก แม้จะขึ้นเขาบ้างแต่ก็มีบันไดให้เดินได้สะดวก ใครได้ไปเห็นแล้วก็อดเล่นน้ำไม่ได้

น้ำตกธารน้ำรัก

สายธารน้ำบนเกาะขนาดไม่ใหญ่กลางมหาสมุทรแห่งนี้ จึงเป็นดั่งสายน้ำทิพย์จากสวรรค์ที่นำความชุ่มเย็นมาสู่แผ่นดิน แม้จะอยู่กลางทะเลห่างไกล สายน้ำ สายชีวิตบนเกาะ จึงทำให้เกาะพะงันครบเครื่องเรื่องที่เที่ยว ทั้งชายหาด และสายน้ำตก

พะงันหลังพายุ...ช่างสวยงามและน่ามาเยือนอย่างยิ่ง.....

                                 .............................................................

                           (ประเทศไทยใจเดียว-กรุงเทพธุรกิจ-๑๙ ม.ค. ๒๕๖๒)

โดย คมฉาน_ตะวันฉาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net