วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เธอคนเดียว - ธงไชย แมคอินไตย์ // กัณหา เคียงศิริ นามปากกา ก.สุรางคนางค์


link @ : learning english with voa news : Tuesday, February 12, 2019 

          หลายท่านที่กำลังอ่านเรื่องนี้ คงจะเคยผ่านผลงานของนักเขียนรุ่นสุดอาวุโส นามปากกา ก.สุรางคนางค์ ที่เป็นหนังสือ

นวนิยาย ภาพยนต์ ละครโทรทัศน์ ฯลฯ กันมาบ้างแล้ว สำหรับผมเองเพิ่งทราบจากข้อมูลที่ผมค้นหาจาก Google คราวนี้

ว่า นวนิยายเรื่องแรกของ ก.สุรางคนางค์ เรื่อง 'กรองกาญจน์' พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2479 ปีเดียวกับที่ผมเกิดนั่นเอง กี่ปีมาแล้วก็บวก

ลบกันเถิดนะครับ.

 

 

 รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

เธอคนเดียว - ธงไชย แมคอินไตย์ https://youtu.be/RzVANbEK--o

ฝากใบลา - เนย ภัสวรรณ 【OFFICIAL MUSIC VIDEO มิวสิควิดีโอ】 https://youtu.be/kxzktVm4FPw

สายเกินไป โอเวชั่น ตัวแรก ปี2530 (EDIT) https://youtu.be/3Ix1i8QXGJw

....................................................

 

 

 

[ X ]

กัณหา เคียงศิริ

      กัณหา เคียงศิริ (26 กุมภาพันธ์ 2454 - 23 มิถุนายน 2542) นักเขียนหญิงที่มีชื่อเสียงของไทย ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปีพ.ศ. 2529 มีนามปากกาว่า ก.สุรางคนางค์ 

กัณหา เคียงศิริ เดิมชื่อ ชื้น วรรธนะภัฎ เขียนในแนวสัจนิยม ยึดถือความสมจริง มีผลงานเขียน 200 เรื่อง คือ นวนิยายเรื่องสั้น 100 เรื่อง นวนิยายเรื่องยาว 45 เรื่อง เรื่องแปล 1 เรื่อง บทละคร 3 เรื่อง บทร้อยกรอง 1 ชิ้น และสารคดีหลายเรื่อง 

นอกจากเป็นนักเขียนนวนิยายแล้ว ก.สุรางคนางค์ยังเป็นนักเขียนคอลัมน์และนักไขปัญหา เคยเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์"เมืองทอง"รายวัน และผู้อำนวยการ"นารีนารถ"รายสัปดาห์ เจ้าของสำนักพิมพ์รสมาลิน ราชวิถีได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์มงกุฏไทย และเบญจมาภรณ์ช้างเผือก ใน ปี พ.ศ. 2495 และ 2497 ตามลำดับ และเคยเป็นกรรมการฝ่ายจรรยามารยาทของสภาวัฒธรรมแห่งชาติ 

นามปากกา 

1. ก.สุรางคนางค์ ใช้เขียนนวนิยาย เรื่องสั้นและเรื่องยาว 
2. รสมาลิน เขียนคอลัมน์ 
3. นคร สุรพันธ์ เขียนสารคดี 
4. มลฤดี ใช้เขียนคอลัมน์ตอบปัญหาประจำนิตยสารสกุลไทย ต่อมา คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ใช้นามปากกานี้ตอบปัญหาในคอลัมน์แทน 

ก.สุรางคนางค์ เกิด ณ คลองบางกอกใหญ่ ปากคลองนางลำเจียก จังหวัดนนทบุรี (ปัจจุบันเป็นเขตหนึ่งของกรุงเทพมหานคร) เป็นบุตรีของขุนตำรวจโทพระยาสุริยะภักดี (บุญช่วย วรรธนะภัฎ) ข้าราชการในสำนักตำรวจหลวง และนางสุริยะภักดี (หวั่น) เป็นบุตรคนแรกในจำนวน 3 คน น้องชายชื่อชาลี น้องสาวชื่อดารา ชื่อ "กัณหา" พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานให้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2462


ระหว่างอายุ 15-16 ปี เคยเข้าไปอยู่ในวังสวนสุนันทา ก.สุรางคนางค์ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์ และสำเร็จระดับมัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนราชินีบน เคยเรียนภาษาอังกฤษกับแหม่ม และเรียนภาษาฝรั่งเศสกับพระเรี่ยมวิรัชพากย์ สำเร็จแล้วเป็นครูโรงเรียนราชินี สอนภาษาไทยประจำชั้น ม. 6 อยู่ 3 ปี และเคยถวายพระอักษรสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี 

ก.สุรางคนางค์ ชอบการประพันธ์ตั้งแต่อยู่ ม.6 เขียนเรื่องสั้นเรื่องแรก ชื่อ "มาลินี" โดยใช้นามปากกาจากชื่อย่อตามด้วยคำประพันธ์ที่ชอบ เกิดเป็นนามปากกา "ก.สุรางคนางค์" ลงในเดลิเมล์วันจันทร์ นวนิยายเรื่องแรก คือ "กรองกาญจน์" โด่งดังในหมู่นักอ่านด้วยเรื่อง "หญิงคนชั่ว" ในปี พ.ศ. 2480 ช่วงระยะสงครามโลกครั้งที่สอง "บ้านทรายทอง"เป็นที่นิยม จนสร้างเป็นละครและภาพยนตร์ ตามมาด้วย "ดอกฟ้า" และ"โดมผู้จองหอง" จนกระทั่ง ถึง "เขมรินทร์-อินทิรา" 

ก.สุรางคนางค์ สมรสกับ ป.บูรณปกรณ์ (ปกรณ์ บูรณปกรณ์ หรือนามเดิม ป่วน บูรณศิลปิน) เมื่อ 23 ธันวาคม 2497 มีหม่อมเจ้าพิจิตรจิรภา เทวกุล ประทานงานสมรสให้ เนื่องจากบิดาไม่ยอมให้แต่งงานเพราะรังเกียจอาชีพนักเขียนไส้แห้งของป.บูรณปกรณ์ มีธิดาและบุตร 2 คน คือ นุปกรณ์ (ตุ๊ดตู่) และกิติปกรณ์ (ติ๊ดตี่) เมื่อ ป.บูรณปกรณ์ถึงแก่กรรมแล้ว ต่อมาจึงสมรสใหม่ กับเล็ก เคียงศิริ 

ก.สุรางคนางค์ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อเช้าวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2542 ที่บ้านซอยอ่อนนุช 

ผลงานที่พิมพ์เผยแพร่แล้ว 

• กรองกาญจน์ (พ.ศ. 2479) 
• กุหลาบแดง (พ.ศ. 2498) 
• เกิดมาชั่ว (ชุดนิยายเรื่องสั้น) 
• เขมรินทร์ - อินทิรา 
• คนรักของข้าพเจ้า (ชุดนิยายเรื่องสั้น - พ.ศ. 2498) 
• ความคิดคำนึง 
• ความสุขครั้งสุดท้าย 
• ค่าชีวิตสาว (พ.ศ. 2492) 
• ค่าทางใจ 
• คุณครูอินทิรา (พ.ศ. 2504) 
• คุณหญิงพวงแข 
• คู่ครอง (พ.ศ. 2483) 
• จอมเทียน 
• จุดหมายปลายทาง 
• ชั่วชีวิตหนึ่ง (พ.ศ. 2489) 
• ชุมทางรัก (พ.ศ. 2507) 
• ดอกฟ้า (พ.ศ. 2496 และสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก พ.ศ. 2499) 
• ดาวประดับเกียรติ (ชุด 1 -11 ชุดนิยายเรื่องสั้น 
• โดมผู้จองหอง (พ.ศ. 2497) 
• ถ่านไฟเก่า 
• ทางสายเปลี่ยว(พ.ศ. 2494 และนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ 2 ครั้ง) 
• เทพราช 
• ธารโศก 
• นี่แหละรัก (พ.ศ. 2502) 
• บ้านทรายทอง (พ.ศ. 2493 และสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก พ.ศ. 2499) 
• บ้านและการสมรส 
• ปราสาททราย(พ.ศ. 2500) 
• ปราสาทรัก 
• ปลายเนิน (ชุดนิยายเรื่องสั้น) 
• ปัทมา วรารักษ์ 
• ปิ่นไพร (พ.ศ. 2499) 
• พจมาน สว่างวงศ์ (พ.ศ. 2493) 
• พวงร้อย (ชุดนิยายเรื่องสั้น) 
• พันทิพา 
• เพื่อนบ้าน 
• ภายใต้ดวงดาว 
• ภูชิชย์-นริศรา 
• ยอดปรารถนา (ชุดนิยายเรื่องสั้น) 
• รอยจารึก 
• รักประกาศิต (พ.ศ. 2509) 
• รักอันสุนทร 
• ราชาวดีสีม่วง 
• รุ่งอรุณ (พ.ศ. 2496) 
• เรวดี (พ.ศ. 2484) 
• แรงอธิษฐาน 
• ลูกรักลูกชัง (พ.ศ. 2478) 
• วสันต์พิศวาส
 • สะใภ้ท่านข้าหลวง 
• สุภาพบุรษชาวดิน (พ.ศ. 2505) 
• หญิงคนชั่ว (พ.ศ. 2480 และสร้างเป็นภาพยนตร์ พ.ศ. 2498) 
• หมอภัคพงศ์

 

หมอกมุงเมือง
Group Blog
วรรณกรรม- อมตะ ปี 61-62
วรรณกรรม - อมตะ ก่อนปี 61
จินตวีร์ วรรณกรรม
หนังสือหนังหา
นิยาย หมอกมุงเมือง
เรื่องสั้น หมอกมุงเมือง
ตามรอยโปสการ์ด
สัพเพเหระ


All Blogs
เมื่อรักร้าว (จักรวาลยอดรัก) : เพชรน้ำค้าง
น้ำท่วมเมฆ : กฤษณา อโศกสิน
ครูไหวใจร้าย + ตึกร้างริมฝั่ง: ผกาวดี อุตตโมทย์
หยาดพิรุณ : นราวดี
คุณครูอินทิรา (เขมรินทร์ อินทิรา ภาคสมบูรณ์) : ก.สุรางคนางค์
ลาก่อนคุณครู : สุดา นครานุรักษ์
พรุ่งนี้ต้องมีอรุณรุ่ง : ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์
วิหคที่หลงทาง : กฤษณา อโศกสิน
ฟากสวนสีชมพู : ชาตบุษย์
หอขวัญ : อรสา ทศนุต
ภาพลวง : โบตั๋น
นายอำเภอปฏิวัติ : บุญโชค เจียมวิริยะ
ดั่่งเดือนดับ : กมลนารีย์
แฝดสาวเจ้าสเน่ห์ : โสภี พรรณราย
หนี้หัวใจ : สุภาว์ เทวกุลฯ
หทัยทิพย์ : สายัณห์ ลวพงศ์
ค่าน้ำใจ : ลักษณ์ โรจนา
กรงแก้ว : สุภาว์ เทวกุล
วังวนกลกาล : กนกวลี พจนปกรณ์
คลื่นมายา : ม.มธุการี
ภูมิซ้อน : ศรีทอง ลดาวัลย์
ตะรางดวงใจ / ฟ้าแลบบนสาปไตย : แข ณ วังน้อย
เพลิงกินรี : กฤษณา อโศกสิน
ชีวิตมิใช่ดอกกุหลาบ : นิตยา นาฏยสุนทร
สะแกกรัง : สุฟ้า
ริษยา : ม.มธุการี
ความรักลอยมา : ชอุ่ม ปัญจพรรค์
กุมารีรัตน์ : ศรีสัตตบุษย์
สมิงเมืองบน : เพชร สถาบัน
พฤกษาสวาท : กฤษณา อโศกสิน
ธารชมพู : เพ็ญแข วงศ์สง่า
นายอำเภอที่รัก : สีฟ้า
ทวนกระแสธาร : เพชรน้ำค้าง
ยอดรักยอดขวัญ : บงกชกร
ขวัญชีวิต : ลักษณ์ โรจนา
นิราศโพนพิสัย : นันทนา วีระชน
นิราศกระป๋อหลอ : เชิญอักษร
ธารโศก : ก.สุรางคนางค์
คฤหาสน์ปะการัง : ลักษณ์ โรจนา
บัวกลางบึง : ชูวงศ์ ฉายะจินดา
ไร่นางเมิน : ลลิตา

ธารโศก : ก.สุรางคนางค์

 

เรื่อง : ธารโศก
ผู้เขียน : ก. สุรางคนางค์
สำนักพิมพ์ : ณ บ้านวรรณกรรม
ปีที่พิมพ์ : 2547
เล่มเดียวจบ

ธารโศก เป็นนวนิยายเล่มเล็กๆ ของ ก.สุรางคนางค์ น่าจะพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ประมาณช่วง พ.ศ. 2497 จากภาพปกหนังสือที่ผมมีโอกาสได้เห็น (ข้อมูลจาก เว็บไซต์ ร้านหนังสือข้างเขต) นับเป็นนิยายซึ่งสะท้อนภาพของชุมชนชาวกรุงยุคกึ่งพุทธกาลที่ยากจน และต้องอพยพไปสร้างที่ดินทำกินขึ้นมาใหม่ ในเขตนิคมสร้างตนเองธารโศก จังหวัดสระบุรี

นิยายเรื่องนี้ อาจจะไม่เป็นที่คุ้นชื่อของนักอ่านเท่าใดนัก ต่างกับนิยายดังเรื่องอื่นๆของ ก. สุรางคนางค์ อย่าง ดอกฟ้า-โดมผู้จองหอง บ้านทรายทอง-พจมาน สว่างวงศ์ หรือ รักประกาศิต-ภูชิชช์ นริศรา ที่มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละคร หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็นับเป็นนิยายขนาดสั้นที่อ่านด้วยความเพลิดเพลินเล่มหนึ่งเลยครับ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อเพียร พนาลัย หนุ่มชาวไร่ของนิคมธารโศก ตัดสินใจแต่งงานกับ คุณออม หรือ อดิศัย ลูกสาวผู้ดีมีเงินแห่งพระนคร แม้ว่าทั้งญาติพี่น้องของฝ่ายหญิง และฝ่ายชายต่างก็ไม่เห็นด้วยก็ตาม พ่อแม่ของเพียรอยากให้ลูกชายตนเองแต่งงานกับผ่อง สาวชาวไร่ที่อยู่ในนิคมด้วยกันเองเพื่อช่วยกันทำไร่ทำสวนไปด้วยกัน

ส่วนพ่อแม่ของอดิศัยก็ไม่อยากให้ลูกสาวแต่งกับคนยากจนอย่างเพียรเพราะกลัวลูกสาวต้องมาตกระกำลำบาก ซ้ำพี่สาวทั้งสามคนของอดิศัยก็ล้วนแต่แต่งงานไปกับผู้ดีมีเงินมีหน้ามีตาในสังคมทั้งสิ้น แต่ด้วยความรักและความผูกพันกันตั้งแต่อดีต อดิศัย ตัดสินใจแต่งงานกับคนที่เธอรัก และเดินทางมาใช้ชีวิตยากลำบากในดินแดนบ้านป่า ที่ธารโศกแห่งนี้ร่วมกับ เพียร โดยไม่หวั่นเกรงอุปสรรคใดๆทั้งสิ้น

สองหนุ่มสาว ต่างเผชิญปัญหาที่ถาโถมเข้ามาตั้งแต่แรกที่มาถึง เมื่อทั้ง บิดา มารดา ของเพียร ต่างแสดงท่าทางมึนตึง เฉยชา ไมต้อนรับ ส่วนสีนวลน้องสาวของเพียรเอง แม้จะเกรงใจพี่ชาย แต่ด้วยแรงยุแยงของ ผ่อง สาวชาวบ้านธารโศก ที่แอบรักเพียรมานาน และผิดหวังที่เพียรไม่สนใจตนเอง ทำให้เกิดความเกลียดชัง ต่อต้านอดิศัย ตั้งแต่ยังไม่รู้จัก รวมถึง พี่ชายและพี่สะใภ้ของเพียร ที่เคยซุกซ่อนเงินทองเก็บไว้ใช้เอง ก็กลัวว่า น้องสะใภ้ชาวกรุง จะมาแอบรู้ความลับของตัวเอง เลยพลอยมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ไปโดยปริยาย

ออมอาศัย ทั้งความรัก และความอดทน พิสูจน์ตนเอง แม้ว่าหญิงสาวจะเป็นสาวชาวกรุง ที่ไม่คุ้นเคยกับการทำไร่ทำสวน มาก่อน แต่เธอก็แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่คนมือห่างตีนห่าง หนักเอาเบาสู้ และพร้อมจะทุ่มเททำในส่วนที่ตนเองถนัด เช่นการทำกับข้าวให้คนในครอบครัวกิน การช่วยเหลือตัวเองไม่ให้เป็นภาระของคนอื่น แรกๆออมก็ถูกปรามาส จากแม่สามี และชาวบ้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนก็เริ่มเห็น และรู้จักวิถีชีวิตของคนกรุงในอีกแบบหนึ่ง ที่แตกต่างจากความเข้าใจไปแต่แรกโดยสิ้นเชิง แม้แต่ในเวลาที่ “คนกรุง” ยกขบวนมาทำบุญที่วัดครั้งใหญ่ และอดิศัยก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า หล่อนรู้งาน จัดการเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดีและเรียบร้อยงดงาม ทำให้เป็นที่ชื่นชมของทุกคนทั่วไป ตรงกันข้ามกับนางผ่อง ที่ตั้งตัวเป็นอริ ด้วยความริษยา

“มันน่าเจ็บใจ ที่คนของเราขาตะไกรค้าง พูดไม่ออก แกเอ๋ย”
แม่เผื่อนกลับมาเล่าให้ผัวของแกฟัง
“มันดีแต่เก่งในบ้าน พอไปเจอหน้าเขาเข้า ปากเหมือนถูกเย็บ เขาเก่งอีตอนพระฉันเกือบเสร็จ พวกเจ้านายท่านก็มากันเป็นแถว รถยนต์คันใหญ่ๆ สองสามคัน เขาว่า ท่านเป็นอธิบดี คนผอมๆเขาว่า ท่านเป็นรองอธิบดี ท่านผู้ปกครองท่านก็มาด้วย พากันขึ้นมาเยี่ยมหลวงพ่อ ท่านผู้ปกครองท่านเดินไปซุบซิบกับเมียเจ้าเพียรเขาสักครู่ ก็พาเขาเข้าไปหาเจ้านาย เขาเก่งแฮะ พูดจาฉาดฉาน ท่านถาม เขาตอบไม่เคอะเขิน หันมาดูคนของเรา มันแย่ เพียรเขาคิดถูก ขืนได้กะอีผ่องลูกสาวเรา มันก็ไม่รู้จักเชิดหน้าชูตา”

เหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นใน ธารโศก ยิ่งช่วยพิสูจน์ ความสามารถของ อดิศัย ให้ประจักษ์ชัดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการแย่งน้ำในบ่อน้ำ ที่เกิดเรื่องราวไม่คาดคิดจนเกือบจะเกิดจลาจลในหมู่บ้าน แต่หญิงสาวและเพียรก็ช่วยชาวบ้านในการแก้ปัญหาเหล่านั้นจนลุล่วงไปได้ในที่สุด

ในที่สุด ทั้งเพียรและอดิศัย ก็สามารถก่อร่างสร้างตัว บนผืนดินของธารโศกได้สำเร็จ สองหนุ่มสาวเกษตรกร ปลูกพืชผลไม้ พออยู่พอกิน บนเนื้อที่ที่ได้รับมานั้น และสร้างบ้านของตนเอง เพื่อวางแผนในอนาคต งานทำบุญฉลองบ้านใหม่นั้นเอง ทุกคนมาร่วมงาน รวมถึงผ่อง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผ่องถูกงูพิษกัด

อดิศัย เป็นคนแรกที่มีความรู้ทางปฐมพยาบาลอยู่บ้าง หญิงสาวช่วยจัดการดูแลอย่างรวดเร็ว และให้เพียรขับรถไปส่งผ่อง ที่โรงพยาบาลได้ทันท่วงที จนรอดชีวิต ผ่องสำนึกบุญคุณ และเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น

ที่ธารโศก สามีภรรยาหนุ่มสาวที่รักและทะนุถนอมกันปานจะกลืนนั้น ถ้าเขานึกอยากจะแสดงความรักอย่างพระเอกนางเอกในภาพยนตร์คือ ยืนจูบกันกลางป่า เขาก็ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากเขาหยุดเดินมองดูตากันอย่างเข้าใจ

สักครู่ก็พากันเดินต่อไปใหม่ ผ่านลำห้วย ผ่านร่มโศกสาขา เดินกลับไปสู่กระท่อมน้อยอันแสนจะผาสุกนั้น ใกล้เข้าไป เขาจะได้ยินเสียงเพลงธารโศก ซึ่งสาวๆหนุ่มๆ ร้องไป ทำงานไป เพื่อเพิ่มบรรยากาศของบ้านใหม่
ชีวิตใหม่ที่อิสรเสรีให้มากขึ้น... เท่าที่ชีวิตจะเรียกร้องต้องการ

แม่เอ๋ยแม่งู เจ้าไปอยู่ไหนมา
ฉันไปกินน้ำหนา กลับมาเมื่อตะกี้
ไปกินน้ำบ่อไหน จงบอกไปให้ถ้วนถี่
ฉันจะบอกประเดี๋ยวนี้ บอกไปซี อย่าเนิ่นช้า
ไปกินน้ำเอย กินน้ำที่ธารโศก
กินน้ำที่ธารโศก โยกไปโยกมา
โศกเอ๋ยโศกเศร้า คิดถึงเจ้าอยู่ทุกเวลา
รักสาวที่ธารโศก โยกมาโยกไปเอย

ปล. รูปด้านล่าง คือภาพปกนิยาย ธารโศก ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2497 โดยสำนักพิมพ์คลังวิทยา ครับ

*********************

เซเรน่า หนังสือมือสอง

 

โดมผู้จองหอง /ก.สุรางคนางค์ เล่มเดียวจบ/พิมพ์ครั้งแรก

โดมผู้จองหอง /ก.สุรางคนางค์ เล่มเดียวจบ/พิมพ์ครั้งแรก

ผู้แต่ง  ก.สุรางคนางค์

ประเภทปก แข็งเดินทอง พร้อมใบหุ้มปก

กระดาษ ปอนด์

พิมพ์ครั้งที่ 1

ปีที่พิมพ์ พ.ศ.2513

สำนักพิมพ์ คลังวิทยา

จำนวนหน้า 808 หน้า

ขนาด 130x190 มม

สภาพหนังสือ จัดว่าดี กระดาษยังไม่เหลือง หน้าปก หลังปกยังดี มีแค่รอยถลอกขอบปกนิดหน่อย ใบรองหน้าปกมีคลาบเป็นจุด มีปกพลาสติกห่อ น่าสะสมมาก

 

เรื่องย่อ

เมื่อดอกฟ้าแห่งทิวากรโน้มกิ่งลงมาสู่อ้อมแขนของดินเช่นเขาสิ่งใดจะสร้างความมั่นใจให้เธอเพราะเขาหาใช่ผู้มีชาติตระกูลที่สูงสง่าเช่นเธอแต่สิ่งหนึ่งที่เธอต้องยอมรับว่าเขามากมายยิ่งกว่าเธอนักสิ่งนั้นคือหัวใจอันหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีแห่งตน “ในอ้อมกอดของผมคุณจะไม่หนาวเหน็บ ผมสัญญา” ไม่มีสิ่งใดที่ออกจากปากของ “โดม ภาสกรณ์”แล้วเขาจะทำไม่ได้ ถึงวันนี้ เขาเฝ้าฟูมฟักสร้างรังรักอย่างสุดความสามารถแม้บางครั้งพายุจากลมปากของคนรอบข้างจะคอยทิ่มตำให้เกิดรอยร้าวระหว่างเขาและเธอ จากวันแรกพบจนบัดนี้ โดมยังคงเป็นโดมหลายสิ่งหลายอย่างที่หม่อมราชวงศ์หญิงแสงระวีต้องการรับรู้ถึงเหตุผลและความเป็นจริง

ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง (2532) - YouTube https://youtu.be/KTPCQDxGfC4

*

 .......................................

12 กุมภาพันธ์ 2562

 
 
 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net