วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (13) .. Yasaka Jinja Shrine


ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (13) ..  Yasaka Jinja Shrine


ศาลเจ้าส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมักจะเน้นความเรียบง่าย และการอิงแอบใกล้ชิดกับธรรมชาติ ด้วยความเชื่อที่ว่า … ทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติล้วนมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ ภูเขา ต้นไม้ แม่น้ำ ทุ่งนา ท้องทะเล และสัตว์ ล้วนแล้วเป็นเทพเจ้าได้ทั้งสิ้น”

… ดังนั้น สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ไม่ควรที่จะเด่นข่มธรรมชาติ หากควรอิงแอบและเป็นหนึ่งเดียวกัน

ศาลเจ้ายาซากะ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ศาลเจ้ากิออน  .. เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่ระหว่างย่านกิออน และย่านฮิกาชิมา ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวที่สำคัญของเกียวโต

ศาลเจ้าแห่งนี้มีคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมและสักการะขอพรตลอดวัน

หนึ่งในจุดเด่นของศาลเจ้าอยู่ที่ เสาโทริอิ ที่ว่ากันว่าทำจากหินของแท้

ชาวญี่ปุ่นนิยมมาไหว้ขอพร โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจการค้า

จุดเด่นถัดไปชองศาลเจ้ายาซากะ คือ โคมไฟจำนวนมากที่แขวนอยู่ตรงซุ้มประตูทางเข้า และที่หอระบำ ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางศาลเจ้า

ธรรมเนียมการเข้าศาลเจ้าของญี่ปุ่น ...

ต้องใช้กระบวยไม้ไผ่ตักน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มาล้างมือ บ้วนปาก ให้สะอาดก่อนที่จะเข้าไปเคารพเทพเจ้า

เมื่อเช้าสู่บริเวณวัด แต่เลี้ยวไปทางด้านซ้าย ข้างๆศาลเจ้า

จะพบว่ามีอาคารรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นตั้งอยู่ .. เป็นเหมือนศาลายกพื้นสูง

ไม่ทราบประวัติความเป็นมาของศาลาหลังนี้

แต่สังเกตเห็นว่าด้านหน้ามีภาพวาด มีตัวอักษรจารึกเอาไว้ จึงน่าจะเป็นอาคารที่มีความสำคัญ

เราเดินกลับมาตรงทางเข้าวัด แล้วเลี้ยวขวาเพื่อเข้สู่บริเวณศาลเจ้า ..

มองเห็นเสาโทริขนาดเล็กตั้งอยู่ตรงทางเข้าย่อยๆของศาลเจ้า ... นี่อาจจะเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กที่ซ้อนอยู่ ซึ่งอาจจะมีความหมายเฉพาะอย่างสำหรับการขอพรของผู้คน

 

ด้านขวามือ … มีโคมไปแขวนเป็นราว

ที่นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้า และใช้ในการทำพิธีกรรมบางอย่าง

เมื่อเราไปเดินในวัด หรือศาลเจ้าในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมุมไหนๆ กลิ่นควันธูป โชคลาง คำอธิษฐาน ความเชื่อ และความศรัทธา แผ่ซ่านแฝงตัวอยู่ในทุกอณูของวัด

จุดธูปแล้วก็อธิษฐานก่อนปักธูปให้ปัดควันเข้าหาตัว

กลิ่นควันธูปที่ติดตัวเราจะแทนความเป็นสิริมงคล

 

ป้ายสำหรับเขียนคำอธิษฐาน … ทุกตัวอักษรที่กลั่นกรองจากสมองและจิตใจ แล้วเขียนลงบนแผ่นไม้ ล้วนมีความหมายทั้งสิ้น …

ใครอยากได้อยากมีอะไร ก็เขียนบอกไปบนแผ่นไม้ แล้วนำไปแขวน เชื่อว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริง

ศาลาที่ตั้งอยู่ตรงกลาง .. ประดับด้วยโคมไฟโดยรอบ เมื่อจุดโคมในช่วงกลางคืนจะสวยมาก

สิ่งก่อสร้างเหมือนกับศาลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นที่ประทับของเทพเจ้า

จะมีรั้วกั้นไว้ห้ามถ่ายรูป หากจะบูชาเทพเจ้าก็ยืนกราบไหว้ตรงจุดที่กำหนดไว้

วิธีปฏิบัติในการเคารพเทพเจ้าก็ต้องโยนเหรียญของเซ่นไหว้ .. ซึ่งคือเหรียญเงิน ลงไปในกล่องเก็บเงินที่อยู่ด้านห้าก่อน

จากนั้น .. ค่อยหยิบเชือกมาแกว่งกระทบกับกระดิ่งขนาดยักษ์ หรือเรียกระฆังก็ไม่ทราบแน่ชัด  ส่งเสียงอัญเชิญเทพเจ้า หรืออาจจะปรบมือสองครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเทพเจ้าได้ยินเสียงอัญเชิญ จากนั้นก็โค้งคำนับ

Yasaka Shrine … หลังอาทิตย์อัสดง มลังเมลืองด้วยแสงสีจากการจุดโคม และแสงไฟ สร้างมิติที่งดงามน่าประทับใจมาก

เมื่อเอ่ยถึงศาลเจ้า ก็ทำให้นึกถึงเทศกาลที่สำคัญในเกียวโต และอยากเล่าให้ฟังค่ะ

เทศกาล กิออน มัตสึริ (Gion Matsuri)

กิออนมัทสึริ (Gion Matsuri) ถือเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังเทศกาลหนึ่งในเกียวโตและของญี่ปุ่น เป็นเทศกาลแห่งสีสัน และเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโตมานานกว่า 1,200 ปี

เทศกาล กิออนมัทสึริ เป็นเทศกาลประจำศาลเจ้า Yasaka .. จัดขึ้นเพื่อขจัดสิ่งชั่วร้าย ขับไล่ภัยพิบัติต่างๆให้ออกไปจากเมือง เหมือนเป็นการชำระเมืองให้สะอาด จะได้มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

งานจะจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน คือเดือนกรกฎาคมของทุกปี โดยจะมีขบวนแห่รถ 32 คัน ที่แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบคือ Yama และ Hoko .. รถที่มีขนาดใหญ่โตสูงเท่ากับตึก 2 ชั้น ต้องใช้ผู้ร่วมขบวนสำหรับรถแห่แต่ละคันเกือบ 50 คน รถเหล่านี้จะได้รับการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา

ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม จะมีกิจกรรมหลายอย่างเกี่ยวกับเทศกาลกิออน ที่เกิดขึ้นในเมืองเกียวโต ที่ยิ่งใหญ่หน่อย จะเป็น Yama-boko Junko ซึ่งเป็นขบวนรถแห่ที่จัดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม อันถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในเทศกาลกิออน

อีกอัน คือ Yoiyama .. เป็นขบวนรถแห่ช่วงกลางคืนของวันที่ 16 กรกฎาคม .. โคมไฟ ศาลเจ้าจำลอง และผู้คนจะแต่งกายในชุดยูกาตะออกมาเต้น ร้องรำกันทั่วเมือง

 

จิได มัตสุริ (Jidai Matsuri) .. เทศกาลแห่งยุคสมัย

จิได มัตสุริ .. จัดขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นวันที่กรุงโตเกียวถูกตั้งให้เป็นเมืองหลวงโดยจักพรรดิ คัมมุ

ในปีที่มีการฉลองครบรอบปีที่ 1,100 ของการก่อตั้งเมืองเกียวโต (คศ. 1895) ชาเมืองเกียวโตได้ร่วมใจกันสร้างศาลเจ้าเฮอัน (Heian Jingu) ขึ้นมา เพื่อเป็นการเทิดทูนองค์จักรพรรดิ … ในขณะเดียวกันก็จัดเทศกาลเพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ด้วย ซึ่งก็คือเทศกาลจิได มัตสุริ นั่นเอง ถือเป็นเทศกาลประจำศาลเจ้าเฮอัน ซึ่เป็นศาลเจ้าชินโต

.. ในขบวนแห่ จึงมีศาลเจ้าขนาดเล็ก (Mikoshi) ที่สถิตดวงวิญญาณของจักรพรรดิ คัมมุ (Kammu) และดวงวิญญาณจักรพรรดิ โคเมอิ (Komei) จักรพรรดิองค์สุดท้ายของกรุงเกียวโต

ไฮไลท์ของงานนี้ จะอยู่ที่ผู้เข้าร่วมขบวนแห่กว่า 2,000 คนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าย้อนยุค เข้ากับชื่อของเทศกาล จิได มัตสุริ (Jidai Matsuri) ที่แปลว่า “เทศกาลแห่งยุคสมัย”

ในขบวนแห่ จะจัดผู้เข้าร่วมการแห่ออกเป็นกลุ่มๆ ตามยุคสมัยต่างๆ… โดยจะเริ่มขบวนตั้งแต่ยุคปฏิรูปเมจิ (คศ. 1868) และลำดับย้อนกลับไปจนถึงสมัยอัน ราวปี คศ. 781

ขบวนแห่จะเริ่มที่หน้าพระราชวังอิมพีเรียลเกียวโต (Kyoto Gosho) ในตอนเที่ยวของวันที่ 22 ตุลาคม และไปสิ้นสุดที่ศษลเจ้าอัน .. แต่ละจุดที่รอชมต้องใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งขบวนแห่ทั้งหมดที่มีความยาวราว 2 กิโลเมตรจึงจะผ่านไปทั้งหมด

 

เทศกาลคาโมะมัทสึ (Kamo Matsuri) หรือเทศกาลอาโออิมัทสึริ (Aoi Matsuri)

เทศกาลคาโมะมัทสึริ เป็น 1 ใน 3 เทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเกียวโต จัดขึ้นทุกวันที่ 15 พฤษภาคมของทุกปี โดยจะมีขบวนแห้ที่ยิ่งใหญ่ มีผู้คนกว่า 500 คนที่แต่งกายในแบบขุนนาง ซามูไร ข้าราชสำนักในสมัยเฮอันเมื่อราว 1,200 ปีก่อน มาเข้าร่วมขบวน

ขบวนจะเริ่มเดินจากพระราชวังเกียวโตในช่วงสาย มุ่งสู่ศาลเจ้า Shimogamo โดยจะใช้เวลาในการประกอบพิธีกรรมราว 2 ชั่วโมง ก่อนจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังศาลเจ้า Kamigamo ในช่วงบ่าย … ระยะทางของขบวนแห่ทั้งสิ้นราว 8 กิโลเมตร

เทศกาลคาโมะมัทสึริ คาดว่ามีจุดเมต้นในศตวรรษที่ 6 … ขณะนั้นมีภัยธรรมชาติรุนแรงหลายครั้ง ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ชาวเมืองอดอยาก และมีความเชื่อว่าเทพเจ้าประจำศาลเจ้าคาโมะ มีความไม่พอใจ จึงดลบันดาลให้เกิดภัยพิบัดขึ้น

องค์จักรพรรดิ จึงได้ทะพิธีบูชาเทพเจ้าขึ้นที่ศาลเจ้าคาโมะทั้ง 2 แห่ง คือ Shomogamo Jinja และ Kamigamo Jinja .. หลังจากนั้นภัยธรรมชาติก็ค่อยๆหมดไป จึงมีการจัดเทศกาล คาโมะมัทสึริ ขึ้นทุกปี

นอกจากจะรู้จักกันในชื่อ Kamo Matsuri แล้วยังรู้จักกันในชื่อ Aoi Matsuri ซึ่งนิยมนำมาประดับประดาในช่วงเทศกาลนั่นเอง … Aoi หรือ Hollyhock นั้น ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่ามีอำนาจพิเศษ สามารถป้องกันฟ้าผ่า แผ่นดินไหว รวมทั้งช่วยให้คลอดง่ายด้วย

นอกจากขบวนแห่ขอผู้ที่แต่งกายชุดโบราณแล้ว ภายในขบวนยังมีม้า วัว เกี้ยว รถลาก และสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมากมาย รวมถึงมีการแสดงขี่ม้ายิงธนูให้ชมที่บริเวณศาลเจ้าทั้ง 2 แห่งด้วย

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net