วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สี จิ้นผิง ถอยกลับมายกคัมภีร์คลาสสิก สร้างประเทศที่ทันสมัยสีเขียว


โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

 

 

วารสาร ฉิวซื่อ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ฉบับเดือนที่แล้ว (ม.ค.2019) เผยแพร่คำปราศรัยของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เกี่ยวกับการทำสงครามขจัดมลพิษ โดยเนื้อหามุ่งไปที่แนวคิดปรัชญาของมาร์กซ์ และผลงานคลาสสิกจีนชื่อก้องโลก อาทิ อี้จิง (I Ching/易经) เต้าเต๋อจิง (หรือเต๋อเต็กเก็ง/道德经 ) สำหรับคัมภีร์คลาสสิกจีนซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึงกว่า 2500 ปีเหล่านี้ มุ่งให้คุณค่าการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

“การเรียนรู้จากมาร์กซ์ เราต้องเรียนความคิดมาร์กซ์เกี่ยวกับมนุษย์และธรรมชาติ”

“หากมนุษย์อาชนะธรรมชาติด้วยวิทยาศาสตร์และการประดิษฐ์สร้างสรรค์ต่างๆ ธรรมชาติจะกลับมาเอาคืนมนุษย์” สี อ้างอิงงานเขียนของมาร์กซ์

สีอ้างเนื้อหาในหนังสือ “วิภาษวิธีแห่งธรรมชาติ” (Dialectics of Nature) ของ ฟรีดิช เองเกล (Friedrich Engels) “แหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคโบราณ ได้แก่ เมโสโปเตเมีย กรีซ อานาโตเรีย ได้กลายเป็นทะเลทรายหลังจากที่ถางป่าไม้และสร้างท้องทุ่งไร่นาขึ้นมาแทนที่”

สียังได้อ้างอิงคัมภีร์ “อี้จิง” ซึ่งเป็นรากฐานทฤษฎีเฟิงสุ่ย หรือฮวงจุ้ยของอาจารย์สำนักต่างๆ เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ อย่าง เหลาจื่อ และเมิ่งจื่อ ต่างมุ่งเน้นให้คุณค่าสูงสุดกับธรรมชาติ

ทั้งนี้ สี จิ้นผิง ได้กล่าวคำปราศรัยฯนี้ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หรือเมื่อ 9 เดือนที่แล้ว แต่วารสาร ฉิวซื่อของพรรคคอมมิวนิสต์ เพิ่งนำเนื้อหาคำปราศรัยฉบับเต็ม มาเผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อเดือนที่แล้ว

ผู้นำสี ดูให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากกว่ากลุ่มผู้นำคนก่อนหน้า และยึดถือเป็นส่วนสำคัญในการประเมินผลงานของกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ

ในปีที่แล้ว สีได้ยก “ปัญหาสิ่งแวดล้อม” เป็นหนึ่งใน “สามการสู้รบใหญ่” ที่จีนต้องพิชิตเอาชนะให้ได้ โดยอีกสองคือความเสี่ยงด้านการเงินและการเมือง กับการบรรเทาความยากจน

สียังกำหนดให้การอนุรักษ์ยังเป็น 1 ใน 5 เป้าหมาย ที่จะต้องบรรลุเพื่อผลักดัน “การฟื้นฟูที่ยิ่งใหญ่ของประชาชาติ”

ปรากฏการณ์ “แผ่นดินไหวทางการเมือง” ในสองมณฑลเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ยังแสดงชัดถึงการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของสี จิ้นผิง ได้แก่ กรณีปลดเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลส่านซี พร้อมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง ในความผิดคอรัปชั่นเมื่อสองปีที่แล้ว
 
กลุ่มสื่อของรัฐรายงานเกี่ยวกับกรณีฯ นี้ว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ถูกปลดเพราะเพิกเฉยต่อคำสั่งประธานาธิบดี ให้รื้อถอนบ้านพักหรูที่ก่อสร้างรุกล้ำเขตอนุรักษ์ภูเขาฉินซัน

อีกกรณี เลขาธิการพรรคฯประจำมณฑลกันซู่ถูกปลดเมื่อปี 2017 เนื่องจากทำหูทวนลมต่อคำสั่งประธานาธิบดีที่กล่าวซ้ำหลายครั้งเรื่องแก้ไขปัญหามลพิษ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ไม่เปิดเผยชื่ออีกหลายคน ตกเป็นเป้าเพ่งเล็ง เนื่องจากไม่เอาจริงกับการจัดการปัญหามลพิษ

ทั้งนี้ ในช่วงนับสิบๆ ปีที่เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นติดจรวด รายได้ประชาชนจำนวนมากสูงขึ้น แต่จีนต้องจ่าย “ราคาสูงลิบ” นั่นคือ ความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ และสุขภาพประชาชน ที่โดนมลพิษเล่นงานอ่วม

จีนได้ประกาศนโยบาย “ความอดทนเป็นศูนย์” (zero tolerance) ต่ออาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อม และขณะที่สหรัฐฯถอนตัวออกจาก “ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” สีประกาศคำมั่นว่าจีนยังปฏิบัติตามความตกลงปารีส และเดินหน้าลงทุนแหล่งพลังงานหมุนเวียน (renewable energy) ค่อยๆ ลดเชื้อเพลิงคาร์บอน

เฉิน เต้าอิน นักรัฐศาสตร์ในเซี่ยงไฮ้ ชี้ว่า การที่สีหันมาหยิบยกลัทธิมาร์กซ์ และวัฒนธรรมโบราณจีน เพื่อยกระดับนโยบายไปสู่ระดับของหลักปรัชญา
 
 
ขอบคุณ MGR Online
 
สิริสวัสดิ์โสรวารค่ะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net