วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กินหัวคิวยังไม่พอ ยังขอกินต่อเป็นรายเดือน


กินหัวคิวยังไม่พอ ยังขอกินต่อเป็นรายเดือน

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๓ วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยมีจริยธรรม มีคุณธรรม รังเกียจการทุจริต ถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ

 

รวมทั้งประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีความใสสะอาดและสร้างแนวร่วมในการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบในสังคมไทย

มูลนิธิฯ ได้พยายามปลูกฝังและสร้างแนวร่วมเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะนักเรียน เพื่อเขาเหล่านั้น “โตไปจะไม่โกง” ครับ ก็ได้แต่คาดหวังว่าเมื่อนักเรียนเหล่านี้โตเป็นผู้ใหญ่ก็จะไม่โกง  ประเทศไทยของเราก็น่าจะใสสะอาดมากยิ่งขึ้น

 

ไม่ได้ทำเฉพาะนักเรียนหรอกครับ แม้แต่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นผู้ใหญ่ มูลนิธิฯ ก็ได้พยายามปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อเขาเหล่านั้นไม่โกงกินหรือทุจริตคอร์รัปชั่น

แม้ว่าการทุจริตและประพฤติมิชอบจะไม่มีทางหมด ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม มีมากมีมีน้อยมากก็เท่านั้นครับ ไม่ได้หวังให้คนโกงหมดแผ่นดินหรอกครับ

สำหรับในประเทศไทยเองนั้น หลายหน่วยงานครับที่ “หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กล้ากระดิก” แต่ก็ยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนและที่บางหน่วยงานก็ยังกล้าที่จะทุจริตและประพฤติมิชอบ

โดยเฉพาะในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งทุกคนยอมรับว่าท่านเป็นบุคคลที่ใสสะอาดมากคนหนึ่ง รวมทั้งมีนโยบายปราบปรามการคอร์รัปชั่น แต่ก็ยังมีข้าราชการบางคนที่ทำตัวเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน”

สมัยก่อนมีคนกล่าวกันว่า เหตุที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะเขาเหล่านั้นได้รับค่าตอบแทนจากรัฐน้อย จนไม่เพียงพอกับการครองชีพ

แต่คงไม่ใช่สมัยนี้แล้วละกระมังครับ เพราะเมื่อผู้เขียนเหลือบไปดูเงินเดือนของข้าราชการในปัจจุบันแล้วก็ต้องตกใจครับ

คิดว่าทำไมตัวเองถึงเกิดมาเร็วนัก หากเกิดช้ากว่านี้สักหน่อยก็ยังคงรับราชการอยู่ ยังไม่เกษียณอายุราชการ อาจได้เงินเดือนเหมือนรุ่นน้องๆ เขาบ้าง

คำกล่าวข้างต้นเป็นเพียงคิดเล่นหรอกครับ เพราะดีแล้วที่เกษียณอายุ พ้นพงหนามมาแล้วได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุอย่างมีความสุขไปกับการท่องเที่ยวและการเขียนบทความ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กว่า

ครับ ลองดูเงินเดือนข้าราชการในปัจจุบันกัน เป็นอัตราเงินเดือนขั้นต่ำและขั้นสูงนะครับ

 

ประเภทบริหาร

นักบริหารสูง             ๕๖,๓๙๐ – ๗๖,๘๐๐ บาท

นักบริหารต้น            ๕๑,๑๔๐ – ๗๔,๓๒๐ บาท

 

ประเภทอำนวยการ

อำนวยการสูง            ๓๒,๘๕๐ – ๗๐,๓๖๐ บาท

อำนวยการต้น           ๒๖,๖๖๐ – ๕๙,๕๐๐ บาท

 

ประเภทวิชาการ

ปฏิบัติการ                  ๘,๓๔๐ – ๒๖,๙๐๐  บาท

ชำนาญการ              ๑๕,๐๕๐ – ๔๓,๖๐๐ บาท

ชำนาญการพิเศษ       ๒๒,๑๔๐ – ๕๘,๓๙๐ บาท

เชี่ยวชาญ                 ๓๑,๔๐๐ – ๖๙,๗๔๐ บาท

ทรงคุณวุฒิ               ๔๓,๘๑๐ – ๗๖,๘๐๐ บาท

 

ประเภททั่วไป

ปฏิบัติงาน                 ๔,๘๗๐ – ๒๑,๒๑๐  บาท

ชำนาญงาน              ๑๐,๑๙๐ – ๓๘,๗๕๐ บาท

อาวุโส                     ๑๕,๔๑๐ – ๕๔,๘๒๐ บาท

ทักษะพิเศษ              ๔๘,๒๒๐ – ๖๙,๐๔๐ บาท

 

ยังอีกครับ ข้าราชการระดับชำนาญการถึงระดับนักบริหารสูง ยังมีเงินประจำตำแหน่งกันอีก ตั้งแต่ ๓,๕๐๐ บาท ถึง ๒๑,๐๐๐ บาท แล้วเงินจำนวนนี้ยังได้รับเป็น ๒ เท่า ที่กำหนดไว้อีกด้วย

สำหรับท่านที่สนใจว่าตำแหน่งไหนได้รับเงินประจำตำแหน่งเท่าไรนั้น ก็ลองเปิดดูใน กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็แล้วกันนะครับ

แม้ว่าข่าวคราวการทุจริตคอร์รัปชั่นในระยะนี้น้อยลง จะเป็นด้วยข้าราชการมีจิตสำนึกมากขึ้นหรือมีวิธีการคอร์รัปชั่นที่แนบเนียนขึ้นจนอาจยังจับไม่ได้ ก็ไม่อาจทราบได้ แต่ก็ยังมีข้าราชการบางคนยังคอร์รัปชั่นกันอยู่

การทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นมากที่สุดก็คือในหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการอนุมัติอนุญาตนั่นแหละครับ ที่เขียนไม่ได้เหมารวมถึงข้าราชการในหน่วยงานที่มีหน้าที่อนุมัติอนุญาตทั้งหมดหรอกครับ เพราะผู้เขียนยังเชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่เป็นคนดี


มีเพียงบางคนเท่านั้นที่นอกจากกินเงินเดือนหลวงแล้วยังสร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้ประกอบการอีกด้วย ที่ผู้เขียนอึดอัดและต้องเขียนบทความเรื่องนี้ ก็เป็นเพราะพฤติกรรมของข้าราชการที่ผู้เขียนทราบมานั้นเหลือรับประทานจริงๆ

เรียกเงินตอนที่ผู้ประกอบการยื่นขออนุมัติอนุญาตยังไม่พอ ยังเรียกเงินเป็นรายเดือนเป็นเปอร์เซ็นต์จากรายรับของการประกอบการนั้นๆ อีก เข้าใจว่าคงขอมาแบบนี้หลายรายแล้ว ไม่งั้นคงไม่กล้าขอรายนี้

เหตุที่ผู้ประกอบการต้องยอมเพราะข้าราชการผู้หน้าที่เสนอให้อนุมัติหรืออนุญาตนั้นโยกโย้ ดองเรื่องหรือทำทุกอย่างที่ทำเรื่องให้ช้า ผู้ประกอบการรอไม่ได้เพราะธุรกิจต้องเดินหน้า

แม้ว่ามาตรา ๒๙ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้ส่วนราชการจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการให้แล้วเสร็จ และให้ติดประกาศไว้ในที่เปิดเผย


และในมาตราต่อไปได้กำหนดว่าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน แต่อาจมีข้อยกเว้นได้ในบางกรณี แต่ข้าราชการที่กล้าคอร์รัปชั่นก็ไม่กลัว เพราะรู้ทั้งรู้ว่าผู้ประกอบการไม่กล้าร้องต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพราะเป็นการทุบหม้อข้าวของตัวเอง

แต่หัวหน้าส่วนราชการช่วยได้ครับ  หากตั้งใจที่จะทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่นั้นใสสะอาดขึ้น ก็ต้องช่วยปัดกวาดส่วนราชการของตนเอง

สมัยเทคโนโลยีเฟื่องฟูนี้ไม่ยากเลยครับ เพราะปัจจุบันหลายส่วนราชการใช้ระบบสารบัญอิเลคทรอนิคกันอยู่แล้ว สำหรับเรื่องขออนุมัติอนุญาตก็ให้เรียกดูได้ว่าเรื่องเข้ามาเมื่อไร ออกเมื่อไร หากเกินเวลาตามที่สัญญาประชาคมไว้ ก็เรียกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ สอบถามหาสาเหตุซิครับ

หรือตรวจสอบว่าเรื่องทำนองเดียวกัน เหตุใดดำเนินการให้ผู้ประกอบการรายอื่นรวดเร็วภายในเวลาที่กำหนด แต่อีกผู้ประกอบการหนึ่งล่าช้าเหลือเกิน เหตุที่ช้าเพราะเขาไม่ยอมจ่ายไงละครับ

เรียกมาสอบถามบ่อยๆ เข้า นอกจากจะได้ทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการบางประการ เพื่อนำไปแก้ไขขั้นตอนการทำงานให้รัดกุมยิ่งขึ้นแล้ว ยังแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นได้อีกด้วย

โดยที่มาตรา ๓๗ วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการในการตรวจสอบให้ข้าราชการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้

 

ดังนั้น หากขืนปล่อยปละละเลย และผู้ร้องขอรายใดเป็นประเภท “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ยกเรื่องขึ้นมาฟ้องร้องตามมาตรา ๑๑๗ หรือฟ้องร้องศาลปกครอง หัวหน้าส่วนราชการก็เป็นจำเลยที่ ๑ นะครับ จะบอกให้

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

ป.ล. ขอขอบคุณกูเกิ้ล สำหรับภาพประกอบทั้งหมด 

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net