วันที่ เสาร์ มีนาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ATTA นิทรรศการ 4 ตัวตนคนทำงานศิลป์


ATTA นิทรรศการ 4 ตัวตนคนทำงานศิลป์

* อัตตา * นิทรรศการศิลปกรรม ที่แสดงถึงตัวตนคนทำงานศิลปะ 4 คนปรากฏการณ์ครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งเดียว สำหรับวงการศิลปะไทยเมื่อศิลปินไทยมากฝีมือ 4 คน ได้นำเอาผลงานระดับมาสเตอร์พีซของแต่ละคน มาส่งผ่านงานแสดงร่วมสู่สายตาสาธาณชน ภายใต้ชื่อ ATTA 

โดยนิทรรศการศิลปกรรม ครั้งนี้ ใช้เวลาเตรียมงานมาร่วมปี ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดให้ชม ตั้งแต่บัดนี้ ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562 ณ RCB Galleria ชั้น 2 ซึ่งเป็น Contemporary Art Space ของศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก คนรักชอบงานศิลปะ ตลอดจน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีศิลปะ และศิลปินเป็นไอดอลในหัวใจ ไม่ควรพลาด เพราะนิทรรศการครั้งสำคัญนี้ จะบ่งบอกตัวตนและลายเซ็นของศิลปินแต่ละคน ให้เห็นได้เป็นอย่างดี

เริ่มด้วยศิลปินเซอร์เรียลลิสม์หรือแนวเหนือจริง อันดับหนึ่งของประเทศไทย ประทีป คชบัว กับแนวคิดงาน* ไพรกำสรวล *...ภาพเรื่องราวมากมายที่หลั่งไหลผ่านปลายพู่กันของเขา เล่าขาน สำแดงความใน ให้ผู้ชมสัมผัสถึงความหลากหลาย ของมิติอารมณ์ ได้อย่างยอดเยี่ยม

ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินภาพพอร์เทรต ผู้ที่มีคนต้องการครอบครองงานของเขามากเป็นอันดับต้น ๆ มาด้วยรูปแบบงานจิตรกรรม ที่มีเทคนิคเฉียบคมบนผืนผ้าใบ และงานประติมากรรม ซึ่งโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่บ่อยหรือแทบจะไม่มีโอกาสจะได้เห็นงานจริงของเขา ในการแสดงงานที่ไหนเลย

สุรเดช แก้วท่าไม้ อีกหนึ่งศิลปินชื่อดัง แนวพอร์เทรทผู้โดดเด่นเรื่องการใช้สีน้ำมัน สีอะคริลิค และสีพาสเทลบนวัสดุต่างๆ ในการเนรมิตงานที่มีความงดงาม สวยหวานมีเสน่ห์ ตามรูปแบบที่มีกลิ่นอาย แนวอาร์ตนูโว (Art Nouveau) เจือกระจาย แทรกในชิ้นงาน

อนุพงษ์ จันทร ศิลปินรุ่นใหม่ ที่ไม่ใหม่อีกต่อไปแล้ว ศิลปินผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นศิลปินชั้นเยี่ยม ตั้งแต่อายุยังน้อย นั่นเท่ากับเป็นบทพิสูจน์ความคิดและฝีมือ มาคราวนี้ เนื้อหางานยังคงตีแผ่ความจริงของสังคมในปัจจุบัน ผ่านงานศิลปะแนวเสียดสี ได้อย่างเข้มข้น

 

จะเห็นได้ว่าศิลปินทั้ง 4 คนมีสไตล์งานที่ชัดเจนและแตกต่างกัน เป็นการเน้นย้ำถึงนิยามของคำว่า อัตตา ซึ่งมีผู้ให้ความหมายไว้มากมาย ...แต่ นิทรรศการศิลปกรรม ATTA จะเป็นนิทรรศการกลุ่ม ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการเดี่ยวของแต่ละคนก็ย่อมได้ ด้วยเพราะแต่ละคนทั้งคัดสรรผลงานเก่าและสร้างสรรค์งานขึ้นมาใหม่ จำนวนร่วมร้อยชิ้น นำมาเพื่อจัดแสดง ณ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก ที่ซึ่งสามารถรองรับการติดตั้งชิ้นงานขนาดใหญ่ได้ โดยเฉพาะผลงานของศิลปินรุ่นเดอะอย่างประทีป คชบัว ที่แต่ละภาพแสดงถึงลายเซ็นของประทีปได้คมชัด และเต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่บนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวในการถ่ายทอดอารมณ์และความคิด

ประทีป คชบัว

 

ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินผู้ไม่เคยคิดอยากเป็นศิลปิน 

 

 

ด้านของศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินผู้ไม่เคยคิดอยากเป็นศิลปิน แต่กลับประสบความสำเร็จในฐานะนักวาดภาพคนหรือภาพพอร์เทรต ก่อนจะมาลองเป็นนักปั้น ซึ่งมีผลงานเป็นที่ยอมรับ และประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นกัน นิทรรศการครั้งนี้จึงมีความพิเศษตรงที่ ศักดิ์วุฒิได้นำภาพที่ยังเขียนไม่เสร็จมาทำต่อจนเสร็จ และนำภาพเขียนที่เป็นสมบัติสะสมส่วนตัว รวมถึงงานปั้น ผลงานล่าสุด มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

ส่วนสุรเดช แก้วท่าไม้ ผู้ถ่ายทอดความทรงจำในวัยเด็ก ณ บ้านริมแม่น้ำท่าจีน ...มาเป็นภาพผลงานที่หลายคนคุ้นตา อย่างภาพเด็กเล่นน้ำที่แต่งแต้มสีสันได้สวยงามในสไตล์อาร์ตนูโว ( Art Nouveau ) ทุกสิ่งในความทรงจำ ถูกเนรมิตออกมาได้ราวกับมีชีวิต หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น ศิลปะอัตตะชีวะ นอกจากนี้เขายังได้นำเทคนิคการเขียนแบบทับซ้อน มาสร้างชิ้นงานที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและผู้คน ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดอัตตาของสุรเดช ออกมาได้อย่างลงตัว

ปิดท้ายด้วยงานศิลปะแนวเสียดสีสังคมของอนุพงษ์ จันทร ศิลปินรุ่นใหม่เจ้าของคำพูดติดปากที่ว่า “ใครๆ ก็เรียกผมว่า ไอ้เปรต” คนในวงการศิลปะ และนอกวงการศิลปะ น่าจะจำได้ดี ถึงข่าวภาพหัวผลงานชื่อ ภิกษุสันดานกา (The Bad Monks 2006) แม้ในโลกแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อต่าง ๆ จะเข้มข้นรุนแรง แต่เมื่อความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย อนุพงษ์จึงยังคงยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง ด้วยการป้ายปาดพู่กันสร้างงานศิลปะสะท้อนสังคมในรูปแบบต่าง ๆ นับเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่สอนเรื่องบาปบุญคุณโทษด้วยการหยิบเอาเรื่องราวในพระไตรปิฎก ออกมาเล่าได้อย่างน่าสนใจ สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ เขาได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาใหม่ และมีผลงานสะสมส่วนตัวอีกหลายสิบชิ้น ที่เป็นต้นแบบความคิดการสร้างงาน มาให้ชม

นับเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของทั้ง 4 ศิลปินซึ่งไม่ได้มีเหตุผลใดสลับซับซ้อน เพียงแค่อยากนำเสนอผลงานของตนเองให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ชื่นชอบงานศิลปะหรือผู้ติดตามผลงานของศิลปินแต่ละคน ได้มีโอกาสชมผลงานอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้จัดทำหนังสือออกมาหนึ่งเล่มเพื่อเล่าเรื่องราวของศิลปินให้กับสาธารณชนได้ทราบและรู้ถึงเส้นทางกว่าจะมาเป็นศิลปินได้นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ทางศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก และผู้จัดงานมีความตั้งใจจะจัดส่งหนังสือไปให้กับห้องสมุดของคณะศิลปกรรมในมหาวิทยาลัยตามต่างจังหวัดกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่อยากก้าวเข้ามาเป็นศิลปินได้เรียนรู้ เพราะโลกแห่งศิลปะเปิดกว้างสำหรับทุกคนให้ค้นหา อัตตา ของตัวเอง

นิทรรศการศิลปกรรม ATTA จัดแสดงไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562 โดยเปิดให้ชมทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 20.00 น.

เกี่ยวกับศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

เป็นเวลากว่า 33 ปีแล้วที่ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้เป็นศูนย์รวมงานศิลปะและวัตถุโบราณชั้นเยี่ยมของเอเชีย โดยปัจจุบันได้เปิดพื้นที่บนชั้น 2 เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายประเภท รวมทั้งการจัดแสดงนิทรรศการด้วยเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ที่ไม่เพียงต้องการนำเสนอศิลปะและวัตถุโบราณเท่านั้น แต่ยังต้องการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่เข้าไว้ด้วยกัน

 

 

 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net