วันที่ จันทร์ มีนาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม..จากกรมทหารหน้าสู่ศาลาว่าการกลาโหม


 

พิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม..จากกรมทหารหน้าสู่ศาลาว่าการกลาโหม

พิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม  แหล่งรวบรวมเอกสารที่สำคัญ และวัตถุพิพิธภัณฑ์โบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม  หลังดำเนินการปรับปรุงนาน 3 เดือน โดยจะเปิดโอกาสให้ข้าราชการและประชาชนเข้าชมเพื่อให้รับรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ทางการทหาร สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย  ในการนี้ พลเอก วิสุทธิ์ นาเงิน ประธานกรรมการดำเนินงาน ได้แต่งตั้ง พลเอกชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์ เจ้ากรมเสมียนตรา เป็นประธานคณะอนุกรรมการพร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อกำหนดรูปแบบ และการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทันสมัย

สำหรับพิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 อาคารศาลาว่าการกลาโหม  ด้านทิศตะวันตก มีพื้นที่ประมาณ 312 ตารางเมตร กำหนดรูปแบบพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 8 พื้นที่ ประกอบด้วย

ห้องประวัติจากโรงทหารหน้าสู่ศาลาว่าการกลาโหม, ผังพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ปืนใหญ่โบราณหน้าศาลาว่าการกลาโหม, สมุดรายชื่อทหารไทยกองอาสาไปสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทวีปยุโรป จำนวน 1,424 นาย, สมุดไทยดำบันทึกยอดไพร่พล, ประวัติพญาคชสีห์ด้านหน้าศาลาว่าการกลาโหม,แบบเรียนตำราแบบฝึกทางการทหารสมัยรัชกาลที่ 5, ภาพประวัติศาสตร์ศาลาว่าการกลาโหม

พื้นที่แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งของฉางข้าวหลวงเก่า และที่ตั้งของวังเจ้านายที่รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ​ ให้ สร้าง พระราชทานแก่ พระเจ้าลูกยาเธอจำนวน 3 วัง


เจ้าหมื่นไวยวรนาถ เจิม  แสง-​ ชูโต ผู้บังคับการ กรมทหารหน้าในขณะนั้น​ ได้ทูลขอ พระบรมราชานุญาตรัชกาลที่ 5 นำพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีก่อสร้างอาคารสำหรับให้ทหารพักอาศัย​ โดยอาการดังกล่าวออกแบบโดยนายโจอาชิโน หรือ โจอาคิม​ แกรซีหรือกราซซี​ สถาปนิก ชาวอิตาลี โดยมีเจ้าหมื่นไวยวรนาถ เป็นแม่กองในการก่อสร้างครั้งนี้


การก่อสร้างอาคารเริ่มขึ้นในปีพศ 2425 แล้วเสร็จในปี 2427 โดยเจ้าหมื่นไวยวรนาถ ได้ขอพระราชทานนามอาคารนี้จากรัชกาลที่ 5​  พระองค์ ทรงพระราชทานนามอาคารว่าโรงทหารหน้า

ในปีพ. ศ. 2427 รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดอาคารโรงทหารหน้าพร้อมทั้งทอดพระเนตรการซ้อมประลองยุทธอย่างใหม่ตามที่เจ้าหมื่นไวยวรนาถเจิมแสงชูโตได้จัดถวายทอดพระเนตร

 

 

อาคารโรงทหารหน้าเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบพาลลาเดียลตามแบบอิทธิพลตะวันตก อาคารสูง 3 ชั้นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวต่อกัน 4 หลัง ล้อมรอบสนามขนาดใหญ่ตรงกลางฐานรากอาคาร มีการวางแผนสูงเพื่อการรองรับน้ำหนัก

ในปี 2430 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ​ ให้ใช้ โรงทหารหน้าเป็นที่ทำการของกรมยุทธนาธิการและในปีพศ. 2433 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ​ ยกฐานะกรมยุทธนาธิการขึ้นเป็นกระทรวงยุทธนาธิการ

ต่อมาวันที่ 23​ ธันวาคม 2437 ได้ย้ายกระทรวงกลาโหมเข้าสู่กรมยุทธนาธิการและขนานนามว่าศาลาว่าการกลาโหม


ห้องประวัติจากโรงทหารหน้าสู่ศาลาว่าการกลาโหม



สิ่งของจัดแสดง ที่สำคัญภายในพิพิธภัณฑ์

รูปปั้นจอมพลและมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง​-ชูโต​)เมื่อครั้งที่ การดำรงตำแหน่งเจ้าหมื่นสราภัยสฤษดิการ ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษเมื่อปีพศ. 2441 ก่อนการเดินทางกลับสยาม ท่านได้สั่งให้หล่อรูปปั้นเหมือนจริงของท่าน ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในการเดินทางไปราชการ

ท่อน้ำดินเผา

พบจากการขุดปรับพื้นที่บริเวณด้านทิศเหนือของศาลาว่าการกลาโหม​  สันนิษฐานว่า เป็นท่อน้ำที่ใช้ในช่วงก่อนการสร้างอาคารโรงทหารมากเนื่องจากในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ระบบส่งน้ำภายในอาคารที่สำคัญยังคงใช้ระบบท่อน้ำดินเผาเช่นเดียวกับสมัยอยุธยา ก่อนที่สมัยรัชกาลที่ 5 อาคารโรงทหารน่าจะมีการวางระบบท่อส่งน้ำแทน

สมุดรายชื่อทหารไทยกองอาสา เดินทางไปสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทวีปยุโรป

ภายในบันทึกประวัติส่วนตัวและครอบครัวของทหารกองอาสาจัดทำขึ้นที่ศาลาว่าการกลาโหมเมื่อครั้งกลับจากราชการสงครามเมื่อปีพศ. 2462

หุ่นระบำสดุดีพญาคชสีห์

ใช้แสดงในพิธีสมโภชเปิดผ้าแพรพญาคชสีห์ทั้ง 2 องค์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนพ.ศ 2549  บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกลาโหมโดยมีพลตรี​ สัมพันธ์ แจ้งเจนเวทย์​ เป็นผู้ประพันธ์เนื้อเพลงสำหรับใช้เป็นบทร้องประกอบการแสดงระบำสดุดีพญาคชสีห์

สมุดไทยดำ

กลุ่มสมุดไทยดำจำนวน 80 ฉบับ บันทึกจำนวนไพร่พลที่สังกัด ที่ต่างๆทั้งวังเจ้านายสังกัดกรมต่างๆและสังกัดขุนนาง​ จัดทำขึ้นเพื่อรายงานจำนวนไพร่พลทั้งหมดต่อกรมพระสุรัสวดี


รูปปั้นจอมพลและมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง​-ชูโต​)



ท่อน้ำดินเผา

สำหรับท่อน้ำดินเผาที่แสดงภายในพิพิธภัณฑ์นี้สันนิษฐานว่าอาจเป็นท่อน้ำที่ถูกใช้ในช่วงก่อนหน้าสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากเมื่อมีการก่อตั้งโรงอาหารหน้าขึ้นแล้วระบบการใช้น้ำภายในอาคารรวมทหารหน้า มีการสูบน้ำขึ้นพักไว้ในถังเหล็กขนาดใหญ่ บริเวณชั้น 3 ของอาคาร และ มี การวางระบบส่งน้ำแล้ว ซึ่งไม่มีความจำเป็น จะต้องใช้ท่อน้ำดินเผาในการนำน้ำเข้ามาใช้อีก อาจสันนิษฐานได้ว่าท่อน้ำดินเผาที่พบในอาคารศาลาว่าการกลาโหมดังกล่าว อาจมีการใช้งานในช่วงที่พื้นที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของวังเจ้านายในสมัยรัชกาลที่ 1 มาก่อน 

 

โครงสร้างกำแพงอิฐ

โครงสร้างของอาคารศาลาว่าการกลาโหมเป็นแบบกำแพงอิฐ รับน้ำหนัก แต่กำแพงไม่หนามาก เมื่อเทียบกับความสูงถึง 3 ชั้นของตัวอาคาร โดยการก่อสร้างอาคารในสมัยรัชกาลที่ 5 ในช่วงแรก มักก่อสร้าง กำแพงชั้นล่างหนามาก และค่อยๆบางลงเมื่อฉันสูงขึ้นไป อาคารถูกสร้างบางแบบ วางบนดินไม่ยกพื้น พื้นปูด้วยไม้ หลังคาเป็นโครงไม้มุงกระเบื้องกาบกล้วย


ผังพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ปืนใหญ่โบราณหน้าศาลาว่าการกลาโหม

 

 

แบบเรียนตำราแบบฝึกทางการทหารสมัยรัชกาลที่ 5

 

ตราประทับคชสีห์

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงกำหนดอัตราตำแหน่งในกลาโหมรศ 130 พ. ศ. 2454  โดยตราสำหรับเสนาบดีกระทรวงกลาโหมคือตราพระคชสีห์ใหญ่ ตราพระคชสีห์น้อย และตราพระคชสีห์เดินดง สำหรับการประทับลงในหนังสือราชการ


หุ่นระบำสดุดีพญาคชสีห์

 

กลุ่มสมุดไทยดำจำนวน 80 ฉบับ บันทึกจำนวนไพร่พล ที่สังกัดที่ต่างๆ

สมุดรายชื่อทหารไทยกองอาสา เดินทางไปสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทวีปยุโรป 

 

 

เบื้องหลังภาพหมู่คือ ภาพพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณรวมพลังแห่งความภักดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2559  

 

พันเอก ทวี สุดจิตร์ กล่าวต้อนรับ ปฐมนิเทศ และนำชม ให้กับประชาชนผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม

 

เป็นปืนใหญ่ที่ถือว่า สวยงามมาก ชมคลิป..

 

 

รายงานจากศาลาว่าการกลาโหม

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net