วันที่ เสาร์ มีนาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าจากภูเขียว


    ผมเป็นคนที่เชื่อเรื่องราวความลึกลับในป่าหรือเรื่องที่เกี่ยวกับผีสางนางไม้นะ ทั้งๆที่ชีวิตจริงตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยเห็นของจริงกับตาตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว....แต่ในพื้นฐานของความเชื่อนั้น ผมว่าเรื่องแบบนี้บางครั้งก็เป็นเรื่องจริง หากแต่คนที่มีโอกาสด้านนี้ อาจมีสัมผัสพิเศษอะไรบางอย่างที่คนทั่วไปไม่มี (และคงเป็นโชคดีของผม ที่เป็นหนึ่งในคนที่ไม่มีเซ้นท์ทางด้านนี้) แต่หลายๆครั้งก็อาจเกิดจากการคิดไปเองหรือเกิดจากจินตนาการของผู้เล่า ถ้าจะเรียกให้ถูกอาการ ก็คือ "หลอน" นั่นละครับ

    หลายปีก่อน ผมมีโอกาสได้ปลีกวิเวกไปนั่งดูนกที่บ่อน้ำมหัศจรรย์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวเพียงลำพัง  ช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูฝนแล้ว ทำให้บ่อน้ำอันโด่งดังมีนกมาใช้บริการไม่มากนัก และแน่นอนว่านักดูนกกับช่างภาพนกส่วนใหญ่คงหลีกเลี่ยงการเดินทางไปภูเขียวในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ นั่นจึงทำให้ทั้งเขตฯภูเขียวใน 3 วัน 2 คืนนั้นเป็นของผมคนเดียวไปโดยปริยาย

    เนื่องจากเป็นช่วงเวลาของฤดูฝน ดังนั้น 2 คืนในเขตฯภูเขียว ผมจึงเลือกความสะดวกสบายให้กับตัวเอง โดยการเลือกใช้บริการบ้านพักของเขตฯเป็นที่ซุกหัวนอน
    และเพียงคืนแรก ผมก็เจอดีเข้าจนได้ ในขณะที่กำลังเคลิ้มใกล้หลับ เวลาขณะนั้นน่าจะอยู่ในราว 3-4 ทุ่มโดยประมาณ เสียงครางฮือๆ สลับกรีดร้องเหมือนเสียงผู้หญิงโดนรังแกดังเว้นเป็นช่วงจังหวะแว่วมาจากราวป่าหลังบ้านพัก และดังอยู่แบบนั้นอีกราวสัก 5 นาที

    ด้วยอากาศที่เย็นเยือกจนเกือบจะเรียกได้ว่าหนาวอยู่แล้วแบบนั้น ยิ่งทำให้ผมขนลุกซู่ทั้งๆที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มซ้อนกัน 2 ผืน แถมยังรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมากระทันหัน แต่ไม่กล้าแม้แต่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ เสียงนั้นเงียบไปสักพักก็กลับดังขึ้นอีกเป็นระยะๆ แถมยังมีความรู้สึกว่าเสียงร้องดังกล่าวขยับใกล้เข้ามาทางบ้านพักที่นอนอยู่นั่นเสียด้วยสิ และที่สำคัญ ผมไม่ได้ปิดหน้าต่างด้านหลังด้วยหล่ะ ต้องอาศัยนอนคลุมโปงด้วยผ้าห่ม หันหลังให้กับหน้าต่างเพราะไม่กล้าลุกไปปิด
    หลังจากที่กัดฟันทนนอนฟังเสียงประหลาดนั้นอยู่สักพักใหญ่ ก็เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียซึ่งมาจากการเดินทางบวกกับฤทธิ์ของเครื่องดื่มแก้เหงาอีก 2 กระป๋องที่นั่งละเลียดดื่มอยู่คนเดียวเพื่อย้อมใจตัวเองมาเมื่อตอนหัวค่ำ

    ผมตื่นเช้าวันใหม่มาด้วยความสดชื่น พร้อมเรื่องราวที่ยังติดค้างในใจตั้งแต่เมื่อคืน และทันทีที่พบหน้าพี่ชายท่านหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในเขตฯภูเขียวแห่งนั้น ผมรีบเล่าเหตุการณ์ระทึกเมื่อคืนให้ฟังโดยทันที พอเล่าจบ เสียงหัวเราะและคำชี้แจงว่าเสียงร้องที่ผมได้ยินเมื่อคืนน่าจะเป็นเสียงของ "บ่าง" (แกใช้คำว่า "น่าจะ" จริงๆนะครับ) ซึ่งเป็นสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืน และเสียงดังกล่าวไม่ใช่ผมคนแรกที่เคยโดน นั่นทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาอักโขเลยละครับ ทีแรกตั้งใจจะกลับก่อนกำหนดซะแล้ว เพราะคิดว่าถ้าอยู่ต่ออีกคืน ไม่รู้จะมีทีเด็ดอะไรมาเยี่ยมเยือนกันอีกบ้าง

    และนิทานเรื่องนี้ก็สอนให้ผมได้รู้เมื่อวันนั้นว่า ความเชื่อเรื่องผีๆสางๆหรือเรื่องลึกลับต่างๆ บางครั้งอาจเป็นเรื่องจริง แต่หลายๆครั้งรวมทั้งคราวนี้ด้วย มันเกิดจากอาการ "หลอน"ของผู้ประสบเหตุการณ์แท้ๆครับ

    สรุป...ผมยังคงอยู่ต่ออีกหนึ่งคืน และไม่ว่าเสียงร้องประหลาดนั้นจะมาอีกหรือไม่มาผมก็ไม่รู้ หากแต่คราวนี้ผมไม่กลัวเสียงนั้นอีกแล้วละครับ พระเครื่ององค์เก่าซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ทวดถูกนิมนต์ขึ้นคล้องคอก่อนนอน, เครื่องดื่มย้อมใจ 6 กระป๋องหมดลงตั้งแต่ยังไม่มืด และผมเข้านอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม แถมปิดหน้าต่างรอบบ้านพักครบทุกบาน รับรองว่าไม่มีใครโผล่หน้ามาทักทายยามดึกแน่ๆ เพราะถึงมาผมก็คงไม่ตื่นขึ้นมาต้อนรับละครับ 555

 

โดย S-1

 

กลับไปที่ www.oknation.net