วันที่ จันทร์ มีนาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพชรบุรีดีจัง สุโขสโมสร ตอน วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร


เพชรบุรีดีจัง สุโขสโมสร

 

ระหว่างทาง ยังมีการทำนาเกลือให้เห็นกันอยู่

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม  แต่ไฉนวันนี้ วันที่ข้าพเจ้าไปร่วมกิจกรรมทัศนศึกษาสัมผัสพื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา อันเกิดจากพลังภูมิปัญญาและพลเมืองชาวเพชรบุรี ในงาน “มหกรรมสาธารณศึกษา เพชรบุรีดีจัง สุโขสโมสร” มีฝนตกโปรยปรายในเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2562  แต่...เรามีนัดหมาย 07.30 น. ที่หน้ากองการท่องเที่ยว ถนนพระอาทิตย์ (ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร) ออกเดินทางสู่จังหวัดเพชรบุรี  อากาศครึ้ม มีฝนโปรยปราย ระหว่างทางมีอุบัติเหตุ 2 จุด รถติดมาก 

คล้อยเข้าเวลา11:20 จึงเข้าไกล้เขาวัง และถึงวัดพลับพลาชัย ต.กระแชง อ.เมือง เพชรบุรี กลุ่มลูกหว้า เพชรบุรีให้การต้อนรับ

วัดพลับพลาไชย เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงพ่อฤทธิ์ ได้เป็นผู้นำในการฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรมวรรณกรรมการศึกษา และเป็นผู้ก่อตั้งคณะหนังใหญ่วัดพลับพลาชัยที่มีชื่อเสียงมากซึ่งได้เล่นถวายต่อหน้าพระพักตร์นอกจากนี้ในวัดยังมีศิลปะที่น่าสนใจคือลายปูนปั้นหน้าบันที่วิหารและซุ้มประตูโบสถ์ งานจำหลักไม้ที่บานประตูโบสถ์และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ แนะนำกิจกรรมเรียนรู้พื้นที่มีชีวิต



จากนั้น แยกย้ายกันสำรวจ ลิ้มลอง “กินย่านเก่า” ตามอัธยาศัย ..ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊กอ้า ก๋วยจั๊บถนนคลองกระแชง ทอดมัน ข้าวแช่ ตลาดสำนักงานทรัพย์สินฯ ฯลฯ 

 

 วัดพลับพลาไชย

ศาลาเก๋งจีนหน้าพระอุโบสถวัดพลับพลาไชย

 

วัดมหาธาตุวรวิหาร

แอบใช้เวลา หลังอาหารมื้อกลางวัน แวะนมัสการ ที่วัดมหาธาตุวรวิหารซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และสำคัญมาก ของเมืองเพชรบุรี มีพระปรางค์ 5 ยอดสันนิษฐานว่าสร้างตามคติพุทธมหายานของขอม น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 900 ปีแต่มีการซ่อมแซมอยู่หลายครั้งภายในวัดมีศิลปะที่น่าสนใจทั้งงานกลุ่มปั้นของเมืองเพชรบุรีตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบันและงานจิตรกรรมฝาผนังของครูช่างภายในพระวิหารหลวงนอกจากนี้ยังเป็นวัดเดียวในเมืองเพชรที่สามารถหาชมการแสดงละครชาตรีได้

ภาคบ่าย เดินทางถึง วัดใหญ่สุวรรณารามที่สร้างแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พื้นที่จัดงาน  เพชรบุรีดีจัง สุโขสโมสร 

นั่งรถรางสัญจรย่านประวัติศาสตร์เมือง ตำบลท่าราบ ไปยังวัดกำแพงแลง วัดไผ่ล้อม(ร้าง) วัดสนามพราหมณ์ วัดเกาะสุทธาราม ริมแม่น้ำเพชรบุรี และ. วัดเพชรพรี โปรดติดตามเรื่องราวในตอนต่อๆไป แต่เอ็นทรี่นี้ขอลัดมาภาคเย็น ที่เราได้มีโอกาสรับฟังยรรยายกับอาจารย์ แสนประเสริฐ  บานเนียม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
วัดใหญ่สุวรรณาราม
วัดใหญ่สุวรรณารามจัดเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร อยู่ที่ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี มีการปฏิสังขรณ์ในรัชกาลที่ 4 มีอาคารสำคัญได้แก่ พระอุโบสถเป็นศิลปะอยุธยา มีภาพทวารบาล จิตรกรรมภาพเทพชุมนุมเรียงรายกัน 5 ชั้น จุดเด่นคือภาพยักษ์และอมนุษย์ทั้งหลายเป็นหน้าเนื้อ ไม่ใช่การวาดเหมือนสวมหัวโขนโดยทั่วไป พระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยรูปหล่อพระสังฆราชแตงโม หน้าบันเป็นงานรูปปั้นสมัยอยุธยาตอนปลายที่งามพลิ้วราวมีชีวิต วิหารคต



บุษบกแว่นฟ้า (ธรรมมาสน์วัดใหญ่)

     หลังที่เห็นอยู่นี่้ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 สำนักพระราชวังได้มีหนังสือมา ขออัญเชิญไปยังกรุงเทพมหานครและดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ลงรักปิดทองใหม่ เพื่อเข้าประกอบพิธี ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 โดยอัญเชิญบุษบกแว่นฟ้าประดิษฐาน ณ พระที่นั่งทรงธรรม (ท้องสนามหลวง) สำหรับการพระราชพิธีประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิ ของพระองค์ท่าน (ร.9) เมื่อเช้าวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560 และในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560 สำนักพระราชวังจึงอัญเชิญบุษบกแว่นฟ้าหลังนี้กลับมาประดิษฐานยังศาลาการเปรียญ วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี ดังเดิม (ที่มา : วัดใหญ่สุวรรณาราม)


 

ศาลาการเปรียญ

      วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร มีขนาด 10 ห้องมีความก้าง 5 วา ยาว 15 วา นับว่ามีขนาดใหญ่ตามตำนานว่า สมเด็จพระเจ้าเสือได้พระราชทานท้องพระโรงหลังหนึ่ง มาเพื่อช่วยเหลืออาจารย์คือ สมเด็จพระสังฆราชแตงโม ทำเป็นการเปรียญในคราวที่ท่านได้กลับมาบูรณะวัดใหญ่สุวรรณาราม วัดเดิมที่เคยศึกษาเล่าเรียนมา ซึ่งได้รับพระราชทานมาพร้อมกับช่างหลวง มีช่างไม้ ช่างปูน ช่างเขียน ช่างแกะสลัก โดยสมเด็จพระสังฆราชแตงโมเป็นแม่งานคุมการทั้งปวง จนเสร็จและในคราวนั้น ท่านยังได้ไปสร้างวัดหนองหว้า อุทิศส่วนกุศลให้โยมมารดา ไปสร้างวัดดอนบ้านใหม่ที่บางทุลุ(หาดเจ้าสำราญ) อุทิศให้โยมบิดา ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเล่าโดยการสันนิษฐานว่า ศาลาการเปรียญวัดใหญ่ฯ  เป็นพระตำหนักเจ้าฟ้าอภัยทดหรือเจ้าขวัญ เมื่อพระเจ้าเสือได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ได้พระราชทานมาปลูกเป็นศาลาการเปรียญวัดใหญ่ฯ ทั้งนี้เพราะผีดุ และยังมีเรื่องเล่าอีกว่า พระเจ้าเสือเคยเสด็จมาเมืองเพชรบุรีหลายครั้ง เสด็จทรงปลาบ้าง คล้องช้างบ้าง และเคยไปเยี่ยมพระอาจารย์แสงที่วัดเขาบันไดอิฐ และได้เสด็จมาเยี่ยมสมเด็จพระสังฆราชแตงโม พระอาจารย์ที่วัดใหญ่ฯ ทรงเห็นว่ากำลังซ่อมพระอุโบสถอยู่ ยังขาดศาลาการเปรียญจึงพระราชทานท้องพระโรงหลังหนึ่ง มาสร้างเป็นศาลาการเปรียญ และมีธรรมมาส์พร้อมด้วยสังเค็ด (ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร) เป็นศิลปะสมัยอยุธยา (ที่มา : วัดใหญ่สุวรรณาราม)



 

 

 

 

บานประตูแกะสลักที่งดงาม


นอกจากนั้นที่ทางเข้าศาลาการเปรียญ มีบานประตูแกะสลักที่งดงามและมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรมนั่นคือเป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย และที่บานประตูมีหลัก มีรอยแผลบนประตู ทำให้มีประตูแตก ชำรุดถาวร เรียกรอยพม่าฟัน ซึ่งนักวิชาการบางส่วนมีความเห็นว่าอาจจะเป็นการทำลายประตูตั้งแต่ครั้งรื้อตำหนักถวายสมเด็จเจ้าแตงโม (พระสุวรรณมุณี) พระสังฆราช เกี่ยวเนื่องกับเรื่องวิญญานเจ้าฟ้าพระขวัญ เจ้าของตำหนักเดิม ที่ถูกพระเจ้าเสือสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ เมื่อครั้งสมเด็จพระเพทราชาประชวรใกล้สวรรคต (ที่มา : วิกิพีเดีย)

 

หอเก็บพระไตรปิฏก เป็นอาคารไม้ผนังฝาปะกน รองรับด้วยเสาไม้ 3 เสา จากแนวคิดที่ว่า พระไตรปิฎก ประกอบด้วย 3 ปิฎกคือ พระธรรมปิฏก พระไตรปิฏก และพระสุตันตปิฎก จากภาพเป็นอาคารไม้ขนาดเล็กตั้งอยู่ในน้ำ (ขวาสุดของภาพ) เป็นอาคารที่สร้างในสมัยอยุธยา และด้วยสภาพของอาคารที่ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา จึงมีการสร้างอาคารหลังใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2470 (รัชกาลที่ 6) แต่อย่างไรก็ตามอาคารหลังเก่ายังคงเก็บรักษาไว้ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษา(ที่มา : วัดใหญ่สุวรรณาราม)

ขอบคุณครูจำลอง คุณนก และ กลุ่มลูกหว้า ที่ช่วยจัดวางเส้นทางได้ดีเยี่ยม

 

 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net