วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มกอช.บุกเจนีวา รุดเจรจาทะลายกำแพงมาตรการกีดกันการค้าสินค้าเกษตรไทย


มกอช. เปิดเกมรุกทะลายกำแพงมาตรการกีดกันทางการค้าสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก จากมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช  พร้อมเจรจาไต้หวันเร่งเปิดตลาดมังคุดให้ไทย เกาหลีใต้เร่งรัดกระบวนการพิจารณาเปิดตลาดมะม่วงมหาชนก  ส่วนรัสเซียเร่งรัดการขึ้นทะเบียนโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำส่งออกของไทยเพิ่มเติม

นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ  กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Committee on Sanitary and Phytosanitary Measures) ครั้งที่ 74 ที่จัดขึ้น ณ องค์การการค้าโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสเมื่อเร็วๆนี้ว่า    ไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ได้ใช้โอกาสนี้ร่วมกับประเทศสมาชิก WTO กว่า 20 ประเทศ เรียกร้องให้สหภาพยุโรปจัดทำกฎระเบียบในการจำแนกสารกำจัดศัตรูพืชที่เข้าข่ายสารขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อให้สอดคล้องกับหลักการประเมินความเสี่ยงภายใต้ความตกลงว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการนำมาตรการไปใช้ในการกีดกันทางการค้าโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรวมทั้งไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้แทนประเทศไทยยังได้หารือทวิภาคีกับประเทศคู่ค้า เพื่อผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและแก้ไขปัญหาด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย เช่น ได้หารือกับไต้หวันเพื่อเร่งรัดการเปิดตลาดมังคุดให้แก่ไทย ขอให้รัสเซียเร่งรัดการขึ้นทะเบียนโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำส่งออกของไทยเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำจากไทยไปยังรัสเซียเพิ่มขึ้นถึงประมาณปีละ 600 ล้านบาท และขอให้เกาหลีใต้เร่งรัดกระบวนการพิจารณาเปิดตลาดมะม่วงมหาชนกให้แก่ไทยด้วย เลขาธิการ มกอช. กล่าว

ที่ประชุมยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบและสถานการณ์ความปลอดภัยอาหารจากประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก(WTO)รวมทั้งหารือข้อกังวลทางการค้าที่ประเทศสมาชิกมีต่อกฎระเบียบของประเทศสมาชิกอื่นอีกด้วย    สำหรับ ไต้หวันเป็นประเทศหนึ่งที่มีการกำหนดใช้มาตรการสุขอนามัยเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคภายในประเทศมากเช่นเดียวกับประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ โดยมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าผัก ผลไม้ของไทยเป็นอย่างมากคือ ระเบียบการกักกันโรคพืชเพื่อการนำเข้าสินค้ามายังไต้หวัน (Quarantine Requirements for Importation of Plants or Plant Products into Republic of China) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 เป็นต้นมา ระเบียบดังกล่าวระบุว่าไทยมีการระบาดของแมลงศัตรูพืช มีผลทำให้ผักและผลไม้ไทยจำนวน 11 ชนิด ถูกห้ามนำเข้าจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ พริก ถั่วลิสงมีฝัก มังคุด เงาะ ลำไย ส้มและส้มโอ มะม่วง กล้วยดิบ และผักชี อย่างไรก็ดี หน่วยงานภาครัฐของไทยที่เกี่ยวข้องก็มิได้นิ่งนอนใจและได้มีการประสานไปยังหน่วยงานของไต้หวันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ส่วนสถานการณ์การส่งออกสินค้าประมงไทยไปรัสเซีย  เมื่อปี2556พบว่ามีปริมาณการส่งออก 12,325.18 ตัน มูลค่า 1,787.71 ล้านบาท และในปี 2557 (เดือน ม.ค.-ส.ค.) ปริมาณส่งออก 10,123.71 ตัน มูลค่า 1,375.12 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นการเสริมสร้างสัมพันธ์อันดีและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกรมประมง และ FSVPS เพื่อการส่งออกสินค้าประมงไทยไปรัสเซียเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วขึ้นด้วย

โดย โรสกีญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net