วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนัง(สือ)คือชีวิต Hunter Killer : สงครามอเมริกาผ่ารัสเซีย


หนัง(สือ)คือชีวิต

Hunter Killer : สงครามอเมริกาผ่ารัสเซีย

====================

.

“เรือรบอาคันซอ กัปตันโจ แกลสส์พูด

ผมอยากบอกว่าผมรู้จักพันโทโอไบรอันเป็นการส่วนตัว... และผมรู้ว่าเขาฝึกพวกคุณมาดี

ผมได้ยินมาเยอะว่าผมน่าจะเป็นกัปตันแบบไหน

ให้ผมบอกคุณโดยตรงดีกว่า

ผมไม่ใช่นักเรียนนายเรือที่โตมาในห้องเรียน

ผมทำงานมามาก เคยประจำโซนาร์... ขัดท่อตอร์ปิโด

ถ้าคิดว่าผมรู้จักพวกคุณดีกว่าผู้บังคับบัญชาคนก่อนของคุณ พวกคุณก็คิดถูกแล้ว

ผมอยู่ใต้น้ำมาตลอดชีวิต

พลาดเลือกตั้ง 5 รอบ ซูเปอร์โบวล์ 7 ครั้ง งานแต่งน้องสาว... ไปดูใจพ่อไม่ทัน

ผมรู้แต่เรื่องใต้น้ำ... ผมก็คือคุณ

แต่ถ้าคุณคิดว่าผมจะไม่ปกครองเข้มงวดสุดๆ คุณคิดผิดมหันต์

นี่ไม่ใช่การฝึกแบบขอไปที

พี่น้องของคุณในเรือเทมป้าเบย์หายไปในน่านน้ำรัสเซีย เรืออาจจมไปแล้ว ทุกคนรู้จักใครสักคนบนเรือลำนั้น

เราจะตามหาพวกเขา ดังนั้นจงทำตามคำสั่ง

ผมคาดหวังให้พวกคุณทำเต็มที่

ผมทำงานบางอย่างได้ดีกว่าคุณ แต่จะไม่ทำ

งานของพวกคุณคือความรับผิดชอบของผม”

.

ลองจินตนาการว่า หากคุณไม่ได้จบจากโรงเรียนนายเรือ แต่ต้องเข้าบังคับบัญชาลูกเรือที่ไม่รู้จักคุณหรือเคยทำงานร่วมกันกับคุณมาก่อน และต้องแจ้งให้พวกเขาทราบว่า ภารกิจที่จะทำคือการนำเรือดำน้ำพิฆาต (Hunter Killer) เข้าไปยังน่านน้ำของข้าศึกเพื่อค้นหาเรือดำน้ำอเมริกันอีกลำและกู้ภัยหากมีผู้รอดชีวิต

จะมีคำพูดไหนมีพลังไปกว่าคำกล่าวข้างต้นได้อีก

.

ข้างต้นคือคำพูดที่ โจ แกลสส์ ใช้ในการนำเสนอทั้ง “ตัวเอง” และ “ภารกิจ” ให้ลูกเรืออาคันซอกว่าร้อยชีวิตได้ทราบ

หนังที่เขียนบทได้ยอดเยี่ยมจะทำให้เราสามารถรู้จักตัวละครได้จากคำพูดเพียงไม่กี่คำ

ดังนั้น ทันทีที่บทสนทนาที่ยอดเยี่ยมนี้จบลงในนาทีที่ 10 ของหนัง ผมก็ตกลงใจ “ซื้อ” หนังเรื่องนี้ทั้งไว้ทันที

.

มีหนังสงครามเรือดำน้ำไม่กี่เรื่องที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม

ที่ผมจำได้ นอกจากหนังเรื่อง Crimson Tide (ลึกทมิฬ) ของผู้กำกับโทนี่ สก๊อต แล้ว ก็เห็นจะมีหนังเรื่องนี้นี่แหละที่สร้างออกมาได้เข้าตามากที่สุด

.

Crimson Tide เล่าเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างผู้บังคับการเรือกับต้นเรือที่หากตัดสินใจพลาด ก็จะกลายเป็นฉนวนเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สามได้

ความเจ๋งในการเล่าเรื่องของผู้กำกับโทนี่ สก๊อต ทำให้ความขัดแย้งของทั้งเรื่องเกิดขึ้นภายในเรือดำน้ำและจบลงที่นั่นโดยตั้งแต่ต้นจนจบสามารถตรึงอารมณ์ผู้ชมให้ลุ้นได้ตลอดเวลา

.

แต่ Hunter Killer ดีงาม ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่แบ่งองค์ของหนังเป็นสามส่วน ผ่านการคลี่คลายความขัดแย้งของคน 3 กลุ่มที่อยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกันไปแบบ Real Time

ซึ่งแน่นอนว่าความสนุกที่ทำให้ลุ้นชนิดตัวโก่งก็คือ

การที่แต่ละกลุ่มมีความขัดแย้งเฉพาะของตนเองที่ “ส่งผล” ต่ออีกกลุ่มหนึ่งและความสำเร็จในภาพรวม

หากมีใครสักคนเพียง “ตัดสินใจผิดพลาด” ย่อมก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สามขึ้นในทันที

ดังนั้น ทุกตัวละครในแต่ละส่วนต่างต้องทำหน้าที่ของตนเองไม่ใช่แค่ให้ดีที่สุด แต่ต้องให้สำเร็จชนิดล้มเหลวไม่ได้อีกด้วย

.

ส่วนแรก ที่เพนตาก้อน

นายทหารหน่วยข่าวกรองต้องพยายามงัดข้อกับรัฐมนตรีกลาโหมที่พร้อมจะหาทางออกด้วยการใช้กำลังทหารอยู่ตลอดเวลา

.

ส่วนที่สอง ในพรมแดนรัสเซีย

หน่วยซีล 4 นายที่ถูกส่งเข้าไปประเมินสถานการณ์ แต่กลับไปเป็นพยานการก่อรัฐประหารแบบคาตา ทำให้แผนถูกเปลี่ยนเป็นช่วยเหลือและนำตัวประธานาธิบดีรัสเซียหนีออกมาจากทหารกบฏทั้งกองทัพเพื่อลงเรือดำน้ำให้สำเร็จทันเวลาแทน

.

ส่วนที่สาม ผู้การเรือของเราก็ต้องต้อสู้กับต้นเรือที่มีแนวคิดต่อต้านคำสั่งของเขาตั้งแต่ต้น และเหมือนความขัดแย้งนี้จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเมื่อโจ ตัดสินใจช่วยกัปตันเรือดำน้ำรัสเซียซึ่งทหารเรืออเมริกันส่วนใหญ่มองว่าคือศัตรูที่เพิ่งจมเรือเทมป้าเบย์ไป

.

ผู้กำกับ Donovan Marsh รู้จังหวะในการเล่นกับอารมณ์ของผู้ชมได้ดี

ค่อยๆถักทอความตึงเครียดของสถานการณ์ให้ได้เอาใจช่วย

เพราะตัวละครในหนังต่างไม่รู้ว่าแต่ละฝ่ายจะตัดสินใจเช่นไร ต่างจากผู้ชมที่รับรู้เหตุการณ์ทั้งสามที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

.

.

#ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว

เวลาที่คนเราจะตัดสินใจได้ผิดพลาดมากที่สุดคือเวลาที่เราไม่รู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

และการตัดสินใจภายใต้การไม่รู้ข้อเท็จจริงนั้น อาจส่งผลร้ายทันที

หากไม่ใช่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นโดย “สติ” แต่เกิดขึ้นโดย “อคติ”

ด้วยเหตุนี้ ทักษะที่สำคัญที่สุดของคนที่เป็นผู้นำ คือ ทักษะการคิดและการตัดสินใจ นี่เอง

และทักษะนี้สะท้อนออกมาได้ยอดเยี่ยมผ่านตัวละคร 2 ตัว คือ กัปตันโจ แกลสส์ และ หัวหน้าหน่วยซีล

.

ผู้นำจะพาทีมไปพบความสำเร็จในการทำภารกิจหรือไม่

ทีมที่ฝึกมาดีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ

แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือ ความสามารถในการคิดและตัดสินใจที่ถูกต้องรวดเร็วของผู้นำ

ยิ่งเป็นการ “ตัดสินใจ” ในสถานการณ์วิกฤติระดับโลกที่ตัดสินใจได้ยากยิ่งเช่นที่เกิดขึ้นในหนังเช่นนี้ด้วย

ย่อมท้าทาย “ภาวะผู้นำ” และ “ทักษะการเป็นผู้นำ” ในตัวคนเราอย่างมาก

.

และภายใต้สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดเพราะไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในมือ บวกกับการที่คอยมีตอร์ปิโดข้าศึกไล่ตูดอยู่ตลอดเวลา

โจ แกลสส์ ต้องหาคิดและตัดสินใจหาทางออกที่ดีที่สุดตลอดเวลา ว่าต้องทำเช่นไร จึงจะสามารถรักษาชีวิตลูกเรือพร้อมทั้งไม่ทำให้การตัดสินใจที่อาจผิดพลาดของตนเองเป็นต้นเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สาม

.

ความที่ “เรือดำน้ำ” สำหรับผมมันคือกระป๋องกลมๆที่ไร้ทางออก ทุกอย่างใช้สัญญาณโซนาร์และสัญญาณวิทยุ

ดังนั้น หากลูกเรือในแต่ละฐานไม่ได้ถูกฝึกมาให้เชื่อฟังคำสั่ง อย่างฉากที่บอกให้ “เงียบ” เพราะเรือดำน้ำต้องแล่นผ่านทุ่นระเบิดที่ทำงานจากการตรวจจับเสียง

คงเป็นไปได้ยากมากที่ผู้นำจะพาทีมทั้งทีมปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จแล้วมีโอกาสรอดชีวิตขึ้นมาเหนือน้ำได้อีกครั้ง

เพราะนอกจากทุกคนต้องรู้หน้าที่ตนเองเป็นอย่างดีแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนในทีมต้องมีคือความไว้ใจ

.

Hunter Killer ดัดแปลงจากหนังสือชื่อ Firing Point ของ จอร์จ วอลเลซ อดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ยูเอสเอส ฮิวส์ตัน

การที่เขาเคยใช้ชีวิตในฐานะกัปตันเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์เวอร์จิเนีย คลาส ทำให้เขาสามารถถ่ายทอดมุมมองต่างๆในเรื่องภาวะผู้นำในสถานการณ์ที่คับขันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

.

ไม่ใช่หนังที่เต็มไปด้วยฉากบู๊ให้ดูเอามันส์

แต่หนังอัดแน่นด้วยฉากบีบคั้นอารมณ์หนักๆประเภทดูจบแล้วมีอะไรขบคิดในหัวไปหลายวัน

สำหรับคอหนังที่มองหามุมมองที่เป็นประโยชน์อย่างอื่นที่จะมาเติมเต็มชีวิต

Hunter Killer คือหนังที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

.

10/10

วิจารณ์หนัง(สือ)โดย >>> แมวเหมียวสิบชีวิต

===========================================

.

ติดตาม “บทความพัฒนาตนเอง” ของโค้ชธนา เพิ่มเติมได้ที่

#FB_Fanpage

>> X-DREAM : เปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา

#Oknationblog

>> โค้ชธนา Excellent Habit Coach

 

 

 

 

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net