วันที่ พุธ มีนาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สุขภาพดีสู้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 บอกลาน้ำไร้แร่ธาตุตั้งแต่วันนี้!


ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ปกคลุมทั่วไปทั่วท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และอีกหลายๆ จังหวัดในประเทศไทย แม้วันนี้จะไม่ใช่ปัญหาใหม่ เพราะเราเผชิญปัญหานี้มากว่าสองเดือนแล้ว แต่ยิ่งนานวัน ยิ่งเข้าขั้นวิกฤต ฝุ่นพิษขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 กำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้กับสังคมไทย

 โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพ ด้วยอนุภาคฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่หลอดเส้นเลือดฝอยบริเวณปอดได้ หากสะสมเป็นระยะเวลานาน สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายแรงเกี่ยวกับทางระบบทางเดินหายใจได้ เช่น ปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพอง และ โรคมะเร็งระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น แม้ว่าทางภาครัฐจะให้ความรู้เรื่องการป้องกันโดยการสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่สิ่งที่เราสามารถดูแลสุขภาพควบคู่ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน และสามารถต่อสู้กับวิกฤตฝุ่นนี้ไปได้ คือ "การดื่มน้ำที่สะอาดและมีแร่ธาตุ"     

น้ำสำคัญแค่ไหน? ต้องบอกว่าน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย แม้แต่เซลล์ที่เล็กที่สุดของร่างกายก็ยังมี "น้ำ" เป็นส่วนประกอบ เช่น สมองมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 75% เลือดมีน้ำ 85% ปอดมีน้ำ 90% และ ผิวหนังมีน้ำ 80% ป็นต้น ดังนั้นหากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดน้ำ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก การดื่มน้ำปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยขับสิ่งสกปรกที่ตกค้างในร่างกายออกไปได้ แต่ในวิกฤตฝุ่น และสภาพอากาศที่ย่ำแย่เช่นนี้ จึงไม่ใช่น้ำอะไรก็ได้ เราควรเลือกน้ำที่สะอาด และอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะนอกจากจะช่วยกำจัดของเสียที่ตกค้างในร่างกายออกไปแล้ว แร่ธาตุที่ได้จากการดื่มน้ำ ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย จึงเป็นข้อถกเถียงกันมากเกี่ยวกับน้ำที่กรองด้วยระบบ Reverse osmosis หรือที่เราเรียกติดปากว่า น้ำ RO ระบบกรองคู่คนไทยหลายสิบปีว่ากรองได้บริสุทธิ์แต่พร่องแร่ธาตุ ควรดื่มในชีวิตประจำวันอยู่อีกหรือ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ผ่านบทความนี้กันเลย       

     

ระบบกรองน้ำ RO คืออะไร ทำไมนิยมใช้ในเมื่อไร้แร่ธาตุ      

ปัจจุบันน้ำดื่มกว่า 90% ในท้องตลาด กรองด้วยระบบกรองน้ำ RO ระบบกรองน้ำแบบ Reverse osmosis หรือ RO ที่เรารู้จักกันดี ด้วยประสิทธิภาพการกรองที่มีความละเอียดสูงมากถึง 0.0001 ไมครอน จึงเป็นระบบกรองน้ำซึ่งจะทำให้น้ำที่ได้มาค่อนข้างมีความบริสุทธิ์สูง จนแทบจะเรียกว่า ไม่มีสารอะไรตกค้างอยู่เลยนอกจากน้ำเปล่าๆ เท่านั้น สามารถเปลี่ยนน้ำสกปรก อย่างน้ำคลอง หรือแม้กระทั่งปัสสาวะให้กลายเป็นน้ำที่สามารถดื่มได้ ระบบการกรองน้ำแบบ RO นี้ นิยมใช้ในพื้นที่ หรือสถานการณ์ที่ขาดแคลนน้ำดื่ม อย่างในเรือเดินสมุทร หรือในยานอวกาศ เช่น นักบินอวกาศของสหรัฐที่นำน้ำปัสสาวะของตนเองมากรองผ่านเครื่อง RO เพื่อใช้ดื่มตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในยานอวกาศ ดังนั้นด้วยประสิทธิภาพการกรองที่สูงมาก จึงทำให้ปัจจุบัน น้ำเปล่าบรรจุขวด และเครื่องกรองน้ำหลายแบรนด์ได้นำเอาระบบ RO มาใช้ผลิตน้ำกันอย่างมาก ถามว่าน้ำระบบ RO ดื่มได้หรือไม่ แน่นอนว่าดื่มได้ แก้กระหาย ลดภาวะขาดน้ำ แต่ไร้แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายนั่นเอง      

RO = Dead Water ดื่มต่อเนื่องอายุสั้นจริงหรือไม่?      

โดยปกติแล้วทุกครั้งที่เราดื่มน้ำ เท่ากับว่าเราดื่มแร่ธาตุต่างๆ ที่ร่างกายต้องการเพื่อไปซ่อมแซมและบำรุงร่างกายเข้าไปด้วย เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ ซิลิก้า และซิงค์ เป็นต้น นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายท่านลงความเห็นว่า น้ำที่กรองด้วยระบบ RO ใสและบริสุทธิ์ไม่ต่างจากน้ำกลั่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์ จึงไม่เหมาะสมหากจะใช้ดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะพร่องแร่ธาตุ จนเกิดโรคต่างๆ ตามมา รศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ กรรมการบริหารสมาคมเคมี อดีตหัวหน้าภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "แต่ไหนแต่ไรมา เราสอนกันอยู่เสมอว่าน้ำกลั่นบริสุทธิ์จริงๆ ไม่ได้มีไว้ดื่ม น้ำ RO มันบริสุทธิ์มาก จึงพ่องเกลือแร่สำคัญๆ ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ซึ่งเราได้จากการดื่มน้ำในชีวิตประจำวัน เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบหัวใจ โครงสร้างของฟัน รวมทั้งแร่ธาตุที่หายาก ซึ่งร่างกายต้องการ แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ถ้าขาดจะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง"      

 

ดังนั้นหากเราดื่มน้ำ RO เป็นระยะเวลานาน จะเกิดภาวะพร่องแร่ธาตุ สุขภาพจะเริ่มมีปัญหา เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ผิวเคลือบฟันถูกทำลาย ฟันผุ จนไปถึงโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น ระบบไหลเวียนเลือดทำงานผิดปกติ และโรคหัวใจ เป็นต้น ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM 2.5 นี้ ถ้าคุณเลือกได้ ก็ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง ทางเลือกที่ดีที่สุด ควรเลือกน้ำที่ผ่านระบบการกรองที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานและยังคงไว้ซึ่งแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ และเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง นอกจากการใส่ใจเลือกน้ำดื่มแล้ว ยังควรให้ความสำคัญกับเรื่องการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน ประมาณวันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 8-10 แก้วนั่นเอง

โดย PRMan

 

กลับไปที่ www.oknation.net