วันที่ จันทร์ เมษายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนมีรถควรรู้ พร บ รถยนต์ กับประกันภัยจำเป็นและควรเลือกอย่างไรดี


              เรื่องที่ผู้ขับขี่ทั้งหลายจำเป็นต้องรู้นอกเหนือจากเรื่องของการขับขี่ที่ปลอดภัยเมื่อมีรถยนต์ในครอบครองแล้วคือ การสร้างความคุ้มครองให้กับทั้งตัวผู้ขับและรถยนต์ด้วยวิธีการทำประกันภัย เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

 

            เรื่องของการทำประกันภัย จะทราบกันอย่างดีแล้วว่าหลักการทำประกันสามารถทำได้ 2 ชนิด ได้แก่ ประกันภัยภาคบังคับหรือ พร บ รถยนต์ และประกันภัยภาคสมัครใจ  ซึ่งประกันภัยทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันทั้งเรื่อง ราคา ประกัน รถยนต์ และความคุ้มครอง ดังต่อไปนี้

 

การทำ พร บ รถยนต์ภาคบังคับ

            ต้องอธิบายก่อนว่า ประกันภัยทั้งสองประเภทนี้มีความจำเป็นในการทำที่แตกต่างกัน กล่าวคือ พ.ร.บ. หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นการ ทำ ประกัน รถยนต์ภาคบังคับตามที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการกระทำที่จำเป็นของผู้ขับรถยนต์ทุกคันทุกประเภทต้องปฏิบัติ เพื่อการคุ้มครองตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คู่กรณีและผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุภายนอกรถยนต์ ซึ่งการคุ้มครองนี้เป็นสวัสดิการของรัฐบาลที่จะสามารถช่วยเหลือในด้านค่ารักษาพยาบาล รวมถึงกรณีเสียชีวิตโดยไม่ระบุความถูกผิดของการเกิดอุบัติเหตุนั้นและหากนักขับท่านใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติจะมีโทษปรับตามกฎหมายไม่เกิน 10,000 บาทอีกด้วย

 

การ ทำ ประกัน รถยนต์ภาคสมัครใจ

การ ทำ ประกัน รถยนต์ คือ การทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นการทำประกันภัยเพิ่มเติมอีกหนึ่งประเภทที่จะสามารถช่วยคุ้มครองในกรณีบาดเจ็บ เสียชีวิตหรือเสียหายได้ทั้งตัวบุคคล ตัวรถยนต์ รวมถึงกรณีอื่นใดที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติธรรมชาติ ประกันภัยประเภทนี้จึงไม่ได้ถูกกำหนดด้วยตัวกฎหมาย  นั้นหมายความว่า ผู้เอาประกันจะดำเนินการจัดทำหรือไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งการทำประกันภัยภาคสมัครใจนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของ ราคา ประกัน รถยนต์ ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับชั้นที่ผู้เอาประกันเลือกทำและวงเงินความคุ้มครอง สามารถแบ่ง ราคา ประกัน รถยนต์ ตามระดับชั้นได้ดังนี้

 

            ประกันรถยนต์ชั้น 1

            ให้การคุ้มครองในทุกกรณี ไม่ว่าอุบัตินั้นจะเกิดขึ้นแบบมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ยังหมายรวมถึงการคุ้มครองต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของทั้งผู้เอาประกัน คู่กรณีและบุคคลภายนอกตัวรถด้วยและยังให้ความคุ้มครองในการซ่อมแซมความเสียหายของตัวรถและครอบคลุมถึงกรณีความเสียหายที่เกิดจากการถูกโจรกรรมและภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย

 

            ประกัน รถยนต์ ชั้น 2

            เป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองเหมือนชั้นที่ 1 ทุกประการ ยกเว้นแต่จะไม่มีการคุ้มครองตัวรถของผู้เอาประกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม แต่จะไปเน้นให้การคุ้มครองในกรณีถูกโจรกรรมหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติมากกว่า

 

            ประกันรถยนต์ชั้น 3

            ประกันรถยนต์ชั้นนี้จะให้ความคุ้มครองในด้านของการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันและคู่กรณีส่วนความเสียหายของตัวรถจะคุ้มครองเฉพาะในส่วนของคู่กรณีเท่านั้นและไม่มีการคุ้มครองในกรณีของการถูกโจรกรรมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

 

          ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+

             ประกันภัยทั้งสองชนิดนี้เป็นประกันเพิ่มเติมพิเศษที่ให้การคุ้มครองคล้าย ๆ กับประกันชั้นอื่น ๆ แต่มีข้อกำหนดที่แตกต่างคือ จะสามารถคุ้มครองได้เฉพาะในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นเครื่องยนต์ด้วยกันเท่านั้น หากคู่กรณีไม่ใช่เครื่องยนต์จะไม่ให้การคุ้มครองใด ซึ่งประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองเหมือน ประกัน รถยนต์ ชั้น 2แต่เพิ่มความคุ้มครองให้กับตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันด้วย ส่วนชั้น 3+ จะมีความคล้ายคลึงกับชั้น 2+ แต่จะไม่คุ้มครองในกรณีถูกโจรกรรมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

 

ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อประกันแต่ละระดับชั้น

หากถามว่าการเลือกซื้อประกันควรเลือกอย่างไรดี ค่าใช้จ่ายและความคุ้มครองย่อมเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจซื้อประกัน ปัจจุบันการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้รับความนิยมสูง เพราะแม้ ราคา ประกัน ชั้น 1จะราคาสูงกว่าระดับอื่นทว่าให้ความคุ้มครองอย่างเต็มที่อย่างไรก็ตามคนงบน้อยหรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ก่อนซื้อประกันสามารถ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ พร้อมพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ดังนี้

 

            1. พฤติกรรมผู้ขับขี่และความเสี่ยงอื่น

            หากผู้ขับขี่เป็นนักขับประเภทที่เพิ่งหัดขับรถยนต์ใหม่ ๆ หรือเพิ่งถอยรถออกมาใหม่ หรือจำพวกชอบขับรถเร็ว ไม่ค่อยมีความระมัดระวัง ชนขอบฟุตบาท ชนต้นไม้บ่อย หรือจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางระยะไกลบ่อยๆ ควรเลือกทำเป็นประกันภัยชั้นที่ 1 เพื่อการครอบคลุมทุกกรณี

 

หากเป็นกรณีที่ไม่ได้ใช้รถยนต์เป็นประจำและมีความชำนาญในการขับขี่พอสมควร หรือใช้รถยนต์บ่อยแต่ใช้ในเส้นทางที่ชำนาญหรือพูดง่าย ๆ คือมีพฤติกรรมความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุน้อย ก็สามารถเลือกทำประกันชั้น 3 ได้ เพราะประกันชั้นนี้จะให้คุ้มครองแต่เฉพาะคู่กรณีเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ซื้อประกัน

 

หากรถยนต์หรือสถานที่พักอาศัยอยู่ในจุดที่เสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม หรืออยู่ในภูมิภาคบริเวณพื้นที่ที่มักจะเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง ให้เลือก ประกัน รถยนต์ ชั้น 2 หรือชั้น 2+ ดีที่สุด เพื่อการคุ้มครองได้ในกรณีรถหายหรือโดนภัยธรรมชาติได้ด้วย

 

            2. อายุหรือประสบการณ์ในการขับรถยนต์

            เรื่องของอายุและประสบการณ์ในการขับรถยนต์ ก็ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาตัดสินใจเลือกประกันเช่นกัน เพราะบ้างคนคิดว่าตัวเองจับรถบ่อยแล้ว ชำนาญแล้ว ก็ยังควรเลือกทำประกันชั้น 1 อยู่ดี เนื่องจากวุฒิภาวะของคนในระดับช่วงวัยจะมีความแตกต่างกันจึงส่งผลถึงความคิดและการตัดสินใจด้วย แต่ถ้าเป็นพวกนักขับมืออาชีพมีประสบการณ์ มีความชำนาญมามากพอสมควร เลือกทำเป็นชั้น 2+ หรือ 3+ ก็น่าจะเพียงพอกับความต้องการแล้ว

 

            3. บริษัทรับประกันและค่าเบี้ยประกัน

            การเลือกบริษัทที่จะรับทำประกันนั้น ผู้เอาประกันควรเลือกบริษัทที่มีคุณภาพในการให้บริการ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงศูนย์บริการหรืออู่รับซ่อมที่ผูกพันกับบริษัทรับประกันนั้น ๆ เพราะยิ่งบริษัทประกันมีแหล่งหรือสถานที่ให้บริการซ่อมรถยนต์มากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เอาประกันมากยิ่งขึ้น และอีกประเด็นคือเรื่องของค่าเบี้ยประกันภัยที่มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวงเงินคุ้มครองในแต่ละระดับชั้น เช่น ราคา ประกัน ชั้น 1ก็จะอยู่ที่ราว ๆ 15,000 – 35,000 บาท หรือถ้าเป็นชั้น 3 ก็จะอยู่ประมาณ 3,000-5,000 บาท ซึ่งมีความแตกต่างจาก ราคา ประกัน ชั้น 1 เป็นต้น แนะนำว่าหากรถยนต์ยังไม่เคยมีประกันภัย อยากให้เปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ บริษัทก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะวงเงินการคุ้มครองที่เท่ากันแต่ราคาขายประกันจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท

 

            เช่นนั้นแล้ว หากถามว่าควรเลือกทำประกันภัยแบบ พ.ร.บ. หรือ ทำ ประกัน รถยนต์ ภาคสมัครใจดีกว่ากัน คงไม่สามารถตอบได้อย่างตายตัว แต่ที่แน่ ๆ รถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องมี พ.ร.บ. ตามกฎหมาย แต่ส่วนประกันชั้นอื่น ๆ ก็ขอให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ขับขี่ซึ่งหากมีไว้ก็สามารถสร้างความอุ่นใจให้กับนักขับได้ไม่น้อยเหมือนกัน

โดย Jusminey

 

กลับไปที่ www.oknation.net