วันที่ อังคาร เมษายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"เรารักสมเด็จพระเทพรัตน์"


"เรารักสมเด็จพระเทพรัตน์"

 แม่ชื่นชอบเครื่องทองรัตนโกสินทร์มาก

โดยเฉพาะเครื่องราชอิสริยยศ

ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 หนังสือเล่มนี้หนักมาก

แม่อุตส่าห์หอบมาให้ลูก หลานได้ชื่นชม

วันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๖๒ นี้

จึงน้อมนำภาพแสนงามและรายละเอียด

มาให้พี่ๆและเพื่อนๆฟื้นความจำค่ะ

 

 

 

ด้านหน้าของกล่องที่แข็งแรงมาก

 

ด้านหลังกล่อง

 

หน้าปก เมื่อถอดกล่องสวยออก

 

พานพระศรีทองคำจำหลักลงยา 

เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ

ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ประกอบด้วย ตลับสีผึ้ง (ตลับคู่) พระกรรบิด ซองพลู

ผอบทรงกลมยอดปริก ๓ องค์ จอกหมากคู่ทรงกลม

 

 ซองพลูทองคำจำหลักลงยา

ขอบปากและขอบล่างประดับทับทิม

เป็นซองพลูเดี่ยวในสำรับพานพระศรี

ซี่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทาน

ประกอบพระราชอิสริยยศ

ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

ผอบทรงกลมทองคำลงยา

พื้นสีแดง ลายสีชมพูและสีเขียว

ฝายอดปริกจำหลักฝังเพชร

ผอบคู่นี้ไม่มีเอวขัน เช่นเดียวกับจอกหมาก

ซึ่งอยู่ในสำรับเดียวกัน

 

จอกหมากทองคำลงยา

เชิงไม่มีเอวขันหรือลูกแก้วรัดเอว

ทั้งจอกหมากและมังสี

เมื่อใช้ในงานพิธีจะครอบจอกปากด้วยกรวยใบตอง

 

พระกรรบิด หรือมีดเจียนหมาก

ด้ามหุ้มทองคำลงยา สีแดง สีชมพูและสีเขียว

 

ตลับภู่ทองคำจำหลักลงยา ใส่สำรับพานพระศรี

เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ

ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

พานกลีบบัวทองคำจำหลักลงยา

พื้นสีแดง ตัวลายสีชมพูและสีเขียว

ขอบปากและขอบเชิงประดับทับทิม

 

 หีบพระศรีและตลับลูกหีบ ๓ องค์

พร้อมพานรองทองคำจำหลักลงยา

หีบและตลับลูกหีบพื้นทอง

เหยียบตัวลายจมลงในเนื้อทองแล้วถมด้วยยาสี

 

 

หีบพระศรีทองคำจำหลักลงยาประดับเพชร

โดยปกติตัวหีบจะทำจากไม้แดงแล้วหุ้มทองคำ

ฝาหีบพระศรีองค์นี้ฝาทำเป็นตราพระจุลมงกุฎ

ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า สองข้างประดับด้วยฉัตรเบญจปฎล

 

พานรองหีบพระศรี

เป็นพานกลีบบัวลายในกลีบเป็นลายก้านต่อดอก

ขอบปากและขอบเชิงประดับทับทิม

 

บ้วนพระโอษฐ์ทองคำจำหลักลงยา

ขอบปากและเชิงทำเป็นลวดบัวฝังทับทิม

 

กากระบอกทองคำพร้อมถาดรอง

ที่พายมีฝาปิด ร้อยสายสร้อยไว้เป็นห่วงคล้องไว้กับหลักกา

(หลัก คือส่วนที่ต่อขึ้นไปเป็นเนื้อเดียวกับกาสำหรับยึดหู

ซึ่งเป็นชิ้นส่วนแยกต่างหาก)

 

ขันน้ำพานรองทองคำลงยา

เป็นขันสำหรับใส่น้ำเสวยแบบมีฝาครอบ

พานรองเป็นพานกลีบบัว

ขอบปากและขอบเชิงลวดบัวหน้ากระดานฝังทับทิม

ส่วนบนสุดของฝาครอบทำเป็นรูปผลทับทิม

ผลไม้มงคลของจีน

 

จอกทองคำลงยา อยู่ในสำรับขันน้ำพานรอง

ตามปกตืจอกนี้จะครอบอยู่เหนือฝาครอบขันอีกชั้นหนึ่ง

 

สำรับพระสุธารสชา

ประกอบด้วยถาดรองหรือกี๋

ป้านทรงกลมพร้อมจานรอง

และถ้วยชงชาทำด้วยหยกพร้อมจานรอง

 

 

ป้านพระสุธารสทองคำ

จำหลักลายดอกไม้มงคลแบบจีน

ตัวป้านทำหูหรือที่จับไว้ด้านบนอย่างที่เรียกว่าป้านสาย

ที่มือจับทำด้วยหยก

 

ถ้ำทรงพระสุธารสชา

มีฝาอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ถ้วยฝา

จานรองทำเป็นกลีบดอกไม้อย่างจีน

 

ศาสตราจารย์ พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (2 เมษายน พ.ศ. 2498) เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เป็นสมเด็จพระขนิษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพระองค์แรกที่ได้รับสถาปนาพระอิสริยยศที่ “สยามบรมราชกุมารี”

พระองค์มีพระปรีชาสามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย ซึ่งพระองค์ได้นำมาใช้ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ

จากพระราชกรณียกิจในด้านศิลปวัฒนธรรมนี้ พระองค์จึงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญาว่า “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” และ “วิศิษฏศิลปิน”

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ ซึ่งโครงการในระยะเริ่มต้นนั้น มุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาราษฎร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ทรงได้รับความสำเร็จในการศึกษาอย่างงดงาม และทรงได้บำเพ็ญพระองค์ให้เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองเป็นอเนกปริยาย

โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ อยู่เสมอ ในด้านการพัฒนาบ้านเมือง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาและช่วยเหลือกิจการโครงการตามพระราชดำริทุกโครงการ พร้อมทรงรับพระบรมราโชบายมาทรงดำเนินการสนองพระเดชพระคุณในด้านต่าง ๆ

นับเป็นการดูแลสอดส่องพระราชกรณียกิจส่วนหนึ่งต่างพระเนตรพระกรรณ ในด้านการพระศาสนา มีพระหฤทัยมั่นคงในพระรัตนตรัยและสนพระหฤทัยศึกษาหาความรู้ด้านศาสนาพุทธและศาสนาอื่นอย่างแตกฉาน ในส่วนราชการในพระองค์นั้น ก็ได้สนองพระเดชพระคุณในพระราชภารกิจที่ทรงมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์นี้ กอปรด้วยพระจรรยามารยาท เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติแห่งขัตติยราชกุมารีทุกประการ เป็นที่รักใคร่นับถือ ยกย่องสรรเสริญพระเกียรติคุณกันอยู่โดยทั่ว

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศและพระอิสริยศักดิ์ให้สูงขึ้น ให้ทรงรับพระราชบัญชาและสัปตปฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร 7 ชั้น) พร้อมทั้งเฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520

นับเป็นเจ้านายฝ่ายในพระองค์ที่ 14 ในราชวงศ์จักรี ที่ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็นกรมพระ (หรือสมเด็จพระ) และเป็นครั้งแรกที่สถาปนาพระอิสริยยศนี้แก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า จึงเป็นพระเกียรติยศที่สูงยิ่ง

"ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"

 

ตัดความมาจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

สิริสวัสดิ์ภุมวาร สิริมานสวัสดิ์วัฒนาค่ะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net