วันที่ ศุกร์ เมษายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แก่นพระศาสนา โดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์


 

 

 แก่นพระศาสนา

ธรรมจริง วินัยจริง

นมตฺถุ สุคตสฺส

โดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร)

 

๑. พระพุทธศาสนา ที่เรารักและนับถือเป็นของเราอยู่ในบัดนี้ ได้มีนักปราชญ์รับรองว่าเป็นศาสนาที่ดีเลิศ มีแก่นล้วนๆ และเป็นแก่นที่สูงสุดยิ่งกว่าศาสนาใดๆ แก่น หมายเอาเนื้อแท้ปราศจากของเทียมหรือปลอม พ้นไปจากใบและเปลือกกระพี้

เนื้อแท้นั้น คือ สิ่งที่เป็นธรรมจริง เป็นวินัยจริง ข้อปฏิบัติที่ให้ผู้ประพฤติปราศจากโลภ โกรธ หลง ถึงซึ่งวิมุตติ คือ หลุดพ้นจากกิเลส และกองทุกข์ทั้งสิ้นชื่อว่าธรรมจริง วินัยจริง

ของเทียม คือข้อปฏิบัติที่เป็นใบ เปลือก กระพี้ ทำให้ผู้ประพฤติเต็มไปด้วยความโลภ โกรธ หลง มากด้วยโทษทุกข์ และติดจมอยู่ในโลก นี่ไม่ใช่ธรรมจริง มิใช่วินัยจริง ธรรมจริงและวินัยจริงนั่นเอง ชื่อว่าแก่นพระศาสนา

๒. พุทธบริษัทเมื่อเชื่อต่อพุทธพจน์ ประสงค์แก่นและใคร่จะพ้นทุกข์จริงแล้ว จงตัดข้อปฏิบัติที่เป็นเปลือกกระพี้ทิ้งเสีย แล้วมุ่งมาปฏิบัติแต่ในข้อปฏิบัติอันเป็นแก่นพระศาสนาแท้ๆ นี่แหละจึงจะพบแก่นและพ้นทุกข์ได้จริง

แต่ถ้าเรามัวหลงเชื่องมงายเพราะถูกหลอกให้เข้าใจผิดสืบต่อกันมาจนสำคัญแก่นธรรมแก่นวินัย ว่ามิใช่แก่น และสำคัญใบเปลือกกระพี้ว่าเป็นแก่น ถึงกับคว้าเอาใบเปลือกกระพี้มาปฏิบัติอยู่แล้ว ก็จะพบแก่นได้แต่ที่ไหน และจะพ้นทุกข์ได้ด้วยเหตุไร

การคว้าเอาใบเปลือกกระพี้มาปฏิบัตินั้น นอกจากจะให้เราไม่พบแก่นและไม่พ้นทุกข์ได้แล้ว ยังทำให้พระศาสนาเสื่อมพร้อมทั้งประโยชน์ของชาวโลกด้วย แน่เหลือเกิน พระศาสนาต้องเสื่อม

ซึ่งถ้าเราไม่นับถือจริง ถ้าเราได้รับการศึกษาตํ่าหรือสูงเกินพระศาสนาไป และถ้าเราผู้รักษาพระศาสนาทำตนให้เขาหมดศรัทธา คือ มีความขี้เกียจเป็นเบื้องต้น มีใจอ่อนแอเป็นท่ามกลาง มีความเห็นแก่ตัวเป็นปริโยสาน และเชื่อถืองมงายในลัทธิเหลวไหล

ที่จริงนั้น มิใช่พระศาสนา คือ ธรรมวินัยเสื่อม ธรรมวินัยยังคงดีจริง ควรเคารพนับถือบูชาอยู่ทุกสมัย และพระศาสนายังคงเป็นหลักดีเลิศนำหน้าศาสนาอื่นอยู่เสมอ แต่ผู้นับถือต่างหากเป็นคนเสื่อม

เพราะเป็นคนอ่อนแอถือพระศาสนาแต่ปาก แล้วก่อกรรมทำเข็ญแก่ตนเอง ซึ่งบางคนยังเหลวแหลกในทางวินัยหรือศีลอย่างไม่มีชิ้นดี บางคนยังเชื่ออย่างมืดๆเห็นโทษเป็นคุณเห็นดีเป็นบาปอยู่

๓. พระศาสนากำลังถูกรุกราน ถูกรุกรานจากคณะแผ่ศาสนาอื่นและจากพุทธบริษัทที่ถือไม่จริง พึงทราบว่า คณะแผ่ศาสนาอื่นนั้นไม่สู้กระไร พุทธบริษัทที่ปฏิญญาตนเป็นพุทธมามกะแล้ว แต่ไม่ถือจริง ถือหย่อน ถือผิดๆ นี่สิร้ายกาจนัก เพราะว่าประชาชนผู้ยังไม่เข้าใจซาบซึ้งในพระศาสนาพอ ต้องพลอยได้รับบาปด้วย

คือ ถูกล่อลวงชักชวนสั่งสอนให้ปฏิบัติผิดๆ ซึ่งควรจะได้รับตัวอย่างให้มี โลภ โกรธ หลง น้อยเบาบางลง กลับได้รับตัวอย่างให้โลภเก่ง โกรธเก่ง หลงเก่ง และยึดมั่นในการกระทำผิดๆ ของตนเก่ง

บ้านเมืองที่เจริญไม่ทันเขา ซึ่งในที่สุดต้องตกเป็นเมืองขึ้นนั้น นั่นก็เพราะมีหนอนบ่อนไส้คอยทำลายล้างสิ่งเป็นที่รักของตนอยู่โดยมิรู้สึกตัว แม้พระศาสนาจะเสื่อม ก็อยู่ที่พุทธบริษัทนั่นเอง เป็นผู้ปฏิบัติหย่อนไม่ถูกไม่ตรงตามธรรมวินัย แทนที่จะให้ตัวอย่างในทางดี แต่ไพล่ไปให้ตัวอย่างในทางเลว

เมื่อท่านทราบดีแล้ว จงร่วมกันฟื้นพระศาสนาเสียเถิด วิธีการฟื้นพระศาสนาให้เจริญนั้น ก็คือ เราต้องพร้อมกันปฏิบัติดีตามธรรมวินัยเอง ต้องสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติดีตาม ต้องส่งเสริมผู้ปฏิบัติดีแล้วให้สะดวก และต้องช่วยกันแก้ไขผู้ปฏิบัติผิดให้รู้สึกตัว

แต่มิใช่อยู่ที่เราจะต้องต่อสู้แย่งเอาชนะซึ่งกันและกัน โดยวิธีสาดนํ้าเข้าใส่กัน หรือดับไฟด้วยเชื้อเพลิง เพราะการเอาชนะกันโดยวิธีนั้น พระพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า เป็นต้นทางมาแห่งความพินาศ คือ เวรานุเวร และทรงสรรเสริญการเอาชนะตนเองว่าประเสริฐเพราะเป็นเหตุให้บรรลุคุณวิเศษ การผูกโกรธจองเวรพยาบาทและอาฆาตลอบแก้แค้นกัน

แม้จะชนะกันได้สมหวังก็ไม่ประเสริฐ เพราะเราจะต้องแพ้ชนะกันไม่รู้จักหมดสิ้น การเอาชนะตนเองนั้นเป็นการชนะเลิศซึ่งไม่ต้องมีการกลับแพ้อีก และเมื่อชนะตนเองได้แล้ว สิ่งอะไรๆ ก็เป็นอันชนะได้สิ้น

 (มีต่อค่ะ)

 

สิริสวัสดิ์ศุกรวารนะคะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net