วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่ใหม่แต่ไทยไม่ค่อยรู้ ‘ติดเชื้อ IPD’ ภัยเด็ก..ถึง ‘ตาย-เอ๋อ’


“เชื้ออาจรุกรานสู่กระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้ติดเชื้อขั้นรุนแรงในกระแสเลือดและสมอง ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นกลุ่มโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง หรือที่เรียกว่าโรคไอพีดี (IPD)  โดยจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการของเด็ก อาจทำให้เด็กเป็นปัญญาอ่อน หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้” ...นี่เป็นข่าวสาร-ข้อมูลเกี่ยวกับอีกหนึ่งโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นใน “เด็ก”
 
“ไอพีดี” คืออีกหนึ่งโรคอันตราย “ภัยเด็ก”
 
อีกหนึ่งโรคที่คนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองควรรู้ !!
 
อันตรายจากโรคดังกล่าวนี้ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวเตือนในประเทศไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในงานแถลงข่าวการลงนามสร้าง “เครือข่ายแนวร่วมความร่วมมือในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสรุนแรง หรือไอพีดี ในเด็กของไทยและทั่วโลก” ซึ่งในงานมีผู้ทรงคุณวุฒิทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม อาทิ ศ.นพ.รอน ดาแกน นายกสมาคมกุมารแพทย์โรคติดเชื้อในเด็กแห่งโลก, ศ.พญ.อุษา ทิสยากร นายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และ ศ.นพ. สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ในฐานะนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
 
“ปัญหาของบ้านเราก็คือ ที่ผ่านมายังไม่มีการเก็บข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสรุนแรง หรือไอพีดี อย่างจริงจัง ดังนั้น ในเบื้องต้นนี้ประเทศไทยเราควรจะต้องมีการศึกษาและเก็บข้อมูลของการแพร่ระบาดอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการเฝ้าระวังและป้องกันต่อไป โดยภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกัน” ...เป็นการระบุของ ศ.พญ.อุษา
 
ทั้งนี้ จากข้อมูลทางการแพทย์ โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสพบได้ในทุกประเทศทั่วโลก กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงคือเด็กเล็ก โดยเฉพาะที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ เนื่องจากร่างกายยังมีภูมิต้านทานการติดเชื้อน้อย อาการของโรคไอพีดีจะไม่จำเพาะเจาะจง จะแตกต่างตามอวัยวะที่ติดเชื้อ ซึ่งอาจทำให้เป็นปัญหาในการวินิจฉัยโรคของแพทย์ โดยเด็กที่ป่วยส่วนใหญ่อาการอาจนำมาด้วยไข้สูง ไอ  ซึมลง ปวดหัว ปวดหู หายใจลำบาก ชักในบางราย 
 
“อาการมันก็ไม่ได้แสดงว่าจะต้องป่วยมาก่อนกี่วัน ต้องเป็นไข้หวัดมาก่อนมั้ย น้องพีไม่มีอาการพวกนี้เลย ก็คือกลางคืนก็ปกติ พอเช้ามาก็คือป่วยเข้าโรงพยาบาล ก็ไม่ได้สติตั้งแต่เช้านั้น จนสิ้นไป” ...เป็นคำบอกเล่าของผู้เป็นพ่อที่ต้องสูญเสีย “น้องพี” ผู้เป็นลูกไป...เพราะการติดเชื้อไอพีดี 
 
คุณพ่อรายนี้ยังเผยด้วยว่า... ก่อนหน้านั้นน้องพีไม่เคยป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมานานมากแล้ว เจ็บป่วยน้อยมาก แทบจะไม่มีประวัติเรื่องพวกนี้เลย คือน้อยมากจนแทบจะจำไม่ได้ว่าไปโรงพยาบาลครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ซึ่งด้วยวัย 9 ขวบของน้องพีคนนี้ น้องเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 เป็นเด็กร่าเริง ชอบทำกิจกรรมเหมือนเด็กวัยเดียวกันทั่ว ๆ ไป และก็ยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำด้วย แต่ที่สุดน้องก็โชคร้ายติดเชื้อไอพีดีจนเป็นไข้สมองอักเสบ
 
“น้องพีไม่เคยมีปัญหาสุขภาพอะไรมาก่อนเลย ที่ผมจะแนะนำผู้ปกครองคนอื่น ๆ ได้ก็แค่ว่า ต้องคอยติดตามข่าวสารจากสาธารณสุขเรื่องทางการแพทย์ ว่าเรื่องโรคมันไปถึงไหน และเวลาเด็กมีอาการผิดปกติอะไรก็คือรีบพาไปหาหมอเป็นดีที่สุด เพราะบางโรคมันค่อนข้างจะไว ไม่มีอาการไข้นำมา ก็เลยไม่รู้ แต่เป็นทีเดียวก็อาการทรุดหนักเลย” …คุณพ่อผู้สูญเสียกล่าวแนะนำ
 
ด้านคุณแม่รายหนึ่งที่ลูกคือ “น้องปุย” เคยป่วยเพราะติดเชื้อไอพีดี เล่าประสบการณ์ว่า... น้องปุยอายุ 4 ขวบ ตอนแรกเป็นหวัด ปวดหัว อาเจียน อาการคล้ายเป็นหวัดปกติ แต่ไม่มีน้ำมูกหรือไอเช่นไข้หวัดทั่วไป ซึ่งในตอนแรกที่ไปหาหมอทางคุณหมอก็ให้ยามากิน แต่ผ่านไป 2 วันก็ไม่หาย ไข้ขึ้น ตัวยิ่งร้อน และหมอวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นไข้เลือดออกหรือไวรัสลงกระเพาะ จึงได้มีการเพาะเชื้อเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 
 
“ไปหาหมออีกครั้งก็มีการเอกซเรย์ปอดเพื่อตรวจว่าเป็นอะไรแน่ และเจาะเลือดเพื่อตรวจ ซึ่งต้องใช้เวลา 2-3 วัน และหมอก็บอกว่าเป็นไอพีดี มีแบคทีเรียในเส้นเลือด” ...คุณแม่รายนี้เล่า
 
พร้อมทั้งบอกอีกว่า... สำหรับตนเองในฐานะผู้ปกครองก็เคยรับทราบข้อมูลเรื่องโรคไอพีดีอยู่บ้าง และเคยคุยกับหมอซึ่งทางคุณหมอก็บอกว่าถ้าเด็กอายุเกิน 3 ขวบโอกาสติดเชื้อชนิดนี้น่าจะน้อย เพราะมักจะเกิดขึ้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบ อย่างไรก็ตาม โรคนี้อาจติดต่อกันได้ในเด็กที่อยู่รวมกัน ทำให้มีโอกาสติดเชื้อมาก
 
“ในเด็กที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจะทำให้ติดต่อได้ง่าย แต่รายของน้องปุยโชคดีที่วิเคราะห์ได้เร็ว ทำให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที จนปัจจุบันสามารถรักษาให้หายเป็นปกติแล้ว” ...คุณแม่คนเดิมกล่าว
 
ทั้งนี้ กับโรคติดเชื้อไอพีดีในเด็กนี้ ศ.นพ.สมศักดิ์ ระบุว่า... รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับวิธีทางการแพทย์อื่น ๆ แต่ปัญหาที่สำคัญคือเชื้อมักจะดื้อยา ซึ่งการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อของเด็กได้มาก แต่ปัญหาก็คือโอกาสที่วัคซีนไอพีดีจะเป็นวัคซีนพื้นฐานในไทยยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง
 
“เชื้อโรคร้ายต่าง ๆ ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและรุนแรงกว่าในอดีต ประชาชนเองก็ต้องศึกษาหาความรู้ด้วย ควรมีความรู้เกี่ยวกับอันตราย ของโรค การเฝ้าระวัง วิธีป้องกัน พ่อแม่ต้องมีการตื่นตัวมากขึ้นเพื่อลูก ซึ่งความสะอาด การมีสุขภาพดีและแข็งแรง จะช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคต่าง ๆ ได้” ...ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าวเตือนไว้ ซึ่งคนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายก็อย่าได้มองข้าม
 
และอย่าประมาทกับอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของลูก
 
มิฉะนั้น...อาจจะสายเกินแก้.

โดยเดลินิวส์ออนไลน์

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net