วันที่ จันทร์ เมษายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟ้าเดียวกัน แตกต่างกัน


   ผมชอบคำว่า “ฟ้าเดียวกัน” มันให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเอง   อย่างน้อยมันก็ช่วยลดอัตตาตัวเองลงไปมากโขอยู่

 

   คุณอยากรู้ไหมว่าตัวคุณเองมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรหรือเพื่อตัวคุณเอง

 

   ผมมีเพื่อนที่ส่งแต่รูปตัวเองเข้ามาในไลน์กลุ่ม จนผมสงสัยว่า พี่แก่คงจะเหงามากสินะ จนต้องถ่ายรูปตนเองลงไลน์ทุกวัน

 

   ที่จริงผมเข้าใจผิด

 

   เพื่อนผมคนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิต  เท่าที่แกเล่าในไลน์ แกมีหน้าที่การงานที่ดี. ฐานะทางสังคมก็ไม่ด้อย. เงินทองก็มี. สิ่งที่แกไม่มีคือ ความสัมพันธ์กับคนอื่น

 

   จึงไม่แปลกใจเลยที่แกไม่เคยถ่ายรูปคนอื่น รูปวิวที่ไม่มีตัวแกอยู่ในนั้น  ทุกรูปที่แกส่งมาให้ดู ต้องมีตัวแกกินพื้นที่ในรูปไม่ต่ำกว่า 50% ขึ้นไป

 

   แกอาจลืมไปว่า ภายใต้ฟ้าเดียวกัน ยังมีคนอื่นอยู่ด้วย. คนเหล่านั้นอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแกทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  ถ้าเขาไม่สน คนเหล่านี้ก็ไม่มีตัวตน หรือคนเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือรับรู้ความเป็นตัวตนของแก

 

   น่าเสียดายที่ผู้มีอำนาจในบ้านเรามักมีทัศนคติแบบนี้. เอาอัตตาของตนเป็นที่ตั้ง เอาความเชื่อของตนเป็นใหญ่ ผูกขาดความรักชาติ เผด็จการทางด้านความคิด ชอบจับฝ่ายคิดต่างไปปรับทัศนคติ โดยไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่า การข่มขู่ไม่ให้คิดต่าง

 

   พฤติกรรมแบบนี้คือการเอาโลกมาหมุนรอบตัวเอง แทนที่จะก้าวให้ทันโลก กลับหวังให้โลกหมุนไปทิศทางที่ตนเองต้องการ. เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ก็เกิดอาการหงุดหงิดและต่อว่าคนอื่นๆ ทำไมไม่เข้าใจตนเอง ทั้งๆที่ตนเองก็เสียสละมานั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่ง ทั้งที่ไม่อยากเป็นหรอกนะ “แต่ถ้าผมไม่ทำ ใครจะทำ”

 

   ปรากฎการณ์ #savethanathorn จะไม่เกิดขึ้น. ถ้าผู้มีอำนาจบ้านเราจะลดอัตตาลงไปมากๆหน่อยว่า. การแสดงความรักชาติมีได้หลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวกัน ความเห็นเดียวกัน 

 

    ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวอนุรักษนิยมสุดโต่ง (ของๆข้าที่ข้ายึดถือใครอย่าแตะหรือเปลี่ยน) หรือคุณจะเป็นเสรีนิยมสุดขั้ว (ต้องเปลี่ยนทุกอย่าง เพื่อให้สังคมดีขึ้น)  คุณก็เป็นเพียงส่วนน้อยนิดของสังคม. คนส่วนใหญ่เขาอยู่ตรงส่วนผสมทั้งสุดโต่งและสุดขั้วในระดับที่แตกต่างกัน

 

   ผมมีระดับความเชื่อค่อนไปทางเสรีนิยมเล็กน้อย. ผมยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หรือพูดให้แคบลงมามากหน่อยคือ คนไทยควรมีศักดิ์ศรีความเป็นคนไทยที่เท่าๆกันมากกว่านี้. ทำไมผมต้องให้เกียรติ์กับคนที่ไม่ให้เกียรติ์ผม ดังเช่นข้าราชการบางคนทำกับผม เหมือนผมไม่มี “ตัวตน” ไม่มีสิทธ์ิไม่มีเสียงและต้องยอมคุณทุกอย่างโดยไม่มีเหตุผล หรือขัดต่อสามัญสำนึกของคนทั่วไป

 

   ขณะเดียวกันผมก็ชื่นชมประเพณีไทย ที่เรามีการไหว้เพื่อแสดงความนับถือซึ่งกันและกัน หรือการที่คนอายุน้อยกว่ายกมือไหว้เพื่อแสดงความนับถือคนที่อายุมากกว่า  ขณะที่คนสูงวัยยกมือรับไหว้เพื่อรับรู้และถ่อมตนเข้าหาผู้อ่อนวัยกว่า. สิ่งเหล่านี้เป็นการยอมรับความเป็นมนุษย์ที่มีอารยะเสมอกัน

 

    ผมจะไม่ยอมรับเลย ถ้าใครสักคนโดยเฉพาะลุงๆป้าๆ (วัยผมอยู่ในกลุ่มนี้) อ้างประเพณีนี้และขยายความเกินเลยไปถึงขั้น เด็กรุ่นใหม่ต้องเชื่อฟังคนรุ่นเก่าแบบไม่ลืมหูลืมตา  เด็กรุ่นใหม่มีความเห็นแตกต่างกับผู้ใหญ่ไม่ได้

 

    สังคมต้องมีการเคลื่อนไหว ต้องมีการเปลี่ยนแปลง. คนคิดต่างกันภายใต้ฟ้าเดียวกัน  ไม่ได้หมายความถึงความแตกแยกเสมอไป. สังคมได้ประโยชน์จากความหลากหลายทางด้านความคิดและทักษะที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คิดแตกต่างกัน ตีความบริบทของคำศัพท์เดียวกันในมุมมองที่แตกต่างกัน ดังเช่นคำว่า “รักชาติ” 

 

    คุณจะรักชาติในแง่มุมไหน มันก็เป็นเรื่องของปัจเจกผสมกับสังคมในการตีความ ไม่สมควรที่อาชีพใดอาชีพหนึ่ง จะมาอ้างว่าตนเองรักชาติมากกว่าอาชีพอื่นๆ. ทหารไม่ได้รักชาติมากกว่าอาชีพอื่นๆหรอกครับ  การอ้างความเป็นทหารที่สร้างความชอบธรรมในการผูกขาดความรักชาติ เป็นเรื่องที่น่าละอายและไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง ประเทศชาติเจริญได้เนื่องจากความหลากหลายของทุกอาชีพ

 

    ภายใต้ฟ้าเดียวกัน ความหลากหลายเป็นเรื่องของธรรมชาติ. ไม่มีใครสามารถแหกกฎธรรมชาติได้เป็นเวลายาวนาน. มนุษย์ต้องการเสรีภาพในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงออก ในการแสดงศักยภาพของตนเอง. สังคมเผด็จการไม่สามารถตอบสนองได้ เลยต้องใช้อำนาจทางด้านส่วนบุคคล (ฉันแก่กว่า ฉันมีตำแหน่ง) ด้านกฎหมาย ที่ไม่สนใจความสง่างามและความชอบธรรมที่ขัดต่อสามัญสำนึกของคนทั่วไป รวมถึงไม่สนใจเนื้อหาของกฎหมายนั้น ลิดรอนสิทธิโดยพื้นฐานตามหลักสากลโลกหรือไม่

 

    ถึงตอนนี้ผมเลยต้อง #savethailand จากขวาสุดโต่ง ซ้ายสุดขั้ว ไม่ให้ขึ้นมามีอำนาจปกครองบ้านเมืองได้

 

    ดูเหมือนผมกำลัง “ฝัน” อยู่หรือเปล่า

 

     

 

 
 
 

โดย ปากไก่

 

กลับไปที่ www.oknation.net