วันที่ จันทร์ เมษายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Trainer Story Ep.1 : จุดจบสายวอกแวก


 

Trainer Story Ep.1 : จุดจบสายวอกแวก

(หา)เรื่องโดย โค้ชธนา

=============

.

“วันนี้ใครมีปัญหาอะไรอยากให้ผมช่วย นัดเวลาโทรหาได้นะครับ”

ข้อความเอื้ออาทรจากโค้ชที่หน้าตาขัดแย้งกับบุคลิกปรากฏท้าทายสายตาผู้เรียนในคลาสยอดคนพันธุ์ X ทั้ง 24 คน

.

“วันนี้ขอนัดรับยาจากคุณชาคริตคะ 13.00 สะดวกไหมคะ?” ผึ้งน้อยรับข้อเสนอด้วยการนัดหมายเวลาทันที

“รู้สึกว่าช่วงนี้ ‘หลุดจากวงโคจรของคุณวินัย’ อีกแล้วค่ะโค้ช แฮร่ เลยต้องนัดรับยา ขอยาแรงส์ๆนะคะ 555”

“ได้ครับ คุณผึ้งน้อย กำลังอยากได้ยินเสียงหัวเราะของคุณผึ้งน้อยอยู่พอดี ทักมาก่อนนะครับ” โค้ชรับนัดก่อนจบการสนทนา

.

เมื่อถึงเวลานัดหมาย และพยาบาลวิชาชีพที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ Bakery ท่านนี้ก็ต่อสายถึงคุณชาคริตทันที

ซึ่งโค้ชที่รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่แล้วก็ยิงคำถามตรงเป้าทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา

.

“คุณผึ้งรู้หรือเปล่าว่า ที่คุณ ‘หลุดจากวงโคจรของคุณวินัย’ บ่อยๆ เกิดจากสาเหตุอะไร?”

เขามักจะเปิดคำถามเช่นนี้กับผู้เรียนที่มีปัญหามาขอคำปรึกษาอยู่เสมอ โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ

1. เพื่อตรวจสอบดูว่า ผู้เรียนรู้สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองหรือไม่

2. เพื่อทำให้ผู้เรียนรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตนเองเกิดปัญหานั้นขึ้น

.

“ผึ้งว่าน่าจะเป็นเพราะขาดการโฟกัสเป้าหมายใช่ไหมคะ โค้ช?” ผึ้งน้อยตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก และความเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมั่นใจนักกับการตัดสินใจของตนเองของผู้เรียนท่านนี้นี่เองที่มักทำให้ขาดความสม่ำเสมอในการลงมือทำ

.

“คิดว่านอกจากไม่โฟกัสเป้าหมายแล้ว” แม้คำตอบที่ได้รับจะถูกต้องแล้ว แต่โค้ชก็ยังขยี้ต่อให้ลึกลงไปอีกหน่อย “คุณผึ้งคิดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรได้อีก?”

“เป็นเพราะว่าจัดเวลาไม่ดีคะ” ผึ้งน้อยเค้นคำตอบอย่างหนัก

.

“แล้วคิดว่า ระหว่าง ‘ไม่โฟกัสเป้าหมาย’ กับ ‘จัดเวลาไม่ดี’ อะไรเป็น ‘เหตุ’ อะไรเป็น ‘ผล’ ครับ?” เขาถามคำถามสำคัญเพื่อต้องการให้คำตอบที่ได้นั้น แทรกตัวลงไปในสมองของผู้เรียนท่านนี้

.

“ ‘ไม่โฟกัสเป้าหมาย’ คือเหตุ และ ‘จัดเวลาไม่ดี’ คือผล ถูกต้องไหมคะ?” นิสัยขาดความมั่นใจในตนเองปรากฏให้เห็นอีกครั้งผ่านคำตอบที่ลงท้ายด้วยคำถามเช่นนี้

“เยี่ยมครับ คุณผึ้งน้อย” เขากล่าวชมพร้อมยืนยันคำตอบเพื่อสร้างความมั่นใจ “ถูกต้องแล้วครับ”

.

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณ ‘หลุดวินัย’ จากเป้าหมายของตนเอง จริงไหมครับ ถ้าหากยังปล่อยให้ ‘เริ่มๆหลุดๆ หยุดแล้วต้องเริ่มใหม่’แบบนี้ต่อไป เมื่อไรจะสำเร็จ?”

“หนูผิดไปแล้ว” น้ำเสียงผึ้งน้อยเว้าวอนเหมือนจะสำนึกผิด

.

“เมื่อเราให้ความสำคัญกับสิ่งใดจริงๆ เราจะมีเวลาให้กับสิ่งนั้นเสมอ” โค้ชใช้คำว่า –เรา- เพื่อต้องการเน้นย้ำว่า ตัวเราเองคือผู้กำหนดว่าจะทำหรือไม่ทำสิ่งใด ก่อนจะบอกสิ่งที่เขาเน้นย้ำเป็นหลักการที่สำคัญในการใช้ชีวิตมาโดยตลอดนั่นคือ

“การจัดเวลาไม่ดี เกิดจากการที่คนๆนั้นไม่โฟกัสที่เป้าหมายมากพอ” เขาทิ้งช่วงเล็กน้อยเพื่อให้ผู้เรียนคิดตาม “ดังนั้น เพื่อให้คุณผึ้งน้อย โฟกัสกับเป้าหมายได้แบบไม่วอกแวกอีก นี่คือ 3 ขั้นตอนที่คุณต้องทำทุกวัน”

“ว่ามาเลยคะโค้ช กระดาษกับปากกาพร้อมมาก ณ จุดนี้” ณ จุดนี้ เสียงปลายสายระรื่นสดใสราวกับเป็นคนละคน

.

“ข้อที่หนึ่ง : #เป้าหมายชีวิต

ตอบตัวเองให้ได้ว่าชีวิตนี้คุณต้องการเป็นอะไร แล้วกำหนดมันเป็น 'เป้าหมายชีวิต'

แม้สิ่งที่คุณผึ้งเป็นคือการมีอาชีพเป็นพยาบาล แต่สิ่งที่คุณผึ้งอยากเป็นคือการเป็นเจ้าของธุรกิจ Bakery จริงไหมครับ

การทำขนมคือความสุข ดังนั้น จงตามกลิ่นความสุขในการทำสิ่งที่รักไป

คุณมีหน้าที่ ‘ยืนหยัด’ ในเส้นทางที่คุณเลือก นั่นคือ การหาเวลามาทำในสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข

.

ข้อที่สอง : #เป้าหมายวันนี้

เมื่อมี ‘เป้าหมายชีวิต’ ที่ชัดเจนแล้ว ต่อมาต้องจัดเวลาในการลงมือทำเพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วย

และไม่ใช่แค่กำหนด ‘สิ่งที่ต้องทำ’ แต่ต้องกำหนด ‘สิ่งที่จะไม่ทำ’ ให้ชัดเจนด้วย

.

เพราะตลอดเส้นทางการใช้ชีวิต คุณจะถูกท้าทายด้วยงานแทรกงานงอกสารพัดที่ไม่ส่งผลทำให้คุณบรรลุเป้าหมายชีวิตที่ต้องการ

ความชัดเจนในข้อนี้ จะทำให้เวลาในชีวิตที่มีอย่างจำกัดของคุณถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและตรงเป้าหมายที่สุด”

.

เห็นอีกฝ่ายจดข้อมูลจริงจังเกินไป โค้ชเลยให้ผู้เรียนทวนความเข้าใจในสิ่งที่ได้ยินอีกครั้ง

เมื่อเห็นว่าเข้าใจตรงกันแล้ว เขาก็บอกหลักปฏิบัติข้อสุดท้าย

.

“ข้อที่สาม : #สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือการตัดสินใจว่าอะไรสำคัญที่สุด

คนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และ มีวินัยในการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ มักมาตายที่ข้อนี้ จริงไหมครับ?”

.

“ใช่ๆๆ คะ โค้ช” คุณผึ้งน้อยเห็นพ้องด้วยอย่างกระตือรือร้น

.

“เป้าหมายชีวิต ทำให้รู้ว่าเรากำลังจะมุ่งหน้าไปไหน

เป้าหมายวันนี้ ทำให้รู้ว่าเราจะใช้เวลาวันนี้ให้หมดไปกับการทำสิ่งใด

แต่การตอบตนเองให้ได้ว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดในชีวิต เป็นคำถามที่คุณจะใช้ตรวจสอบว่า สิ่งที่คุณกำลังจะทำ สอดคล้องและเป็นไปเพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวหรือไม่

ถ้าใช่...ก็ลุยอย่าลังเล แต่ถ้าไม่...ก็เลิกเลยอย่าลีลา ง่ายๆแค่นี้”

.

“ทำไมโค้ชพูดมันดูง๊ายยยยยง่าย” เสียงหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขทำให้โค้ชรู้ว่าตอนนี้ผู้เรียนท่านนี้รู้สึกโล่งอกมากขึ้นแค่ไหน

“แล้วรู้ไหมครับ ว่าทำไมผมพูดแล้วมันดูง๊ายยยยง่าย”

“นั่นสิคะ ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะโค้ช?”

“ถ้าคุณฝึกทำสิ่งเหล่านี้จนเป็นนิสัย อะไรๆมันก็จะง๊ายยยยง่ายแบบนี้แหละครับ เคลียร์แล้วนะ” โค้ชเฉลยพร้อมรอยยิ้ม

“โล่งเลยคะ ขอบคุณมากๆคะโค้ช”

“เมื่อรู้ทางแก้แล้ว ก็ไปลุยต่อให้จบ สู้ๆครับ คุณผึ้งทำได้”

หลังจากวางสาย ก็มีอิโมจิรูปการ์ตูนกล่าวคำว่าขอบคุณปรากฏขึ้นในอินบ๊อก

แต่โค้ชไม่ทันได้เห็นเพราะเขาไปทำงานอื่นต่อแล้ว

.

.

#โค้ชธนา

#Excellent_Writer

#Trainer_Story

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net