วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนัง(สือ)คือชีวิต : Avengers Endgame


หนัง(สือ)คือชีวิต

Avengers Endgame

============

.

ตอนที่ดู Avengers Infinity war ฉากที่ Doctor Strange บอกกับโทนี่ สตาร์ค ว่าเขาได้ค้นหาวิธีเอาชนะธานอสซึ่งมีความเป็นไปได้มากถึง 1,400,000 วิธี แต่มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะชนะ

หนังจบด้วยการที่ Doctor Strange ยอมให้ธานอสดีดนิ้วแล้วล้างบางประชากรไปครึ่งจักรวาลรวมถึงชีวิตของเขาเองด้วย แต่ 1 ในนั้น เขาขอชีวิต โทนี่ สตาร์ค ไว้ 1 คน

ธานอสให้สัจจะเพื่อแลกกับอัญมณีเวลา และเมื่อได้อัญมณีครบ เขาก็ทำตามที่ลั่นวาจาไว้คือ ดีดนิ้วล้างประชากรไปครึ่งหนึ่งโดยไว้ชีวิตโทนี่ สตาร์ค

.

ผมมีลางสังหรณ์ว่าที่มาร์เวลผูกเรื่องไว้แบบนี้ แสดงว่าโทนี่ สตาร์ค น่าจะต้องมีส่วนสำคัญอย่างมากในการชนะศึกในครั้งนี้

เงื่อนปมที่ผมสงสัยรวมถึงอะไรๆอีกหลายปมก็ได้รับการเฉลยอย่างหมดจดและงดงามในหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่คนทั่วโลกรอชมมากที่สุด

Avengers Endgame หรือชื่อไทยคือ อเวนเจอร์ เผด็จศึก

.

นี่คือส่วนที่พอจะนำมาบอกเล่าได้ ถ้าเปิดเผยอะไรมากกว่านี้ ไม่แคล้วจนโดนคนทั้งโลกสาปแช่ง 555

แต่ Avengers Endgame มีส่วนที่ดีงามอยู่มากมายหลายจุด

และมากพอจะทำให้ผมต้องบันทึกเรื่องนี้ไว้ในความทรงจำ

.

สิ่งแรกที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่ดู Avengers ภาคแรกคือวิธีการทำตลาดให้ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ทุกตัวของค่ายมาร์เวล

หากการทำให้ซูเปอร์ฮีโร่เดี่ยวๆแต่ละตัวเข้าไปนั่งอยู่ในใจผู้ชมได้อย่างเหนียวแน่น ว่าทำยากแล้ว

การนำเอาซูเปอร์ฮีโร่เดี่ยวๆแต่ละตัวมาผูกรวมกันไว้แล้วทำให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้ชมให้ได้อย่างเหนียวแน่น ทำได้ยากมากกว่า

แต่ค่ายมาร์เวลาทำได้ยอดเยี่ยมไร้ที่ติทั้งกรณีเดี่ยวและทีม

.

แม้ผมจะไม่ได้ตามดูซูเปอร์ฮีโร่ทุกตัว หรือชื่อชอบซูเปอร์ฮีโร่เดี่ยวบางตัวมากขนาดนั้น

แต่เมื่อทุกตัวมากอบกู้โลกรวมกันภายใต้ชื่อ อเวนเจอร์ ผมกลับชื่นชอบการทำงานเป็นทีมของตัวละครเหล่านี้ที่มาร์เวลทำได้อย่างลงตัวไม่ขาดไม่เกิน

.

นับจาก Captain America The First Avenger จนมาถึง Avenger Endgame จะมีทั้งสิ้นรวมกันถึง 22 ตอน

แต่ไม่ว่าจะในภาคเดี่ยวหรือรวมทีม ทุกเรื่องสามารถดูเป็นเอกเทศจากกันได้แบบไม่งงกับเนื้อเรื่องจนเกินไป

ส่วนนี้สะท้อนให้เห็นถึงการวางแผนและการทำงานอย่างมีระบบของผู้สร้างที่ใช้เวลาถึง 10 ปี ในการผลิตหนังซูเปอร์ฮีโร่ชุดนี้ออกมา

.

และส่วนที่ผมรักที่สุดในหนังชุดนี้ของมาร์เวลซึ่งสัมผัสไม่ค่อยได้จากทางฝั่งของค่ายดีซีก็คือ อารมณ์ขัน

แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานหรือเลวร้ายแค่ไหน มาร์เวลก็ยังสามารถสอดแทรกอารมณ์ขันให้ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ของเขาได้อย่างถูกที่ถูกเวลาและไม่มากมายจนกลายเป็นหนังตลกไป ตรงจุดนี้ทำให้ซูเปอร์ฮีโร่แต่ละตัวยิ่งมีเสน่ห์

.

แม้ค่ายดีซีจะมีการรวมทีมซูเปอร์ฮีโร่ในชื่อ Justice League เหมือนกัน

แต่พลังในการเล่าเรื่อง, การกระจายบท, เสน่ห์ของตัวละครแต่ละตัว รวมไปถึงวายร้ายที่ทีมซูเปอร์ฮีโร่ต้องช่วยกันต่อสู้ ยังไม่สุดเท่ากับที่มาร์เวลทำออกมา

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงยกให้ Avengers ของมาร์เวล เป็นหนังซุเปอร์ฮีโร่แบบทีมที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล และน่าจะทำรายได้สูงสุดตลอดกาลแทนอวตารที่ยังไม่เคยมีใครโค่นตัวเลขลงได้

.

.

#ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว

ในชีวิตจริง เมื่อคุณนั่งอยู่ในตำแน่งผู้นำทีมแบบนิค ฟิวรี่ แล้วต้องการนำคนเก่งไปร่วมทีมกับคนเก่ง ด้วยหวังว่า ผลลัพธ์ของงานจะออกมายอดเยี่ยมกว่าใช้คนธรรมดาทั่วไปทำ

บ่อยครั้งกลายเป็นว่า คนเก่งเหล่านี้แตกคอกันเองบ้าง ขัดแข้งขัดขากันเองบ้าง จนสุดท้าย งานออกมาห่วยแตกกว่าเก่า

.

ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนที่เก่งหรือคิดว่าตัวเองเก่ง มักมีอีโก้บงการอยู่เบื้องลึก ดังนั้น เมื่อต้องเอาคนที่มีอีโก้ไปทำงานร่วมกันกับคนที่มีอีโก้ ผลลัพธ์ที่ควรจะออกมาดีเยี่ยมกลับกลายเป็นไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไป

.

ส่วนตัวผมชื่นชอบ Captain America แต่ที่ดูสนุกแบบไม่ผิดหวังเลยคือ Avengers ทั้ง 4 ตอน

นั่นเพราะเมื่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ต้องมาทำงานร่วมกันในฐานะของ Avengers

พวกเขาสามารถลดอีโก้(อัตตา)ที่เกิดจากพลังวิเศษของตนเองลง และใช้ความแตกต่างของพลังพิเศษที่แต่ละคนมี “ทำงานเป็นทีม” เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวนั่นคือปกป้องโลกจากเหล่าร้าย ไม่ว่าจะเป็นในระดับล้างโลกคือ ไฮดร้า ไปจนกระทั่งระดับล้างจักรวาล คือ ธานอส

.

แต่สิ่งที่ทำได้ยากกว่าการลดอัตตาเพื่อทำงานให้บรรลุผลลัพธ์ชั้นยอด ก็คือ การยอมรับในความผิดพลาดของกันและกัน เมื่อทีมเกิดทำงานล้มเหลวจากความผิดพลาดของคนในทีม

ต่อให้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ก็ไม่ได้หมายความคนๆนั้นจะทำผิดพลาดหรือล้มเหลวไม่ได้

.

ดังนั้นส่วนที่ทำให้ “ทีมธรรมดา” กลายเป็น “ทีมที่ยอดเยี่ยม” จึงเกิดจากปัจจัยทั้ง 2 อย่างนี้คือ

1. การลดอีโก้ของตนเองลงแล้วทำงานโดยโฟกัสการบรรลุเป้าหมายที่มีร่วมกัน

2. ให้อภัยในความผิดพลาดของคนทีม หาทางแก้ไข แทนการหาคนผิด

.

“ทุกคนล้มเหลวในการทำตามที่คนอื่นคาดหวัง แต่การวัดความสำเร็จของฮีโร่ต้องดูที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้แค่ไหน”

.

ในการเอาชนะศึกธานอสใน Avengers Endgame ตัวละครทุกตัวได้พิสูจน์ให้ผู้ชมเห็นแล้วว่า

พวกเขาทุกคนสามารถเป็น “ทีมที่ยอดเยี่ยม” ได้โดยไม่สูญเสีย “ความเป็นตัวของตัวเอง” ไปแม้แต่น้อย

.

สตีฟ โรเจอร์ กล่าวว่า “ไม่สำคัญว่าเราสูญเสียไปเท่าไหร่ แต่สำคัญที่เราเหลืออยู่เท่าไหร่”

คำพูดประโยคนี้สำหรับผม ไม่ได้หมายถึงคนใน “ทีม” เท่านั้น แต่หมายถึง “ความหวัง”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรในชีวิตก็ตาม เมื่อยังมี “ความหวัง” ก็ยังมี “โอกาสสำเร็จ” จริงไหมครับ

.

นี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำให้ผมรักได้สุดหัวใจ

และหนังที่ผมรักสุดหัวใจ “ให้ดูอย่างนี้ทั้งวันยังได้”

.

10/10

วิจารณ์หนัง(สือ)โดย >>> แมวเหมียวสิบชีวิต

===========================================

.

ติดตาม “บทความพัฒนาตนเอง” ของโค้ชธนา เพิ่มเติมได้ที่

#FB_Fanpage

>> X-DREAM : เปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา

#Oknationblog

>> โค้ชธนา Excellent Habit Coach

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net