วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีศิริราช


 

การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีศิริราชและอาคารรักษาพยาบาลระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีศิริราชและอาคารรักษาพยาบาลระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2562 ณ ห้องสถานพิมุขมงคลเขต พิพิธภัณฑ์    ศิริราชพิมุขสถาน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  มหาวิทยาลัยมหิดล  โดยมี นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม  ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล  นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร  นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย  และนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธี

นายอาคมฯ กล่าวว่า บริเวณสถานีศิริราช ถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้ง ด้านการคมนาคม เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่รองรับการเดินทางของประชาชนระหว่างฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี และโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช ที่รองรับการเดินทางของประชาชนจากสถานีศิริราชไปพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสามารถเปลี่ยนเส้นทางด้วยระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม เชื่อมตลิ่งชัน - บางซื่อ - รังสิต สู่พื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร ซึ่งความคืบหน้าของโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 เห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการและคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2563 พร้อมเปิดให้บริการในปี 2566 ส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการฯ และด้านสาธารณสุข ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีความจำเป็นในการขยายพื้นที่การให้บริการด้านรักษาพยาบาล การศึกษา และการวิจัย แต่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ จึงต้องมีการวางแผนร่วมกันพัฒนาในบริเวณสถานีศิริราช

นายอาคมฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีร่วมศิริราชและอาคารรักษาพยาบาล ครั้งนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณสถานีศิริราชของโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน - ศิริราช และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และประชาชนได้รับประโยชน์ และความสะดวกสบายจากการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ และการบริการด้านสาธารณสุขที่ดียิ่งขึ้น ตามนโยบาย One Transport for All ของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อความสุขของประชาชนคนไทยทุกคน โดยเน้นการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ (Seamless) ทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงร่วมกันจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีร่วมศิริราชและอาคารรักษาพยาบาล โดยทั้งสามฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือ เพื่อดำเนินการก่อสร้างสถานีร่วมศิริราชของโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช โครงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และอาคารรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลศิริราช โดยมีการหารือและตกลงกันในเรื่องรูปแบบ ขอบเขตความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายและแผนการดำเนินงาน ภายใต้กฎหมาย กฎ และคำสั่งอื่นๆ ที่ใช้อยู่ของทั้งสามฝ่าย รวมทั้งกฎหมาย กฎ และคำสั่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นายอาคมฯ กล่าวตอนท้ายว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ในครั้งนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ของการบูรณาการแผนพัฒนาร่วมกัน ระหว่างกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่แสดงถึงความตั้งใจในการร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือ เพื่อดำเนินการก่อสร้างสถานีศิริราชของโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่งชัน - ศิริราช โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี   (สุวินทวงศ์) และอาคารรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลศิริราช ให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์  เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และจะเป็น Model ต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่สถานีขนส่งมวลชนสำหรับโครงการอื่นๆ ต่อไป

 

 

ประธานพิธี ผู้ลงนาม และสักขีพยาน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม  ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล  นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร  นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน   รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย  และนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า 

     ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีศิริราช และอาคารรักษาพยาบาลระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในวันนี้     คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  มหาวิทยาลัยมหิดล มีพันธกิจหลัก 3 ด้าน  ได้แก่ ด้านการรักษาพยาบาล  ด้านการวิจัย  และด้านการศึกษา เพื่อผลิตบัณฑิตและบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง  ทำการวิจัย  สร้างบรรยากาศทางวิชาการ  ให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ คุณธรรม ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ 

     ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ให้ความสำคัญกับการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยทุกหมู่เหล่าให้ได้รับความสะดวกสบายอย่างมี  ประสิทธิภาพและเท่าเทียมกัน  มีการก่อสร้างอาคารเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มารับบริการที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น (จำนวนผู้ป่วยนอก 8,000-10,000 ราย/วัน)  การก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลแห่งนี้ นับเป็นการบูรณาการการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณสถานีศิริราชของโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช (ระดับพื้นดิน) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย  และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) (ระดับใต้ดิน) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในพื้นที่สถานีรถไฟธนบุรี แนวสถานีและตัวอาคารทอดขนานไปกับคลองบางกอกน้อย บริเวณปากคลองฝั่งทิศใต้ ด้านข้างวิหารหลวงพ่อโบสถ์น้อย วัดอมรินทราราม

     สำหรับอาคารรักษาพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นอาคารสูง 15 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น และสร้างคร่อมสถานีศิริราช พิ้นที่ใช้สอย  48, 191 ตารางเมตร โดยพื้นที่อาคารชั้น 1 และ 2 เป็นพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยของประชาชนที่ใช้บริการสถานีศิริราช  ชั้น 3-15 จะเป็นอาคารสำหรับการรักษาพยาบาล  พื้นที่ประกอบไปด้วย ส่วนพื้นที่จอดรถ  ส่วนพื้นที่บริการ  ส่วนพื้นที่คลินิก/โรงพยาบาล ส่วนพื้นที่ห้องพักผู้ป่วย  ส่วนระบบสนับสนุน และส่วนพื้นที่เกี่ยวข้องกับระบบรถไฟฟ้า สามารถให้บริการผู้ป่วยทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องมารับการทำหัตการแบบ One Day Surgery ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการในปลายปี 2562 เมื่อแล้วเสร็จจะส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์และความสะดวกสบายทั้งจากการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ และการบริการของ รพ.ศิริราชมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ฯลฯ

    ดังนั้น การลงนามบันทึกข้อตกลงความครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชาวไทย และส่งผลต่อการมีสุขภาพดีของคนภายในประเทศต่อไป”

 

อาคารรักษาพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นอาคารสูง 15 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น และสร้างคร่อมสถานีศิริราช พิ้นที่ใช้สอยรวม 48, 191 ตารางเมตร ชั้น 1 และ 2 เป็นพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยของประชาชนที่ใช้บริการสถานีศิริราช  1,947 ตารางเมตร  ชั้น 3-15 จะเป็นอาคารสำหรับการรักษาพยาบาล  พื้นที่ประกอบไปด้วย ส่วนพื้นที่จอดรถ 4,085 ตารางเมตร ส่วนพื้นที่บริการ8,531ตารางเมตร  ส่วนพื้นที่คลินิก/โรงพยาบาล  16,365 ตารางเมตร ส่วนพื้นที่ห้องพักผู้ป่วย 120 ห้อง 11,184 ตารางเมตร  ส่วนระบบสนับสนุน และส่วนพื้นที่เกี่ยวข้องกับระบบรถไฟฟ้า  4,083 ตารางเมตรโดยก่อสร้างคร่อมสถานีศิริราชของโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน - ศิริราช สามารถให้บริการผู้ป่วยทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องมารับการทำหัตการแบบ One Day Surgery ซึ่งจะเร่งดำเนินการในปลายปี 2562 ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์และความสะดวกสบายจากการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะและการบริการสาธารณะสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

 

 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net