วันที่ เสาร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราคาบุหรี่ 1 ซองเท่ากับ 1,200 บาท ???


หายไปเป็นเดือน เพราะงานยุ่งและเยอะมากจริงๆค่ะ  แต่ช่วงนี้เริ่มหายใจได้แล้วก็ขอกลับมาเขียนสักเรื่องหนึ่งแล้วกันวันนี้อยากจะเล่าถึงคำว่า "ต้นทุนที่แท้จริง" ฟังดูแล้วมันประหลาดๆ  ไม่ใช่เป็นภาษาที่พูด ที่คุ้นเคย แต่สิ่งนี้ดิฉันเชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

"ต้นทุนที่แท้จริง" ตามภาษานักเศรษฐศาสตร์ ก็คือ ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั่นเอง ฟัวดูแล้วยาก แต่ถ้านึกง่ายๆ เช่น ถ้าเรามีเงินอยู่ 20 บาท  หากเราตัดสินใจซื้อก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม 20 บาท ก็แปลว่าเราไม่มีโอกาสเอาเงินจำนวนนี้ไปใช้ซื้อชาเขียว 1 ขวด  ต้นทุนที่แท้จริงก็คือ การเสียโอกาสที่เราไม่ได้ทานชาเขียวนั่นเอง หรือ ถ้าเรามีเวลาอยู่ครึ่งวัน  เราเลือกจะไดนชอปปิ้ง แทนที่จะไปเยี่ยมย่า ต้นทุนที่แท้จริงในที่นี้ คือ การที่เราเสียโอกาสไปหาย่า บวกกับความคิดถึงที่ย่ามีต่อเรา ซึ่งอาจจะตีเป็นมูลค่าลำบากสักหน่อย 

ในการสูบบุหรี่  จริงๆ ถ้ามองกันตามหลักทั่วๆ ไปก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เราซื้อบุหรี่ 1 ซองมาสูบ  แต่ตามหลักเศรษฐศาสตร์ เราต้องนำผลกระทบที่เกิดจากการสูบบุหรี่มาคำนวณเป็นตัวเลขให้หมด  ยกตัวอย่างเช่น  การสูบบุหรี่ ทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีต่อคนรอบข้างที่ไม่ได้สูบ แต่มีโอกาสที่จะเจ็บป่วย และต้องเข้ารับการรักษา  ซึ่งเราสามารถประเมินค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของคนรอบข้างของคนสูบบุหรี่ว่า เมื่อเขาเจ็บป่วยจากการได้รับกลิ่นบุหรี่นั้น เขาต้องเข้ารับการรักษาเป็นเงินเท่าไร หรือ การที่รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ หรือต้องช่วยเหลือด้านประกันสังคมแก่ผู้ป่วยจากการสูบบุหรี่  รวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ 

หนึ่งในผลงานวิจัยของ Frank A. Sloan, Jan Ostermann, Christopher Conover, Donald H. Taylor, Jr. and Gabriel Picone กล่าวว่า  การสูบบุหรี่ 1 ซอง ทำให้เกิดผลเสียต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตีค่าประมาณได้เท่ากับ $40 หรือ ประมาณ 1,200 บาท  และต้นทุนที่แท้จริงในการสูบบุหรี่ของคน 1 คนนั้นสามารถตีราคาได้ประมาณ $106,000 - $220,00 หรือ 3-6 ล้านกว่าบาทเลยทีเดียว  ฟังแล้วไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าการที่คน 1 คนสูบบุหรี่แล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของคนที่สูบบุหรี่เพียง 1 คนจำสร้างความเสียหายให้แก่สังคมได้ขนาดนี้   

โดยหลักการแล้ว  ราคาของบุหรี่ที่ขายในท้องตลาดควรที่จะสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนที่แท้จริงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดนรวม ทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย  นั่นคือ ราคาบุหรี่ที่ควรจะขายต่อซอง เท่ากับ 1,200 บาท เพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมนั่นเอง  

แต่ในความเป็นจริง  มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้   การที่เรามีภาษีสรรพสามิตก็ช่วยได้ส่วนหนึ่งในการที่จะเพิ่มราคาบุหรี่ต่อซอง  แต่ยังไงๆ ก็ไม่มีทางที่จะขึ้นภาษีได้สูงมากจนทำให้ราคาบุหรี่ที่ขายในท้องตลาดสะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริงของมันได้

และนี่ล่ะค่ะ เป็นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันว่าน่าสนใจ  ถึงแม้การสูบบุหรี่อาจมีผลประโยชน์ต่อคนที่สูบ เช่น ความสุขทางใจ  แต่หากวิเคราะห์กันจริงๆ  ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายกระจายอยู่ในสังคมของเรา  และเมื่อราคาที่เป็นอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้ตำกว่าความเสียหายที่มันมี  นั่นก็คือ  ความเสียหายหรือผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการที่คน 1 คนสูบบุหรี่นั้นไม่มีผู้รับผิดชอบ  คนในสังคมก็ต้องรับผิดชอบตนเองในการดูแลรักษาพยาบาล  และต้องรับสภาพกับสภาพแวดล้อมที่แย่ลงด้วย

การตั้งราคาสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่มีผลกระทบในทางลบกับสังคมและสิ่งแวดล้อม  น่าจะนำต้นทุนที่แท้จริงมาคิดคำนวณด้วย  เพื่อที่จะสะท้อนความเป็นจริง และเป็นอีกหนทางหนึ่งในการลดมลภาวะหรือปัญหาต่างๆ ในสังคมอีกทางหนึ่ง  ไม่ว่าจะเป็นการคิดค่าสัมปทานในการทำเหมืองแร่ ซึ่งมีผลทางอ้อมในระยะยาวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้น   การคิดภาษีสุราหรือค่าน้ำมันรถ เป็นต้น

ในโลกแห่งความเป็นจริง  คงทำได้ไม่ 100% แต่อย่างน้อยถ้ามีคนหันมาให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น  ค่อยๆ ปรับให้ราคาต่างๆ สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น  สังคมเราคงจะดีขึ้น และโลกของเราก็คงจะร้อนขึ้นช้าลง  ท่านว่าไหมคะ


โดย Gorbua

 

กลับไปที่ www.oknation.net