วันที่ พุธ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คึกคัก ส.ส.ใหม่ทยอยเข้ารับใบรับรอง // ศุกร์นี้ปล่อยตัวแกนนำพันธมิตร


สวัสดีครับ

         ว่าที่ส.ส.ใหม่ทยอยเข้ารายงานตัวเพื่อขอใบรับรองจากกกต.เป็นทิวแถว รวมทั้งประเภท 'เสาไฟฟ้า' ของพรรคยอดนิยมพรรค

หนึ่งขณะนี้ 

 

 

คึกคัก ส.ส.ใหม่ทยอยเข้ารับใบรับรอง

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สสใหม่,ใบรับรอง,ถาวร,กษิดิ์เดช,ถือหุ้นสื่อ,เลิกกิจการ,สส

กกต.คึกคัก ส.ส.ทยอยเข้ารับใบรับรอง "ถาวร" วอนส.ส.ใหม่อย่าทะเลาะกัน แนะยึดประโยชน์ชาติเป็นหลัก อย่าค้านตะพึดตะพือ

 

คึกคัก ส.ส.ใหม่ทยอยเข้ารับใบรับรอง


          สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) – 8 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า 08.30 น. ส.ส.แบบแบ่งเขตที่กกต.ได้ประกาศรับรองไปเมื่อวานนี้ (7พ.ค.) ได้ทยอยเดินทางมารับหนังสือรับรองการเลือกตั้ง ที่สำนักงาน กกต. กันอย่างคึกคัก เพื่อนำใบรับรองไปรายงานตัวที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อาคารัฐสภา (เกียกกาย) อาทิ นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์, นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์, นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย,น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ, นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ, นายธาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์,พันโทสินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม พรรคประชาธิปัตย์,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์,นายไพโรจน์ โล่สุนทร ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย, นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ส.ส.เขต 1 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.เขต 3 ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ, น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.เขต 7 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น  

คึกคัก ส.ส.ใหม่ทยอยเข้ารับใบรับรอง

          ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้มาตรวจความเรียบร้อยการรับมอบหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ที่บริเวณห้องประชุม 201 และให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงาน กกต. จะเปิดให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต มารับหนังสือรับรองได้จนถึงวันที่ 11 พ.ค. นี้ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ เมื่อ ส.ส. ได้รับเอกสารแล้ว ก็สามารถนำหนังสือรับรองดังกล่าวไปรายงานตัวที่สภาได้ทันที ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องรอมติของที่ประชุม กกต. อีกครั้ง ว่าจะประกาศเมื่อใด

คึกคัก ส.ส.ใหม่ทยอยเข้ารับใบรับรอง

          ขณะที่นายถาวร เสนเนียม กล่าวว่า เป็นสมัยที่ 7 แล้ว ก็ปกติไม่ได้ตื่นเต้น การเป็นผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน 5-6 ปีมานี้เราก็ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนอยู่ ดังนั้นจะได้รายงานตัวช้าหรือเร็วก็ไม่มีปัญหา ที่สำคัญก็คือว่าเป็นช่วงเวลามีงานมหามงคลของพี่น้องปวงชนชาวไทย ก็ถือว่าไม่เป็นปัญหาอะไร  

          เมื่อถามว่ากังวลกับรายชื่อ ส.ว.หรือไม่ หลังมีรัฐมนตรีลาออกมาเตรียมตัวเป็น ส.ว. นายถาวร กล่าวว่า คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วตนถือว่าผ่านประสบการณ์ทั้งการรับราชการ การเป็นฝ่ายบริหาร แล้วจะมาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ถือว่าท่านได้ผ่านประสบการณ์หลายๆ อย่าง ตนก็ยินดีด้วย ไม่กังวลอะไร

          เมื่อถามว่า ส.ส. มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเยอะ กังวลในการทำงานระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายปรับตัวเข้าหากันเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองให้ได้ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของพี่น้องประชาชน แล้วก็เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ  ถือว่าเป็นเรื่องปกติในการทำงานร่วมกัน 500 คน อาจจะมีความคิดต่างกันบ้าง แต่ถ้าไม่ทะเลาะกัน ยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก เสียงข้างมากให้คำนึงถึงเสียงข้างน้อย เพราะเขาเป็นตัวแทนประชาชนด้วย เสียงข้างน้อยก็อย่าค้านตะพึดตะพือจนขาดเหตุผล ให้ยึดผลประโยชน์ประเทศชาติ พี่น้องประชาชนเป็นหลัก ทุกอย่างก็จะดีเอง

          ทางด้านนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.เขต 8 กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกร้องเรื่องถือหุ้นสื่อ อาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. กล่าวว่า ไม่กังวลกับการที่ถูกร้องเรื่องถือหุ้นสื่อ เนื่องจากว่าบริษัทไม่มีเจตนาจดทะเบียนเพื่อประกอบกิจการสื่อโดยตรง แต่จดทะเบียนเพื่อประกอบกิจการรับเหมาก่อนสร้าง จะต้องดูเจตนาเป็นหลัก จะยึดใบบริคณห์สนธิที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์การจดทะเบียนบริษัทครอบคลุมไปถึงธุรกิจสื่อไม่ได้ อีกทั้งบริษัทดังกล่าวร้างมา 10 ปีแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ไปทำเรื่องยกเลิกกิจการกับกระทรวงพาณิชย์ จึงไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะใช้หลักการนี้เอาผิดกับตนก็คงมีส.ส.อีกกว่า 100 คน ที่จะต้องถูกดำเนินการเช่นเดียวกัน.

"พปชร."นัดสัมมนา"ส.ส."สัปดาห์หน้าเตรียมตัวเข้าสภา

การเมือง  :  7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พลังประชารัฐ,ครม,กกต

"อุตตม"เผยนัดสัมมนา"ส.ส."สัปดาห์หน้า เตรียมตัวเข้าสภา โว เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล แนะ ควรให้โอกาส "ส.ว." ทำหน้าที่ 

ต่อเนื่องด้วยการติดตามการแถลงรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งนี้ ไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไรทุกพรรคการเมืองควรเคารพกฎกติกา เพราะศาลถือเป็นสถาบันสำคัญ ผลออกมาอย่างไรก็ควรยึดตามนั้น ส่วนทิศทางของพรรคก็เดินหน้าต่อเต็มที่ เริ่มจากการประชุมสัมมนา ส.ส.ทั้งหมดของพรรคในสัปดาห์หน้า เพื่อเตรียมการซักซ้อม เพราะเรามี ส.ส.ใหม่จำนวนมากที่ไม่เคยเข้าสภามาก่อน ขณะเดียวกันในส่วนของงานการเมือง พรรคก็จะเดินหน้า ประสานพรรคอื่นๆ ที่ร่วมอุดมการณ์และสนใจมาร่วมกันตั้งรัฐบาล 

นายอุตตม  มั่นใจว่า พรรค พปชร.จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้โอกาสทำงานกับพรรคที่มีแนวทางการทำงานแบบเดียวกัน แต่ต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ส่วนตัวเลขที่มีการประเมินออกมาว่าฝั่ง พปชร.รวมเสียงได้ 256 เสียงนั้นเป็นการประเมินตามปกติ เราก็ประเมินของเรา หากวันนี้ กกต.รับรองผลเรียบร้อยก็จะมาพูดคุยกัน เพราะตัวเลขจะชัดเจนขึ้น ส่วนประเด็นว่าที่ ส.ส.ของพรรค ถูกร้องเรียนเรื่องการถือหุ้นสื่อและตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคเป็นผู้เซ็นรับรองนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้สมัคร และว่าที่ ส.ส.เกือบทุกพรรค เราได้หารือแนวทาง โดยดูเป็นรายกรณี หากเกี่ยวกับพรรค เราพร้อมชี้แจงในทุกประเด็น และเดินตามขั้นตอนไม่มีอะไรมากกว่านั้น 

ส่วนประเด็นว่าที่ ส.ส.ของพรรค ถูกร้องเรียนเรื่องการถือหุ้นสื่อและตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคเป็นผู้เซ็นรับรองนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้สมัคร และว่าที่ ส.ส.เกือบทุกพรรค เราได้หารือแนวทาง โดยดูเป็นรายกรณี หากเกี่ยวกับพรรค เราพร้อมชี้แจงในทุกประเด็น และเดินตามขั้นตอนไม่มีอะไรมากกว่านั้น

นายอุตตม ยังกล่าวถึงกรณีกระแสคัดค้านให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ว่า พปชร.ยืนยันในเรื่องที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำลังใช้ครั้งแรก เราควรเคารพกติกาปัจจุบัน เดินตามนั้น บทบาท ส.ว.เป็นอย่างไรก็ให้เป็นตามนั้น และควรให้เกียรติให้โอกาส ส.ว ได้ทำหน้าที่อย่าไปพูด หรือตีกันไว้ก่อนว่ามาแล้วจะเข้าข้าง หรือช่วยฝ่ายไหน เพราะบ้านเมืองต้องเดินหน้า เช่นเดียวกับ 15 รัฐมนตรีที่ลาออกมารับตำแหน่ง ส.ว.ก็ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ไม่ใช่แบบนั้น ลองพิจารณาดูทุกคนที่ลาออก ก็มีคุณสมบัติพร้อม เพราะตนเคยร่วมงานกันมา ประเทศไทยต้องการคนมีความสามารถ คนเหล่านี้มีความพร้อมทำงาน อย่าไปเกี่ยงว่า เคยทำงานในรัฐบาลแต่วันนี้ไปอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติจะไม่เหมาะ เพราะทุกคนมีคุณสมบัติ ส่วนการปฏิบัติตัวก็อยู่ในสายตาประชาชน

 
 

ผู้โดยสารระทึก โชเฟอร์รถทัวร์ทิ้งพวงมาลัยมาทะเลาะ พนง.สาว

คลิปเด็ด  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

 

เหตุการณ์ระทึกบนรถทัวร์สายขอนแก่น-เมืองเลย

ทั้งนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Supatta Sansoem โพสต์ข้อความระบุว่า

 

 

ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางสำหรับกรณีดังกล่าวนี้

"ศุกร์นี้"ปล่อยตัวแกนนำพันธมิตร

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พันธมิตร,ราชฑัณฑ์,ปล่อยตัว,พระราชทานอภัยโทษ

"ราชทัณฑ์"จัดพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษใน 5 เรือนจำกลุ่มลาดยาว 10 พ.ค.นี้ จัดพิธีบวชสามเณรถวายเป็นพระราชกุศล "มหาจำลอง-แกนนำพธม."ปล่อยตัวพร้อมกัน

ทั้งนี้ในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวิชราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พิธีดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30น. โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯจะจัดพิธีให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว บวชสามเณรจำนวน 10 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมกันนี้จะจัดให้ผู้พ้นโทษปฏิญาณตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการกระทำความผิดอีก

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า เรือนจำได้มีกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนไปและคัดกรองผู้ต้องขังที่จะได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวอย่างเข้มงวด ซึ่งในเรือนจำทั้ง 5 แห่งประกอบด้วย เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งแต่ละแห่งมีผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวกว่า 100 คน

ทั้งนี้หลังการปล่อยตัว กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะคอยสอดส่องดูแลพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษอย่างใกล้ชิด ทำให้เชื่อว่าอัตราการกระทำความผิดซ้ำจะลดน้อยลงกว่าการปล่อยตัวที่พ้นโทษตามปกติ เนื่องจากนักโทษที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์จะได้รับพระราชทานอภัยโทษต้องไม่เป็นผู้ไม่กระทำความผิดร้ายแรง

 

"เดอะตู่" ลาบ้านเก่า ฮึดสู้ตั้ง "พรรคใหม่"

ตู่ จตุพร,จตุพร พรหมพันธ์ุ,พรรคเพื่อชาติ,แกนนำ นปช,นปช,คนเสื้อแดง,เลือกตั้ง 2562,ธิดา ถาวรเศรษฐ์,พีซทีวี,ช่องแดง,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,อารี ไกรนรา,เจ๋ง ดอกจิก,ทักษิณ ชินวัตร

คอลัมน์ ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก

          วันมหามงคลของคนไทยทั้งชาติผ่านพ้นไปโดยความสงบเรียบร้อย และเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วย อารี ไกรนรา, วิโชติ วัณโณ, ยศวริศ ชูกล่อม และแกนนำ นปช.อีกหลายคน ในฐานะจิตอาสาเฉพาะกิจ ได้รับหน้าที่ในหมวดงานพระราชพิธี โดยประจำจุดบริเวณถนนเฟื่องนคร ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึง 3 ทุ่ม จึงแยกย้ายกันกลับบ้าน

อารี ไกรนรา จตุพร และเจ๋ง ดอกจิก 

          ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ห้องประชุมอภิวันท์ วิริยะชัย อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 5 นปช.สายจตุพร มีการจัดงานสงกรานต์บานฉ่ำ เป็นการอำลาที่มั่นคนเสื้อแดงเก่า ด้วยความอาลัยอาวรณ์ของมวลชน นปช.

เพื่อชาติของ “ติยะไพรัช”

          หลังรู้ผลคะแนนเบื้องต้น สงครามและยงยุทธ ไปนั่งแถลงข่าวร่วมกับพรรคเพื่อไทยและพันธมิตร โดยไม่ปรึกษาหารือ “ตู่" จตุพร แสดงออกกันแบบนี้ ภาษานักเลงก็ว่า “อยู่ด้วยกันยาก” 

 

ยงยุทธ ติยะไพรัช

          “จตุพร-สงคราม” นั้นร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานนับ 10 ปี แต่ “ยงยุทธ” เพิ่งโผล่เข้ามาที่อิมพีเรียล เมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยมาทำรายการฉุกคิดทางสถานีทีวีดาวเทียม “พีซทีวี”

สงคราม กิจเลิศไพโรจน์

          ฉากสุดท้าย “ยงยุทธ” เก๋าเกมกว่า ยึดพรรคเพื่อชาติไปเรียบร้อย แถมลูกสาว “โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย กับพี่สาว-บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติด้วย

          ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 5 คนของเพื่อชาติ อยู่ในกำมือยุทธ แม่จัน คน..แค่นี้ก็รู้ว่าใครเจ้าของพรรค?

ไม่แตก..แต่แยกบ้านกันอยู่

          พูดกันตามตรง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พ.ศ.นี้ แกนนำแต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปทำมาหากินตามวิถีทางของตัวเอง

         สายที่เป็นนักเลือกตั้งก็ขยับไปอยู่พรรคพลังประชารัฐบ้าง พรรคอนาคตใหม่บ้าง และส่วนหนึ่งก็ยังอยู่พรรคเพื่อไทย

          “เดอะตู่” ได้ย้ำอีกครั้งว่าแกนนำนปช.ไม่ได้มีความแตกแยก ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีนี้ สภาพการณ์ของ นปช.เหมือนทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นทหารประชาชน บาดเจ็บ ล้มตาย ถูกคุมขัง ถูกจับเป็นเชลยสารพัด

          “เราคบกันมานาน เรารู้ว่าทองแท้เป็นอย่างไร เรารวมกันเพราะเรามีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็ตาม”

 

ภาพในอดีต แกนนำ นปช. วันเปิดช่องพีซทีวี

          ดังนั้น นปช.สายเดอะตู่ พ่วงด้วย ยศวริศ ชูกล่อม, อารี ไกรนรา, วิโชติ วัณโน และศักดิ์ระพี พรหมชาติ ไปไหนก็ไปด้วยกัน

           ส่วน นปช.สายป้าธิดา ก็จะมี วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, เหวง โตจิราการ และสมหวัง อัสราษี ก็ย้ายรังไปอยู่แถวห้างเก่าสี่แยกแคราย 

          นปช.วันนี้ไม่ใช่กองกำลังสู้รบ และที่สำคัญสปอนเซอร์หลักถอนตัว จำต้องแยกบ้านกันอยู่เพื่อจะยืนระยะให้ได้นานที่สุด

พรรคใหม่” ของเดอะตู่

          ชัดเจนว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้ จตุพร จะต้องอพยพเพื่อนพ้องน้องพี่ “พีซทีวี” ไปอยู่บ้านหลังใหม่ คาดว่าน่าจะย้ายไปอยู่แถวย่านวัชรพล 

          “ไม่ใช่ว่าเจ้าของห้างเขาไล่ เพียงแต่เราเองไม่อยากเป็นภาระมากขึ้น ก็ต้องหาสถานที่ให้มันเล็กลง” จตุพร บอกกล่าวแฟนคลับ

          “เรายังจะต้องมีภารกิจที่ต้องเดินหน้าต่อไป เพียงแต่ว่าเราเองก็ต้องปรับวิธีการให้มันสอดคล้องกับความเป็นจริง เราต้องยอมรับความจริงให้ได้ แล้วเราจึงจะเดินได้”

          คำว่า “ภารกิจที่เราจะยังต้องเดินหน้าต่อไป” ของจตุพรคือ การสร้างพรรคการเมืองใหม่ พรรคของมวลชนอย่างแท้จริง 

 

พิธีกรสาวๆ ของพีซทีวี จะต้องย้ายบ้าน

          สถานการณ์การเมืองในวันข้างหน้าหากมีการเลือกตั้ง “ทักษิณ ชินวัตร” จะมีบทบาทน้อยลง ผู้คนที่รักและศรัทธาเริ่มยอมรับว่า “ยังไง ทักษิณก็ไม่ได้กลับบ้าน”

          ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยจะอยู่ในภาวะขาลง ตรงกันข้ามพรรคอนาคตใหม่ ยิ่งจะมีอนาคตที่ดีกว่า และการสร้างพรรคทางเลือกให้ประชาชนก็เป็นภารกิจที่ท้าทาย

          นัยว่า “ตู่” ไม่ได้คิดทำพรรคตามลำพัง หากยังมีนักการเมืองระดับพระเอกใหญ่ แม่ยกเพียบ และพระเอกดาวรุ่ง แม่ยกตรึม! มาร่วมคิดร่วมสร้างด้วย

          พระเอกใหญ่และพระเอกดาวรุ่งอกหักจากพรรคเกิดใหม่หรือยานลูกที่เพิ่งถูกยุบไป ครั้นจะกลับยานแม่ก็เกรงตกเป็นเบี้ยล่างเจ๊ใหญ่ เลยไปตายดาบหน้าดีกว่า

          จริงๆ แล้ว เรื่องคิดอ่านตั้งพรรคนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก..แต่เหตุที่ยังไปต่อไม่ได้ก็เป็นเรื่องทุนรอนนั่นเอง

 

ทางสองแพร่ง"พรรคสีฟ้า" ทางเลือก"กรณ์ จาติกวณิช" 

กรณ์ จาติกวิณิช

 "อิ่ม"หรือ"หิว" ทางสองแพร่ง"พรรคสีฟ้า" ทางเลือก"กรณ์ จาติกวณิช"   

               งวดเข้ามาทุกทีสำหรับการคั่วตำแหน่งผู้นำพรรคสีฟ้า “ประชาธิปัตย์" ที่จะมีการโหวตกันในวันที่ 15 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ ล่าสุดยืนยันออกมาแล้วว่ามีผู้ร่วมชิงชัยในครั้งนี้ 4 คนด้วยกัน ได้แก่ กรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรค และทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตผู้ว่าฯ กทม. และ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 

 ทางสองแพร่ง"พรรคสีฟ้า" ทางเลือก"กรณ์ จาติกวณิช" 

 กรณ์ จาติกวณิช ว่าที่ผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โชว์ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิบรรจุถุงแบรนด์"อิ่ม"

         หากดูหน่วยก้านแต่ละคนต่างมีจุดเด่นไม่แพ้กัน ดีคนละแบบ  เก่งคนละด้าน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองว่าพรรคต้องการใช้คนแบบไหน !

           “การเลือกผู้นำพรรค นัั่นหมายถึงการเลือกผู้นำประเทศด้วย ยุคนี้ต้องสู้กันด้วยเรื่องเศรษฐกิจ สู้กันด้วยปากท้องชาวบ้าน ชาวบ้านต้องอิ่มท้องก่อน ประเทศจึงจะเดินหน้าไปได้” แหล่งข่าวระดับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์วิเคราะห์ให้ฟัง จึงไม่แปลกที่การเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คราวนี้ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ “กรณ์ จาติกวณิช” มีือเศรษฐกิจของพรรค ผ่านประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจการคลังมาอย่างโชกโชน เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รั้งตำแหน่งซีอีโอสถาบันการเงินมาไม่ต่ำกว่า 20 บริษัท เป็นหนุ่มนักเรียนนอกที่มีความพร้อมด้านเศรษฐกิจมากที่สุด เมื่อเทียบกับว่าที่ผู้สมัครอีก 3 คน  

            แม้กรณ์จะมีความช่ำชองในเรื่องเศรษฐกิจ แต่หลายคนมองว่าเขาเก่งกาจเฉพาะเศรษฐกิจมหภาค แต่เศรษฐกิจระดับรากหญ้าวิชาของกรณ์ยังติดลบ ซึ่งเจ้าตัวเองก็รู้ดีและพยายามปิดจุดบอดตรงนี้ให้ได้

             การก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งประธานโครงการเกษตรเข้มแข็งของพรรค ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพยายามรับรู้ปัญหาของชาวบ้านในระดับรากหญ้า ด้วยการลงพื้นที่คลุกอยู่กับชาวนาไม่ต่ำกว่า 5 ปี จนมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในระดับชุมชน จนลบคำครหาที่ว่า "หนุ่มนักเรียนนอกตีนไม่ติดดิน"

 ทางสองแพร่ง"พรรคสีฟ้า" ทางเลือก"กรณ์ จาติกวณิช" 

              “อิ่ม” แบรนด์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์บรรจุถุงแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ของชุมชนบ้านหนองหิน ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสาคาม 1 ใน 5 จังหวัดของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ ที่ผลิตข้าวหอมมะลิชั้นดีที่สุดในประเทศไทย โดยกรณ์ได้เข้าไปช่วยเหลือและพยายามปลุกปั้นจนประสบความสำเร็จ เขาใช้เวลากว่า 5 ปีในช่วงว่างเว้นงานการเมืองลงพื้นที่สำรวจปัญหาของชาวนาในพื้นที่ทุ่งกุลาฯ เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จนพบทางออกของปัญหาชาวนาคือด้านการตลาดและการกู้หนี้นอกระบบมาลงทุน

             “ทำมา 5 ปีที่แล้วเริ่มตั้งแต่ช่วง คสช.ยึดอำนาจ ช่วงนั้นมีเวลาว่าง ลงพื้นที่ตลอด ไปๆ มาๆ กรุงเทพฯ มหาสารคาม ทำให้รู้ว่าการแก้ปัญหาชาวนาไม่ใช่เรื่องง่าย มันมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องการตลาดและการกู้หนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ส่วนระบบการผลิตของเขาไม่มีปัญหา ที่จริงเขาอยากทำข้าวอินทรีย์ แต่กลับผลผลิตน้อย ไม่มีตลาดรองรับ ราคาขายก็ไม่ต่างจากข้าวเคมี พ่อค้าที่รับซื้อก็ไม่ได้แยกชัดเจนระหว่างข้าวอินทรีย์กับข้าวเคมี ทางแก้ก็คือต้องให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันแปรรูปเพิ่มมูลค่าดีกว่าขายเป็นข้าวเปลือก” กรณ์เผยในวงสนทนากับสื่อมวลชน 

 ทางสองแพร่ง"พรรคสีฟ้า" ทางเลือก"กรณ์ จาติกวณิช" 

               กรณ์ ย้ำว่าอันที่จริงชาวบ้านหนองหินนั้นมีแนวคิดที่จะเลิกพึ่งพาสารเคมีและต้องการฟื้นฟูพันธุ์ข้าวท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่ก็ยังคงติดปัญหาตรงที่กลัวได้ผลผลิตน้อยจนทำให้ขายข้าวไม่ได้ราคา ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการเกษตรเข้มแข็ง ที่ตนเองเป็นประธานก็มีแนวคิดตรงกันว่า 

              “ถ้าสามารถเลือกพันธุ์ข้าวท้องถิ่น มาพัฒนาด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี พร้อมกับเพิ่มมูลค่าด้วยการทำแพ็กเกจและแบรนด์ดีๆ ก็น่าจะสามารถยกระดับข้าวท้องถิ่นของที่นี่ให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียมได้ นำพาให้ ชาวบ้านขายข้าวได้ราคามากขึ้น และมีความกินดีอยู่ดีตามไปด้วย โดยใช้หลักคิด “From Farm to Fork” หรือ “จากนาสู่จาน”

                หลังแก้ปัญหาเรื่องการตลาดจนสำเร็จไปอีกขั้นสำหรับข้าวหอมมะลิอินทรีย์บรรจุถุงภายใต้แบรนด์ “อิ่ม” จากนั้นมาลุยแก้ปัญหาการกู้หนี้นอกระบบ โดยผ่านโครงการเกษตรเข้มแข็ง หลังจากวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตแล้วทำให้รู้ว่าต้นทุนการทำนาจริงอยู่ที่ไร่ละไม่เกิน 4,000 บาท จึงปล่อยให้ชาวนาในหมู่บ้านกู้ยืมไปลงทุนก่อนโดยไม่คิดดอกเบี้ยแล้วค่อยหักจากรายได้จากการจำหน่ายข้าวถุง ซึ่งปรากฏว่าข้าว 1 ไร่ ทำรายได้เยอะมากเมื่อนำมาแปรรูปบรรจุถุงจำหน่าย  ส่วนข้าวหักหรือข้าวตกเกรดจะจำหน่ายให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาถวายแด่วัดพระบาทน้ำพุ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับประทานข้าวหอมชั้นดี

                “ข้าวหอมปลูกได้ปีละครั้งเหมือนกับข้าวพันธุ์พื้นเมืองทั่วไป ต่างจากข้าวขาวทั่วๆ ไปที่ปลูกได้ปีละ 2-3 ครั้ง ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง เมื่อเขาปลูกได้ปีละครั้งก็ควรจะขายได้ในราคาที่สูงให้สมกับเป็นสุดยอดข้าวหอมมะลิของไทย จึงต้องนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า ข้าวพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ ก็เช่นกัน อย่างข้าวสังข์หยดหรือมะพร้าวน้ำหอม เป็นต้น” กรณ์ให้มุมมอง

               บ้านหนองหินคือตัวอย่างความสำเร็จในการบริหารจัดการเรื่องการตลาดและการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ผ่านโครงการเกษตรเข้มแข็งและยังเป็นต้นแบบให้แก่หมู่บ้านหรือชุมชนอื่นๆ อีกหลายชุมชน ที่ไม่เพียงแค่ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาเท่านั้น หากแต่ข้าวพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ เขามองว่าน่าจะใช้ในรูปแบบเดียวกันกับข้าวหอมทุุ่งกุลาฯ ไม่ว่าข้าวสังข์หยดหรือข้าวพันธุ์พื้นเมืองอื่นที่ปลูกยากและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยข้าวเหล่านี้ควรจะแยกออกจากข้าวขาวทั่วไป  เนื่องจากเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า และที่สำคัญชาวนาก็จะมีรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย 

            “ไม่ใช่แค่ข้าวหอมทุ่งกุลานะ  ข้าวสังข์หยดพัทลุงก็ควรจะแยกออกจากข้าวขาวทั่วไปให้ชัดเจน แล้วก็ต้องยกให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียม รวมไปถึงการส่งออกต่างประเทศด้วย ไม่เช่นนั้นผู้บริโภคจะสับสน เห็นเป็นข้าวหอมก็คิดว่าเหมือนๆ กัน ที่จริงไม่ใช่ ถ้าเป็นข้าวหอมทุ่งกุลาจะหอมกรุ่นมาก เวลาหุงกลิ่นจะหอมมาแตไกล เป็นกลิ่นหอมเฉพาะของข้าวทุ่งกุลานะ”

              นอกจากนี้ ตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนการแปรรูปเพิ่มมูลค่าข้าวหอมนั้น ควรเป็นกลุ่มสหกรณ์ที่ทุกคนเป็นสมาชิก เพราะกำไรที่ได้ก็จะตกถึงมือชาวนาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งยอมรับว่าทุกวันนี้มีหลายสหกรณ์ที่มีความพร้อมในการแปรรูปเพิ่มมูลค่าข้าวและทำตลาดได้เองแล้ว  

             "ข้าวประเภทนี้ควรให้กลุ่มสหกรณ์เขาดูแลจัดการกันเอง เพราะปริมาณมีไม่มากเมื่อเทียบกับข้าวขาวทั่วๆ ไป พ่อค้าหรือบริษัทค้าข้าวเอกชนควรจะไปดูข้าวอื่นๆ ซึ่งมีปริมาณที่มากกว่า” ประธานเกษตรเข้มแข็งให้ความเห็น 

               ไม่ใช่แค่เพียงการแปรรูปเพิ่มมูลค่าข้าวเท่านั้น แต่กรณ์ยังลงลึกในการนำทุกส่วนของข้าวมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำเอาซังข้าวหลังเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วมาประดิษฐ์เป็นกระเป๋าถือและตะกร้าเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์แทนที่จะเป็นเศษวัสดุเหลือทิ้ง จากนั้นก็เติมแต่งด้วยเครื่องประดับก็จะทำให้มีมูลค่าขึ้นมาทันที ซึ่งในส่วนนี้ภรรยาของเขาจะเป็นคนรับผิดชอบ

             “ซังข้าวหลังเก็บเกี่ยวแทนที่จะทิ้งหรือทำลายก็นำมาใช้ประโยชน์ได้นะ  ภรรยาผมเขาก็นำเอามาทำกระเป๋าถือ ลองเปิดขายทางออนไลน์ดูปรากฏว่ามีคนสนใจเยอะมาก ส่วนราคาขายไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับความพอใจระหว่างคนซื้อกับคนขาย” กรณ์เผยพร้อมโชว์รูปกระเป๋าถือจากซังข้าวฝีมือภรรยา

             การลงลึกสู่เศรษฐกิจรากหญ้าเพื่อศึกษารายละเอียดของปัญหาเป็นอีกมิติหนึ่งในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำ ภายใต้สโลแกน “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” หากเป็นไปตามที่วาดหวังจะมีการรีแบรนด์ครั้งใหญ่เพื่อให้พรรคแม่ธรณีบีบมวยผมกลับมายิ่งใหญ่และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง

             “กระแสมันแรงจริง ทั้งๆ ที่ผู้สมัครของพรรคแต่ละคนลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนมาตลอด แต่ช่วง 2-3 เดือนก่อนเลือกตั้งมีกระแสการแบ่งขั้วการเลือกข้าง กระแสโซเชียลมาแรงมาก คนก็เลือกไปตามกระแส ซึ่งอันนี้เห็นผลชัดเจนมาก” กรณ์กล่าวยอมรับ พร้อมจะนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้ในพรรคต่อไป โดยเฉพาะการใช้สื่อโซเชียล ซึ่งเขาเป็นบุคคลแรกๆ ของพรรคที่หันมาเล่นสื่อประเภทนี้ เห็นได้จากมีคนติดตามทวิตเตอร์ กรณ์ จาติกวณิชย์ มากถึง 6 แสนคนในปัจจุบัน

              “ต่อไปจะต้องใช้ทีมสื่อโซเชียลมาเป็นตัวหลักในการสื่อสาร ทีมโฆษกเป็นแค่ตัวประกอบไม่ใช่ตัวหลัก เพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงง่ายในเวลาที่รวดเร็ว” กรณ์วาดหวังหากก้าวสู่การเป็นผู้นำพรรค พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าจะต้องสลายขั้วในพรรคและจะรวมทีมเป็นหนึ่งเดียวให้ได้ โดยเขาย้ำอย่างชัดเจนว่า  

             “ถ้าสลายขั้วในพรรคไม่ได้ อย่าคิดเลยว่าจะสลายขั้วในสังคมได้" กรณ์ยืนยัน ส่วนพรรคจะร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น เขาสงวนท่าทีบอกเป็นสิทธิ์ของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา แต่ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะเลือกเดินทางไหน สำหรับเขามีคำตอบอยู่ในใจแล้ว 

                                                ................................................

              เมื่อสองหนุ่มนักเรียนนอกจากเมืองผู้ดี มีกีฬาอยู่ในหัวใจ  เมื่อคู่หู “หล่อใหญ่" อดีตหัวหน้าพรรค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แฟนพันธุ์แท้นิวคาสเซิล “หล่อโย่ง” อย่างกรณ์ก็เป็นแฟนพันธุ์อดีตทีมดังอย่าง “ลีดส์ ยูไนเต็ด” มาตั้งแต่อายุ 19  ตั้งแต่ยุคลีดส์รุ่งเรืองในปี 1973 แม้วันนี้ทีมในดวงใจจะตกชั้นไปอยู่แชมเปี้ยนชิพ แต่แฟนพันธุ์แท้อย่างเขาก็ยังเหนียวแน่นกับ “ลีดส์ ยูไนเตฺ็ด” เช่นเดิม 

              ความพยายามของ “ลีดส์ ยูไนเต็ด” ในการก้าวขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีกฉันใด ไม่ต่างจากการนำพา “ประชาธิปัตย์” ก้าวสู่ระดับแถวหน้าการเมืองไทยอีกครั้ง 

              นี่คือความหวังและความตั้งใจของลูกผู้ชายที่ชื่อ “กรณ์ จาติกวณิช” 

 

"ชาวนาโคราช"โอดไม่มีที่ทำกินศาลปกครองสั่งออกจากที่สาธารณะ

ภูมิภาค  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศาลปกครอง,ที่ทำกิน,โคราช

ชาวนาโคราชร่วม 250 ราย โอดไม่มีที่ทำกิน ผู้ว่าโคราชห่วงชาวนาไม่มีที่ทำกิน รุดลงพื้นที่หาแนวทางจัดสรรที่ดินทำกินให้ หลังศาลปกครองมีคำสั่งห้ามเข้าทำกินที่สาธารณะ

8 พฤษภาคม 2562  นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านหนองหลัก หมู่ที่ 5 ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา

 

"ชาวนาโคราช"โอดไม่มีที่ทำกินศาลปกครองสั่งออกจากที่สาธารณะ

ได้ลงพื้นที่ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านหนองหลัก หมู่ที่ 5 ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา  รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาในตำบลหนองหลักนับร้อยคน  ที่ได้พากันออกมาเรียกร้องขอความเมตตาจากภาครัฐให้ช่วยเหลือ  หลังศาลปกครองนครราชสีมาได้มีคำสั่งให้ราษฎรที่อาศัยทำกินอยู่บริเวณพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ทำเลเลี้ยงสัตว์ ในตำบลหนองหลัก เป็นเนื้อที่ประมาณ 2,605 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่หมู่ 2,3,4,และ หมู่ที่ 7 ให้ออกนอกพื้นที่และงดเข้าไปทำนาปลูกข้าว  เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ประเภทหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นสล. ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายให้ยึดคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์

 

"ชาวนาโคราช"โอดไม่มีที่ทำกินศาลปกครองสั่งออกจากที่สาธารณะ

ส่งผลทำให้ชาวนาจำนวนกว่า 239 ครัวเรือน ในตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว ไม่มีที่นาทำกิน  โดยบางรายได้กู้หนี้ยืมสินมาลงทุนทำนาในปีที่แล้ว แต่เมื่อมีคำสั่งศาลปกครองออกมาในปีนี้  จึงทำให้ต้องออกจากพื้นที่ เข้าไปทำกินไม่ได้ และหากคนไหนฝ่าฝืนก็จะถูกจับดำเนินคดี ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก  แม้ว่าจะมีนายทุนมายื่นข้อเสนอให้เลี้ยงวัวเนื้อขาย แต่การเลี้ยงวัวเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน 2-3 ปี กว่าจะขายได้ ต่างจากการทำนาที่ใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว   ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้น นายวิเชียร ฯ  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  จึงได้ลงพื้นที่เตรียมหาแนวทางจัดสรรที่ดินทำกินเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวนาในพื้นที่โดยเร็วต่อไป

 
 ........................................................
 
8 พฤษภาคม 2562
 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net