วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คิดถึงต้นปูเล่...เศรษฐกิจพอเพียง


คิดถึงต้นปูเล่..."เศรษฐกิจพอเพียง"

ท่านผู้อ่านรู้จักต้นปูเล่ไหมครับ เห็นหัวข้อเรื่องนี้แล้ว คงสงสัยว่าเหตุใดผู้เขียนจึงคิดถึงต้นปูเล่...

ท่านที่ไม่รู้จักต้นปูเล่ ก็ขอเรียนว่าต้นปูเล่ เป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับกะหล่ำ บางชนิดมีลักษณะคล้ายคะน้าหรือกะหล่ำ มีสีสันแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์

ลักษณะใบของปูเล่คล้ายกับใบคะน้าแต่มีขนาดใหญ่กว่า เรียงซ้อนกันเป็นวงกลม มองดูคล้ายดอกไม้ขนาดใหญ่ ดังนั้น นอกจากนำใบมาประกอบอาหารแล้ว หากปลูกในกระถางสวยๆ ยังนำมาใช้เป็นไม้ประดับได้อีกด้วย

 

ต้นปูเล่เป็นเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย โตเร็ว และปลูกได้ทั่วทุกภาคในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะปลูกในกระถาง ปลูกประมาณ ๔ เดือน ก็เก็บใบมาทำอาหารได้แล้ว

นำใบของต้นปูเล่ โดยตัดจากใบด้านล่างขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วปรุงเป็นอาหาร อาจรับประทานเป็นผักสดได้ เนื่องจากใบของต้นปูเล่ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวเหมือนคะน้า และรสชาติเหมือนคะน้าผสมกวางตุ้ง

ปลูกต้นปูเล่กระถางหนึ่งก็กินไปได้ยาวนานประมาณ ๒ ปี

การขยายพันธุ์ของต้นปูเล่อาจทำได้ด้วยวิธีการปักชำจากแขนงเล็กๆ ที่ปลิดใบล่างมากินนั่นแหละครับ สำหรับการผลิตเป็นจำนวนมากก็กระทำโดยการเพาะเนื้อเยื่อ

ตอนที่ผู้เขียนรับราชการอยู่ทราบว่ากรมส่งเสริมการการเกษตร ได้แจกจ่ายต้นปูเล่ต้นเล็กๆ ซึ่งได้จากการเพาะเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) แล้วให้ประชาชนนำไปปลูก

เมื่อได้นำเรื่องนี้เล่าให้คุณสายพิณ มณีศรี ภรรยาฟัง ตอนนั้นเธอเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) เธอสนใจมาก ความคิดบรรเจิดของเธอจึงเกิดขึ้น

คุณสายพิณทำหนังสือราชการขอต้นปูเล่จำนวนหนึ่ง เพียงพอที่จะให้ให้นักเรียนปลูกที่โรงเรียน คนละ ๑ ต้น ซึ่งขณะนั้นเรียนอยู่ที่อาคารชั่วคราวในบริเวณวัดไร่ขิง โดยคิดค่ากระถาง ดินและปุ๋ย คนละ ๒๐ บาท

 

การดำเนินการเช่นนี้ส่งผลให้นักเรียนได้ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันด้วย เพราะหากนักเรียนคนใดไม่มาโรงเรียนก็ฝากให้เพื่อนรดน้ำให้ เพราะต้นปูเล่ชอบน้ำหรือขาดน้ำไม่ได้

นอกจากนั้น ยังช่วยกันสังเกตว่าเหตุใดต้นไม้ที่ปลูกจึงไม่งอกงามเท่ากับของเพื่อน จึงเกิดการแนะนำและเรียนรู้เรื่องการใส่ปุ๋ยต้นไม้ไปด้วย

ในงานวันแม่ที่โรงเรียนจัดขึ้น ก็มีกิจกรรมประกวดต้นปูเล่ที่นักเรียนปลูก กรรมการก็จากคุณแม่ทุกคนที่ไปร่วมงานวันแม่ที่โรงเรียนนั่นแหละครับ แล้วก็มอบรางวัลกันตามระเบียบ

 

ในวันนั้น นักเรียนก็จะตัดใบปูเล่ใส่ถุงพลาสติกกลับบ้านไปทำอาหารให้แม่กิน ทราบมาว่าแม่ของนักเรียนบางคนถึงกับตื้นตันใจถึงกับน้ำตาไหลที่ได้กินผักที่ลูกของตนเองปลูก

หลังจากนั้น จึงมอบหมายให้ครูเกษตรกรรมสอนวิธีขยายพันธ์จากแขนงเล็กๆ ที่อยู่ติดกับใบล่างๆ นั่นแหละ ไม่นานนักต้นปูเล่ก็ระบาดไปทั่วครับ แน่นอน รวมทั้งที่บ้านของผู้เขียนด้วย ซึ่งก็ปลูกไว้หลายกระถางครับ

จะเห็นได้ว่าต้นปูเล่ตอบโจทย์ “เศรษฐกิจพอเพียง” ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องมีแปลงปลูก ปลูกในกระถางวางไว้บนคอนโดก็ได้ เก็บมากินเป็นอาหาร ประหยัดเงินได้มากมาย

แต่เสียดายที่ตอนนี้ทราบว่ากรมส่งเสริมการเกษตรไม่ทำแจกจ่ายประชาชนอีกแล้ว และไม่อาจหาต้นปูเล่ที่ไหนได้อีก นี่แหละครับ สาเหตุของการคิดถึงต้นปูเล่

ตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศไม่ค่อยดีนัก กรมส่งเสริมการเกษตรช่วยหน่อยได้ไหมครับ เพาะเนื้อเยื่อ แจกจ่ายประชาชนอีกครั้งเถิดครับ แจกครั้งหนึ่งก็เว้นได้หลายปี เพราะต้นจากการปลูกใหม่อยู่ได้ถึง ๒ ปี ส่วนแขนงนั้นก็อาจต่ออายุไปได้อีก แต่ไม่น่านานนัก

ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน และเป็นการสืบสานพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาใช้

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net