วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปิดตำนาน‘ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน’! // เปิดโฉมหน้ารัฐบาลใหม่!


สวัสดีครับ

         เมื่อเราหยิบน.ส.พ.ไทยรัฐขึ้นมาอ่าน หลังจากอ่านพาดหัวข่าวแล้วก็จะไปอ่านการ์ตูน 'ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน' เลยทีเดียว

ซึ่งเรารู้ว่าเป็นผลงานของ 'ชัย ราชวัตร' แต่หน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จนกระทั่งวันนี้มีข่าวว่า 'ชัย ราชวัตร' ชื่อจริง นายสมชัย กตัญญุ

ตานนท์ พร้อมทั้งมีรูปถ่ายด้วย ประกาศลาออกสิ้นเดือนนี้ จึงทำให้เราเพิ่งจะรู้จักหน้าค่าตาการ์ตูนนิสต์คนโปรดวันนี้เอง

         คืนนี้ 21.30 น. อย่าลืมดูทีวีออนไลน์ที่มีการถ่ายทอดฟุตบอลล์พรีเมียร์ลีกกันนะครับ โดยเฉพาะคู่ลิเวอร์พูล - วูล์ฟแทมตัน

ส่งท้ายเป็นแมตล่าสุดของปีนี้ 

 

ฟรีทีวี/ช่องข่าวทีวีดิจิตอล

 

 

 
 
 

ปิดตำนาน‘ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน’! ลาแล้วไทยรัฐ‘ชัย ราชวัตร’ยื่นลาออก

ปิดตำนาน‘ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน’! ลาแล้วไทยรัฐ‘ชัย ราชวัตร’ยื่นลาออก

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 12.33 น.

ปิดตำนาน‘ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน’! ลาแล้วไทยรัฐ‘ชัย ราชวัตร’ยื่นลาออก

12 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ชัย ราชวัตร” หรือนายสมชัย กตัญญุตานนท์ การ์ตูนนิสต์ชื่อดังวัย 77 ปี เจ้าของการ์ตูนหน้า 5 “ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน” ได้ยื่นใบลาออกถึงคณะผู้บริการกองบรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการปิดฉากการทำเป็นการ์ตูนนิสต์ นสพ.ไทยรัฐ ตั้งแต่ พ.ศ.2522 หรือนานถึง 40 ปี

สำหรับเหตุผลที่ลาออกอย่างกะทันหันนั้น ผู้ใกล้ชิดการ์ตูนนิสต์ดัง ระบุว่า อาจเป็นเพราะอายุมาก มีความเคร่งเครียดกับงานมาตลอดชีวิต คงต้องการพักผ่อนท่องเที่ยว โดยจะทำงานถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น

ล่าสุด “ชัย ราชวัตร” ยืนยันว่าได้ยื่นใบลาออกแล้ว ด้วยเหตุผลเรื่องอายุ และต้องการพักผ่อน โดยจะทำงานถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น ซึ่งทางผู้บริหารระดับสูงของ นสพ.ไทยรัฐ จะมีนัดเลี้ยงอำลาในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 นี้

“ชัย ราชวัตร” เป็นชาวอุบลราชธานี เกิดวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2484 เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จบการศึกษาด้านบัญชี และเคยเป็นพนักงานธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ชอบ ด้วยพรสวรรค์ด้านขีดเขียนจึงมาทำงานประจำที่ฝ่ายศิลป์ของหนังสือกีฬาเดอะเกม เขียนการ์ตูนเกี่ยวกับแวดวงการเมือง กระทั่งเกิดเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 เขามีรายชื่อเป็นฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลเผด็จการทหาร จึงตัดสินใจหลบหนีไปอาศัยอยู่ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา นาน 2 ปี เมื่อประเทศกลับสู่ภาวะปกติ จึงตัดสินใจเดินทางกลับ

ช่วงเดินทางกลับมาประเทศไทย “ชัย ราชวัตร” เริ่มงานกับ นสพ.เดลินิวส์ รุ่น “เปลว สีเงิน” หรือ โรจน์ งามแม้น เขียนการ์ตูน “งิ้วการเมือง” นานประมาณ 2-3 เดือน เมื่อ “โรจน์ งามแม้น” เกิดปัญหากับนายทุนจึงลาออกมาอยู่ นสพ.ไทยรัฐ ด้วยกันเมื่อ พ.ศ.2522 และเป็นกำเนิดการ์ตูนการเมือง “ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน” มีผู้ใหญ่มากับไอ้จ่อย เป็นตัวเอก ได้รับความนิยมอย่างสูงมาโดยตลอด

“ชัย ราชวัตร”นับเป็นการ์ตูนนิสต์ที่มีอิทธิพลต่อความคิดสูงที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย ผลงานที่เขาภาคภูมิใจในชีวิตคือมีโอกาสถวายงานใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ 9 เขียนการ์ตูนประกอบพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก และคุณทองแดงโดยเฉพาะคุณทองแดง จำหน่ายสูงสุดถึง 3 ล้านเล่ม

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Chai Rachawat

เปิดโฉมหน้า'รัฐบาลใหม่'!เสียงหนุน253เสียงส่ง'บิ๊กตู่'นั่งนายกฯรอบสอง

เปิดโฉมหน้า'รัฐบาลใหม่'!เสียงหนุน253เสียงส่ง'บิ๊กตู่'นั่งนายกฯรอบสอง

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 15.12 น.

เปิดโฉมหน้า"รัฐบาลใหม่" เสียงหนุน253เสียงส่ง"บิ๊กตู่"นั่งนายกฯรอบสอง ดีเดย์ต้นเดือนมิ.ย. "บิ๊กป้อม"จ่อวางมือการเมือง ลบภาพสืบทอดอำนาจ-ปัญหาสุขภาพไม่เอื้อบริหารบ้านเมือง

12 พ.ค.62 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ต้นเดือน มิ.ย.นี้ จะได้คณะรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีเสียงสนับสนุนในสภา 253 เสียง ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกสมัย นำโดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่ง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคฯ มั่นใจว่าพรรค พปชร.ที่มี 115 เสียง จะรวบรวมเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ได้เกิน 250 เสียง ทำให้มีความชอบธรรมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยมี พรรคภูมิใจไทย 51 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคพลังประชาชาติไทย 5 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 เสียง พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง พรรคประชาปฏิรูป 1 เสียง ยังไม่รวมพรรคขนาดเล็กอีก 11 พรรค พรรคละ 1 เสียง และจากพรรคประชาธิปัตย์ อีก 52 เสียง ที่จะชัดเจนหลังวันที่ 15 พ.ค.ที่จะเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มีมติหนุนพรรค พปชร.จะส่งผลให้พรรค พปชร.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้

สำหรับโควตาแกนนำพรรค พปชร.ได้จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจไว้ค่อนข้างลงตัวแล้ว โดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจในรัฐบาล อาทิ กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม (ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง) อุตสาหกรรม การส่งออก โดยวางตัว นายอุตตม สาวนายน เป็นรมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค อาจจะเป็น รมว.คมนาคม

ขณะที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล แต่ปรับเปลี่ยนให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มาเป็นรมว.กลาโหม แทน เพื่อลบภาพของการสืบทอดอำนาจ จากกรณีการสรรหา 250 ส.ว.ทำให้ พล.อ.ประวิตร กลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล และปมนาฬิกาหรู รวมทั้งปัญหาเรื่องสุขภาพที่อาจทำให้ต้องวางมือการเมือง

ขณะที่โควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะได้รับการจัดสรรพรรคละ 6 - 7 เก้าอี้ ในกระทรวงหลัก โดยพรรคประชาธิปัตย์ ขอโควตากระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาราคาผลปาล์มดิบและยางพารา ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ต้องการดึงคะแนนเสียงในพื้นที่ภาคใต้กลับคืนมา

ส่วนพรรคภูมิใจไทย มี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรค กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ซึ่งนายเนวิน ต้องการโควตา รมว.มหาดไทย ถ้าหารือลงตัวจะได้เก้าอี้ รมช.มหาดไทย มาด้วย ขณะที่ นายอนุทิน ขอดูกระทรวงคมนาคม แต่เกรงว่าถูกมองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ และได้รับสัมปทานจากรัฐหลายโครงการ จึงลงตัวที่ตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสาธารณสุขด้วย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายกัญชา

ขณะเดียวกัน พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และพรรคชาติพัฒนา ที่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ได้ข้อสรุปลงตัวโควตากระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา คาดว่าจะได้คุม 2 กระทรวง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่ง น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และนายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี

ปชป.ย้ำรอกก.บห.ชุดใหม่ฟันธงร่วมรบ.ขั้วไหน มั่นใจไร้‘งูเห่า’

ปชป.ย้ำรอกก.บห.ชุดใหม่ฟันธงร่วมรบ.ขั้วไหน มั่นใจไร้‘งูเห่า’

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 12.59 น.

ปชป.ย้ำรอกก.บห.ชุดใหม่ฟันธงร่วมรบ.ขั้วไหน มั่นใจไร้‘งูเห่า’

12 พ.ค.62 ที่รัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัว ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถึงกระแสข่าวการจับขั้วพรรคการเมืองที่ 3 เพื่อตั้งรัฐบาล ว่า เป็นแค่ข่าวลือ แต่ในความเป็นจริงในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ต้องรอมติที่ประชุมร่วมระหว่างส.ส.และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะได้ในวันที่ 15 พ.ค.62 นี้ โดยจะมีความชัดเจนมากขึ้น ถึงทิศทางของพรรคว่าจะดำเนินการทางการเมืองในรูปแบบใดต่อไป ขณะนี้จึงยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะร่วมกับซีกไหนทั้งสิ้น ต้องรอมติจากที่ประชุมพรรคเป็นหลัก 

เมื่อถามว่า กระแสข่าวดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้หลายทาง เพราะความเห็นของสมาชิกพรรคมีหลากหลาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ความเห็นที่หลากหลายเหล่านี้จะยุติเมื่อมีมติจากที่ประชุมร่วมเพื่อเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่สมาชิกพรรค มีความเห็นต่างจากมติพรรคหรือมีงูเห่าเกิดขึ้นนั้น นายองอาจ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มี เมื่อพรรคมีมติอย่างไร สมาชิกก็ต้องดำเนินการตามมติ ส่วนขณะนี้มีหลายพรรคประสานมาพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์แล้วหรือไม่นั้น หากมีการพูดคุย ก็เป็นการพูดคุยส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรคและไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการก็ต่อเมื่อมีหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

ส่วนกระแสข่าวที่พรรคอนาคตใหม่จะชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายองอาจ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเพียงข้อเสนอที่เห็นผ่านสื่อเท่านั้น ส่วนข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้พรรคเอนเอียงได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วม ส.ส.ของพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร โดยเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีข้อเสนออีกจำนวนมาก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาชั่งใจว่าอะไรเกิดประโยชน์สูงสุด 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ของพรรคหลายคน แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นการปิดประตูตายในการไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่นั้น นายองอาจ กล่าวว่า ขอย้ำว่าทุกอย่างยึดมติจากที่ประชุมร่วมเป็นหลัก

 

อย่าฝันหวาน! 'สุวินัย'เตือน'กัญชา'ล้นตลาด-ราคาตกวูบ สัญญาณเตือนคนไทยหวังรวย

อย่าฝันหวาน! 'สุวินัย'เตือน'กัญชา'ล้นตลาด-ราคาตกวูบ สัญญาณเตือนคนไทยหวังรวย

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 16.57 น.
 

12 พ.ค.62 นายสุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Suvinai Pornavalai" ระบุว่า #กัญชาล้นตลาดอเมริกา สัญญาณเตือนคนไทยหวังรวย

ในยุคกัญชาฟีเวอร์ คนไทยกลุ่มหนึ่งฝันหวานจะปลูกกัญชาส่งนอก โกยเงินมากกว่าข้าว แต่ตอนนี้ ตลาดที่วาดหวังกำลังมีปัญหากัญชาล้น ราคาตกวูบ

ในแคนาดาที่ทั้งประเทศ 10 มณฑล ขณะนี้กำลังปวดหัวกับปัญหากัญชาล้นตลาด ขณะที่สหรัฐอเมริกาที่เปิดให้กัญชาถูกกฎหมาย 33 รัฐล่าสุด ขณะนี้ปัญหากัญชาล้นตลาดกำลังขยายตัวเช่นกัน

จากรัฐโอเรกอนที่ผลิตเกินความต้องการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ขยายไปโคโลราโดและแคลิฟอร์เนียแล้ว

บรรดาเกษตรกรที่ได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชา พากันเรียกร้องให้รัฐบาลประจำรัฐของพวกเขา ยุติการออกใบอนุญาตปลูกกัญชารายใหม่ และงดต่อใบอนุญาตสำหรับผู้ปลูกรายเก่าที่ขาดคุณสมบัติ

กัญชาเป็นอุตสาหกรรมมูลค่ามหาศาลที่มีอัตราเติบโตเร็วรุดที่สุดในสหรัฐขณะนี้

บริษัทผลิตกัญชาครบวงจรกลายเป็นบริษัทมหาชน เป็นหุ้นตัวหนัก ( weighted stock)

เฉพาะ 13 รายใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นหลักของวอลสตรีท 3 มาร์เก็ตแคปรวมกว่า 16.9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 524,000 ล้านบาท)

คนไทยใจกัญชาได้ยินข่าวนี้แล้ว ย่อมจะหูผึ่งเอาไปฝันหวาน ว่าถ้าคนไทยปลูกกัญชาได้เสรี จะสามารถส่งออกไปขายตลาดเหล่านี้ โกยเงินเข้าประเทศมากกว่าสินค้าส่งออกทุกประเภทรวมกัน

นักการเมืองบางคนก็สร้างฝันต่อยอดให้อีกว่า จะสนับสนุนการปลูกจนกัญชาแทนที่ข้าวในฐานะสินค้าเกษตรส่งออกอันดับ 1 ของไทยซึ่งเป็นผู้ครองตลาดข้าวโลกอยู่ในขณะนี้

แต่ความเป็นจริงที่ยังมองข้ามกันอยู่ก็คือ ตลาดที่ไทยฝันว่าจะส่งกัญชาไปขายนั้น ไม่ใช่จะไปกันได้ง่ายๆ

ลาวที่เรามักจะอ้างอิงเสมอว่าปลูกกัญชาเสรีทำเงินกันเป็นกอบเป็นกำจากการส่งออกนััน แท้จริงแล้ว คือตลาดประเทศไทย บช.ปส.จับได้แทบจะเดือนเว้นเดือน ครั้งละ เป็นตันๆ

ส่วนที่อ้างว่าส่งไปอเมริกานั้น ตอนนี้ถูกตีกลับแล้ว ด้วยเหตุผลว่า กัญชาลาวปนเปื้อนสารเคมีอันตราย โดยเฉพาะยาฆ่าหญ้า รวมทั้งมีสารโลหะหนัก

ทั้งนี้เพราะกัญชาพันธุ์พื้นเมืองในย่านนี้ ไม่ว่าจะพันธุ์หางกระรอกของไทย หรือของลาว เวียดนาม เมียนมาร์ ล้วนเป็นพืชที่ดูดซึมโลหะหนักจากดินได้เก่ง โดยเฉพาะสารตะกั่ว

แต่ที่ส่งออกไปญี่ปุ่นได้นั้น เป็นพันธุ์ที่นักลงทุนญี่ปุ่นนำมาให้เกษตรกรลาวปลูกและควบคุมการปลูก เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีตามต้องการ

คือไม่มีสารปนเปื้อน ดอกให้น้ำมันกัญชาที่มีสารสำคัญที่ใช้ทางการแพทย์ได้สูง คือสาร CBD กับ THC

เช่นเดียวกันกับสหรัฐและแคนาดา ที่ใช้กัญชาพันธุ์ผสมใหม่ (hybrid) ที่ให้สารสกัดที่ต้องการได้สูง ( high yielding )

กัญชาพันธุ์ผสมใหม่แม้จะปลูกได้ในประเทศเขตอบอุ่น แต่ก็ต้องปลูกในสภาพแวดล้อมที่ปกปิด มิให้เชื้อราเข้าไปสิงสู่ได้

เพราะแม้จะให้สารสำคัญสูง ทว่าก็อ่อนแอ เพราะเกิดจากการผสมพันธุ์ใหม่ ย่อมจะไม่แข็งแรง ทนโรค ทนรา ทนสภาพแวดล้อมเลวร้ายได้เท่าพันธุ์พื้นเมือง

สายพันธุ์ (strains) ที่ให้สารสกัด CBD กับ THC สูงสุด 5 สายพันธุ์ได้แก่

1..สายพันธุ์ ACDC (The Marijuana Strain That Leaves You Feeling Thunderstruck)

สายพันธุ์นี้เป็นการผสม 50-50 ระหว่างสายพันธุ์ที่ให้ CBD สูงถึง 20% และสายพันธุ์ที่ให้ THC สูง 6% เหมาะแก่การใช้ทางการแพทย์และสันทนาการ ต้นทุนผลิตสารสกัดต่ำ เนื่องจากยีลดิ้งสารสำคัญสูง

2 .พันธุ์ Charlotte’s Web (The World’s Most Famous Marijuana Strain)

สายพันธุ์นี้ ให้ CBD 20% แต่ให้ THC ซึ่งทำให้เมา (แบบกัญชาๆ) น้อยมาก เหมาะสำหรับทำยารักษาโรคเกี่ยวกับสมอง เช่นลมบ้าหมู (ลมชัก) พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ สมองเสื่อม มะเร็ง ฯลฯและใช้ผสมในอาหาร ขนมหวาน เครื่องดื่ม ผู้ที่แพ้สารเมาเบื่อสามารถบริโภคได้

3 – Ringo’s Gift (The Marijuana Strain That Has Nothing to do With Ringo Starr!)

สายพันธุ์นี้ ตั้งตามชื่อริงโก้ สตาร์ดาราเพลงป๊อปยอดฮิตยุค '80 ให้ CBD 20% เช่นกัน แต่ THC สูงขึ้น คือ 1% ใช้เสพแบบสูบแล้วครื้นเครง เพราะมี THC สูง เหมาะแก่การใช้เป็น recreational marijuana กัญชาสันทนาการ

4 – Harle-Tsu (The Painkilling Marijuana Strain)

พันธุ์นี้เน้นแก้อาการปวด (painkiller) ให้ CBD ถึง 22% THC 1% แม้จะมีปริมาณสาร THC สูง แต่รสชาติกลับนิ่มนวล หอมละมุน เหมาะแก่การใช้ทั้งด้านการแพทย์และด้านสันทนาการ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังสำหรับการใช้ทางการแพทย์ เพราะ CBD เข้มข้น ต้องกำหนด dose ให้พอเหมาะ

5 – Harlequin (The Unique Hybrid Marijuana Strain)

พันธุ์์นี้เป็นการผสมกันระหว่างพันธุ์ที่ให้ CBD กับ THC ในสัดส่วน 5-2 ทำให้ให้ CBD 10% และ THC 4% เหมาะสำหรับการใช้เพื่อความบันเทิงเริงรมย์ ครื้นเครงกระฉับกระเฉง

พันธุ์กัญชาเหล่านี้ หากนำมาปลูกบ้านเรา อย่างที่สายการแพทย์แผนปัจจุบันกำลังทำกันอยู่ จะต้องลงทุนสูง ทั้งด้านโรงเรือน ด้านอุณหภูมิ ด้านแสง ด้านดิน ด้านปุ๋ยฯลฯ

ส่วนกัญชาพื้นเมืองของเรา ใช้สูบ ใช้เข้าตำรับยา 16 ขนานตามที่ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประกาศไปแล้วจะเหมาะกว่า

และหากใช้ทำน้ำมันกัญชารักษามะเร็งได้ ก็ต้องศึกษากันด้านผลภายหลังการรักษาที่มีระยะเวลาความปลอดภัย ( duration of toxicity studies)ถึง 5 ปีกันต่อไป

เพราะมนุษย์แต่ละคนมีธาตุเจ้าเรือนต่างกัน มีกรุ๊ปเลือดต่างกัน ยาตัวเดียวกัน ตำรับเดียวกัน รักษาคนหนึ่งหาย แต่คนอื่นๆอาจจะไม่หาย

ตามที่ปรมาจารย์แพทย์ท่านว่า ลางเนื้อ ชอบลางยา นั้นแล

 
 
 

‘อนาคตใหม่’ ยกทีมรายงานตัวส.ส.พรุ่งนี้แต่งกายตามเพศวิถี

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.12 น.

12 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค, นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค,พร้อมด้วย ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 80 คน จะเดินทางเข้ายื่นเอกสารรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และหลังเข้ารายงานตัว ส.ส.ที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์,นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์,นายณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ และน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ เป็นต้น จะเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานเลขาธิการสภาให้พิจารณาอนุญาตให้สามารถแต่งกายตามเพศวิถีได้ พรุ่งนี้ อนค. ยกทีมรายงานตัว พ่วงเรียกร้องขอให้แต่งกายตามเพศวิถี

 

ลิเวอร์พูล-แมนฯซิตี้  คู่ตุนาหงันที่ต่างสุดขั้ว

ลิเวอร์พูล-แมนฯซิตี้ คู่ตุนาหงันที่ต่างสุดขั้ว

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 

ฟุตบอลอังกฤษปีนี้มีอะไรให้พูดถึงมากมาย

ที่สุดแล้วจะเป็นครั้งแรกที่ “แชมป์” กับ “รองแชมป์” มีแต้มทะลุมาเกินกว่า 90 คะแนน

หากเป็นซีซั่นอื่นๆ ทีมที่มีแต้มขนาดนี้คงเป็นแชมป์ไปแล้ว แต่ปีนี้ม้าวิ่งมาสองตัว ควบมาได้พอกัน วิ่งแซงกันไปมาจนกระทั่งวันสุดท้าย

การชิงชัยของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ผู้ท้าชิง เปรียบได้กับการ “ยิงจุดโทษ” ผลัดกันยิงผลัดกันเฮจนถึงนัดสุดท้าย

ถือเป็นการต่อกรที่สมศักดิ์ศรีอย่างที่สุด

เพราะนับตามหลักวงล้อคะแนน ลิเวอร์พูล ทำได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ส่วน แมนฯซิตี้ แต้มน้อยกว่าปีก่อนที่ทำไปถึง 100 แต้ม แต่ขนาดนี้ก็สุดๆแล้ว

นับเป็นการต่อกรที่สูสีสุดๆ ท่ามกลางการทำงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงของผู้บริหาร แม้ว่าสองกุนซือทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และเจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นคนที่มี “สไตล์ที่ชัดเจน”

แต่ที่ต่างนั่นคือวิธีการทำงาน และเม็ดเงินของสโมสรในการ “ลงทุน” กับการ “คืนทุน”

เป๊ป เซ็นสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 เข้ามาทำงานเดือนกรกฎาคม ล้มคว่ำไม่เป็นท่าในปีแรก แต่พอขึ้นปี 2 ก็โชว์โหดครองแชมป์พรีเมียร์ลีก และลีกคัพ

ปีแรกลงทุน 172 ล้านปอนด์ ซื้อ อิลคาย กุนโดกัน, ลีรอย ซาเน่, จอห์น สโตนส์, เคลาดิโอ บราโว่, โนลิโต้, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชงโก้, และกาเบรียล เฮซุส

ปีที่สองลงทุน 267.35 ล้านปอนด์ ซ่อมหลังทั้งกระบิ ซื้อโกล์อย่าง เอแดร์ซอน ซื้อกองหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์, เบนฌาแม็ง เมนดี้, ดานิโล่ และอายเมริค ลาปอร์ต รวมถึงตัวรุกอย่าง แบร์นาโด ซิลวา พร้อมกวาดนักบอลเด็กมาหลายคน

กระทั่งปีนี้ ใช้เงินไป 63 ล้านปอนด์ โดยเฉพาะ ริยาด มาห์เรซ เพียงแต่ปีนี้ปล่อยนักบอลไปได้ 70 ล้านปอนด์

ประเด็นเรื่องการ “ใช้เงินเยอะมาก” ถูกพูดถึงแบบไม่ต้องมาเถียงกันให้เสียเวลา

มันชัดเจนมากๆ

ขณะที่อีกฟากฝั่ง 8 ตุลาคม เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาแอนฟิลด์ แทนที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แต่เขาเสริมนักเตะได้แค่คนเดียวคือ มาร์โก้ กรูยิช 5 ล้านปอนด์ เพราะก่อนหน้านี้ 73 ล้านปอนด์โดน ร็อดเจอร์ส ถลุงไปแล้ว แต่เข้าชิงถึง 2 รายการแต่เป็นพระรองคือ ยูโรป้า กับ ลีกคัพ

เริ่มต้นการทำงานแบบเต็มปี 2016-17 ใช้เงิน 61.9 ล้านปอนด์ เสริมทัพได้ 4 คนจากบุนเดสลีกา โฌแอล มาติ๊ป, ลอริส คาริอุส, รักนาร์ คลาวาน และอเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ ราคาไปหนักที่ ซาอิโอ มาเน่ กับ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม

ปี 2017-18 ใช้งบ 150 ล้านปอนด์ ได้ตัวของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค

ปีล่าสุดใช้ไป 160 ล้านปอนด์ แลกตัวของ อลิสซอน เบ๊คเกอร์, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า และเซอร์ดาน ชากิรี่

อย่างไรก็ตาม เป๊ป กับ คล็อปป์ ไม่เหมือนกันตรงที่ เป๊ป ซื้อได้ไม่ต้องขายใคร ไม่เดือดร้อน

แต่ คล็อปป์ ร่วมรับผิดชอบต้องบริหารการเงินเมื่อซื้อใครก็ต้องขายคนอื่นด้วย

ชัดเจนคือปี 2018 ต้องเสีย คูตินโญ่ แลกเงินมาได้ 105 ล้านปอนด์บวก รวมขายคนอื่นได้ไปเกือบ 140 ล้านปอนด์ ส่วนปีนี้ก็ต้องขายและปล่อยยืมแบบได้เงินรวม 40 ล้านปอนด์ หากย้อนกลับไปปีแรก คล็อปป์ ขายนักบอลรวม 77 ล้านปอนด์

บัญชีตัวเขียนโด่เด่ขึ้นมา

เป๊ป มีนักเตะกองอยู่ก่อนหน้านี้ที่ซื้อมาใช้ได้เลยนับ 10 คน ส่วน คล็อปป์ ต้องมารื้อใหม่แทบยกกระบิ จนเพิ่งได้ทีมของตัวเองแท้ๆ ก็ซีซั่นนี้

นั่นคือความแตกต่างของการทำทีม แน่นอนว่า “เงิน” ใครก็ใช้ แต่ถามว่าใช้ยังไงนี่คือประเด็น

เจ้าของทีมมีการทำงานที่แตกต่าง แมนฯซิตี้ โมเดลคือ “เงินใช้ผีโม่แป้ง” ขณะที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถใช้เงินมหาศาลได้ จอห์น เฮนรี่ ทำทีมแบบเยือกเย็น เขาไม่ใช่เศรษฐีระดับเงินถลุงเพราะมีเป็นถุงเป็นถัง

ดังนั้น แมนฯซิตี้ ได้แชมป์คือวัฒนธรรมของฟุตบอลยุคใหม่ แต่ถ้าเป็น ลิเวอร์พูล ได้แชมป์คือวัฒนธรรมของฟุตบอลยุคเก่า

เปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ ตึกใหม่ทันสมัยสวยงาม กับอาคารอนุรักษ์ที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม

ระยะเวลาการเข้ามาถือบังเหียนของ ชีค มาห์นซู ถึงเวลานี้ 11 ปี สิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ต่างจาก “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช ของเชลซี นั่นคือ ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ต้องรออีกอย่างน้อย 1 ปี

ชีค จ่ายแหลกเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จขั้นสูงสุด แต่ยังไปไม่ถึง แม้กระทั่งรอบตัดเชือก แต่สิ่งที่เขามีโอกาสได้เห็นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังจะเป็นทีมแรกของอังกฤษที่กวาดแชมป์ทั้ง 3 รายการในซีซั่นเดียว

ลีกคัพ ได้มาแล้ว และลบอาถรรพ์ด้วยการป้องกันแชมป์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก หากเขาชนะ ไบรท์ตัน ทุกอย่างจบ ได้ถ้วยพรีเมียร์ลีก เป็นใบที่สอง และมันจะจบลงอย่างสมบูรณ์หากปราบ วัตฟอร์ด ในนัดชิงเอฟเอ คัพ สัปดาห์หน้า

หากแต่ว่า ใครหนอที่เขียนบทกำหนดให้มาลุ้นจนถึงวันสุดท้าย

ซิตี้ ต้องลุ้นกับทีมที่เปี่ยมไปด้วย “ศรัทธา” และ “ความหวัง” รวมถึง “การหนุนหลัง”จากกองเชียร์ที่โหยหาความสำเร็จถ้วยใบนี้มานานถึง 29 ปี เพื่อแชมป์สมัยที่ 19 และเป็นหนแรกในยุคพรีเมียร์ลีก

ว่ากันเรื่องเหตุผลฟุตบอล มองยังไงก็ไม่มีมุมไหนที่ แมนฯซิตี้ จะไม่ชนะไบรท์ตัน เพราะเหนือกว่าทุกกระบวนท่า จะมีเรื่องเดียวที่พวกเขาจะทำไม่ได้ก็คือ สิ่งที่เหนือกว่าคำว่าเหตุผลก็คงจะ “ไม่ใช่”

มันอยู่ที่ว่า เป๊ป ที่ออกอาการซีเรียสอยู่ตลอด และดูเหมือนจะ “กดดันกว่า” ลิเวอร์พูล จะวางแผนผิดคิดเตลิดไปเอง

ทุกอย่างอยู่ในมือพวกเขากับการลุ้นแชมป์ตอนนี้ที่ดีกว่า 1 แต้ม ถามว่า “ใครจะได้แชมป์” ต้องถามกลับไปว่า “คุณเชื่ออะไรมากกว่ากัน”

ระหว่าง “เหตุผลของฟุตบอล” กับ “สิ่งที่มีมากกว่าคำว่าเหตุผล”!!!

บี แหลมสิงห์

..................................................

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net