วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พบตำราปืนใหญ่โบราณ พิมพ์ร่วมร้อยปีมาแล้ว น่าสนใจน่าอนุรักษ์ไว้ไม่น้อย !!


พบตำราปืนใหญ่โบราณ พิมพ์ร่วมร้อยปีมาแล้ว
 
น่าสนใจน่าอนุรักษ์ไว้ไม่น้อย !!
 
 
 
 
 
ปืนใหญ่ได้นำมาใช้ในประเทศไทยเป็นเวลาช้านานแล้ว

หนังสือวิวัฒนาการแห่งศัสตราวุธในกองทัพบกไทยว่า
 
มีการใช้ปืนใหญ่สมัยสุโขทัย ชวาเก็บปืนใหญ่ไทย
 
จำนวน 2 กระบอกจากการรบกับพวกมัชฌปาหิตในสงคราม
 
ตีเมืองชวาประมาณ พ.ศ. 1857
 
 
และมีบันทึกในพระราชพงศาวดารว่า ในสมัยสมเด็จพระราเมศวร

กองทัพอยุธยาใช้ปืนใหญ่ยิงกำแพงเมืองเชียงใหม่พังไป 5 วา
 
 
กฎหมายสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก็กล่าวถึงหน่วยทหาร
 
ปืนใหญ่เช่นกัน
 
 
อนึ่ง หลังจากที่โปรตุเกสเดินทางเข้ามาถึงกรุงศรีอยุธยาในสมัย

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ก็เริ่มมีการซื้อปืนใหญ่ของโปรตุเกส
 
เข้ามาประจำการในกองทัพกรุงศรีอยุธยา
 
 
อย่างไรก็ตาม การหล่อปืนใหญ่ของของอยุธยานั้นมีคุณภาพดี
 
เป็นที่เลื่องลือมาก โชกุนโทะกุงะวะ อิเอะยะสุ เคยส่งสารมาทูลขอ

พระราชทานปืนใหญ่และไม้หอมจากสมเด็จพระเอกาทศรถ
 
 
นอกจากนี้ ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระองค์ทรงส่ง

ปืนใหญ่ 2 กระบอก ที่ผลิตในอยุธยาไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

และได้มีบันทึกต่อมาว่า ปืนสองกระบอกนี้เองใช้ยิงทลายประตูคุก

บาสตีย์ ปัจจุบัน ปืนคู่นี้ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ทหารบกฝรั่งเศส
 
 
 
(ในภาพด้านขวาล่าง จะเห็นปืนใหญ่
 
2 กระบอก)
 
 
 
 

 
ข้อความข้างต้นแสดงว่า ไทยได้นำปืนใหญ่โบราณมาใช้ในการสงคราม

ป้องกันเอกราชมานานมากทีเดียว ตั้งแต่สมัยสุโขทัยมา  แต่ไม่เคย

ปรากฏว่าได้พบตำราปืนใหญ่โบราณ สอนในการทำปืนใหญ่ หรือ

สอนทหารยิงปืนใหญ่เลย  เพิ่งมาพบพิมพ์หนังสือตำราปืนใหญ่โบราณ

ที่บรรดาทหารปืนใหญ่ของกองทัพบกไทย ได้จัดพิมพ์ขึ้น เพื่อใคร่จะ

ประกอบการกุศลให้แก่วีรชน ในการพระราชทานเพลิงศพวีรชนผู้พลีชีพ

เพื่อชาติ ขณะทำการปราบกบฏ เมื่อเดือนตุลาคม 2476  ณ เมรุท้อง

สนามหลวง  ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2476 (น่าจะเป็น 2477

มากกว่า)
 
 

สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2476 เมื่อมีบุคคล
 
คณะหนึ่งที่ประกอบด้วยทหารและพลเรือน เรียกตัวเองว่า
 
“คณะกู้บ้านเมือง” มี นายพลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
 
เป็นผู้นำ ได้นำทหารจำนวนมากจากหัวเมือง ทั้งจากอุบลราชธานี
 
นครราชสีมา สระบุรี อยุธยา นครสวรรค์ พิษณุโลก ปราจีนบุรี ราชบุรี
 
และเพชรบุรี มายึดบริเวณดอนเมือง เพื่อบีบบังคับให้รัฐบาล
 
พระยาพหลพลพยุหเสนาลาออกหรือปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของ
 
คณะกู้บ้านเมือง  
 
 
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปเจรจากับคณะกู้บ้านเมืองให้ล้มเลิก
 
ความคิดล้มล้างรัฐบาล และถอนทหารกลับสู่ที่ตั้งแต่กลับไม่เป็นผล
 
ดังนั้น พระยาพหลฯ จึงตั้งให้หลวงพิบูลสงครามเป็นแม่ทัพคุมกำลัง
 
ทหารออกปราบปรามฝ่ายคณะกู้บ้านเมือง โดยมีการปะทะกันที่บางเขน
 
ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2476 ฝ่ายคณะ
 
กู้บ้านเมืองได้พ่ายแพ้
 
 
 
พระองค์เจ้าบวรเดชทรงลี้ภัยไปอินโดจีน แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาล

ได้สูญเสียทหารและตำรวจจำนวน 17 นาย ในการปกป้องระบอบ
 
รัฐธรรมนูญครั้งนี้
 
 
 
อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ ณ วงเวียนหลักสี่

จุดตัดระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนแจ้งวัฒนะและถนนรามอินทรา
 
ตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
 
 
อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญจัดสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ความขัดแย้ง

ทางการเมืองการปราบกบฏบวรเดช โดยมีการบรรจุอัฐิทหารและตำรวจ
 
ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ภายในรวม 17 นาย จึงมีชื่อเรียกอื่นๆ
 
ด้แก่ อนุสาวรีย์ปราบกบฏ อนุสาวรีย์ 17 ทหารและตำรวจ อนุสาวรีย์หลักสี่
 
หรือนุสาวรีย์หลวงอำนวยสงคราม
 
 
อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญได้รับการออกแบบโดยหลวงนฤมิตรเลขการ
 
 
อาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดยยึดหลักทางการเมือง
 
ของรัฐบาล 5 ประการ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กองทัพ และ
 
รัฐธรรมนูญ การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2479 มีการทำพิธีเปิดใน
 
วันที่ 15 ตุลาคม ปีเดียวกัน โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์
 
ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จ
 
พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2479
 
 
 
หนังสือตำราปืนใหญ่โบราณเล่มนี้  ได้ให้จัดพิมพ์ขึ้นโดยโรงพิมพ์พระจันทร์

ท่าพระจันทร์ พระนคร เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2476

นับถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลานานถึง 85 ปีมาแล้ว  นำมาจากหนังสือของ

หอสมุดสำหรับพระนคร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
ได้ทรงแปลไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2384 เพื่อใช้ฝึกทหารเกณฑ์หัดไว้สำรอง
 
ราชการ อันจะได้ส่งเข้าประจำปืนเมื่อมีราชการสงคราม
 
 
 
 
 
 
 
คำนำและสารบัญของตำราปืนใหญ่โบราณ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

***
อ้างอิงข้อมูล :

"ปืนใหญ่" ในวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

https://th.wikipedia.org/wiki/ปืนใหญ่
 
 
ขอขอบคุณ
 
 
 
ภาพประกอบ :


"เหรียญปราบกบฏ และหนังสือแจกในวันเปิดอนุสาวรีย์"
 
จากห้องวิจัยประวัติศาสตร์
 
 
 

โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net