วันที่ พุธ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอบ! พี่ศรี กรณีรถหุ้มเกราะล้อยาง M1126 Strykers จากสหรัฐฯ


คุณศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญได้ ออกแถลงการระบุว่า  ตามที่ปรากฎมีรายงานว่า กองทัพบกได้อนุมัติจัดหารถเกราะล้อยาง M1126 STRYKER จากอัตราสำรองคลังของกองทัพสหรัฐอเมริกาจำนวน 37 คัน (แถม 23 คัน) มูลค่าประมาณคันละ 80 ล้านบาท โดยใช้งบทั้งสิ้นประมาณ 2,960 ล้านบาท เพื่อบรรจุในกองพลทหารราบที่ 11 จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามแผนการเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยทหารราบ พร้อมยังจะนำเข้าประจำการในหน่วยทหารหน่วยอื่นอีกด้วย ความดังทราบแล้วนั้น

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ตรวจสอบราคาที่มีการโฆษณาซื้อขายกันผ่านเวปไซต์ที่เป็นแหล่งข้อมูลด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการซื้อขายกันโดยทั่วไป พบว่าราคาของรถเกราะล้อยาง M1126 STRYKER ถูกกำหนดราคาไว้ที่ 1,411,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 47 ล้านบาทต่อคันเท่านั้น และรถเกราะล้อยางรุ่นดังกล่าวไม่ได้เป็นรถรุ่นใหม่แต่อย่างใด มีการผลิตและนำมาใช้ประจำการมาแล้วเกือบ 20 ปี และการที่กองทับพกไทยอนุมัติซื้อมานั้นเป็นรถที่อยู่ในคลังสำรองของกองทัพสหรัฐ หมายถึงเป็นรถมือสองใช่หรือไม่ ? แต่อาจจะนำไปพ่นสีให้ดูใหม่ขึ้น เปลี่ยนอะไหล่เล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำให้ดูดีมีราคาขึ้นมาใช่หรือไม่ ? (Refurbishment) 

ดังนั้น จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมราคารถดังกล่าวที่กองทัพบกอนุมัติซื้อหามา จึงมีราคาที่แพงกว่าปกติทั่วไป และต่อให้ราคาจะขึ้นมาตามภาวะตลาดก็ไม่น่าจะแพงถึงขนาดนี้ คำถามก็คือ กองทัพบกไทยจัดซื้อ รถเกราะล้อยาง M1126 STRYKER มาในราคาประมาณ 80 ล้านบาทต่อคันในขณะที่ราคาขายรถมือใหม่อยู่ที่ 47 ล้านบาทต่อคัน หากซื้อมา 37 คัน จะเกิดส่วนต่างประมาณ 1,220 ล้านบาทนั้นจริงหรือไม่ ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีทั่วไปคงต้องการที่จะได้รับคำตอบหรือคำชี้แจงจากกองทัพบกในเรื่องดังกล่าว หากกองทัพบกยังยึดมั่นในคำว่า “มีธรรมาภิบาล” ที่แท้จริง และหากเรื่องดังกล่าวไม่มีคำตอบที่ชัดแจ้งสมาคมฯจะนำความไปร้องให้ สตง. และ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไป

FB SMART Soldiers Strong ARMY ซึ่งเผยแพร่เรื่องราวข้อมูลของกองทัพบกไทยได้มีคำชี้แจงดังนี้

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

รถเกราะล้อยาง 8X8 M1126 STRYKER เป็นรถ “Refurbish” คือ set zero ใหม่จากโรงงานทั้งหมด

จะเรียกว่ามือ2 ก็ไม่ใช่... 

เพราะถ้าเป็นยุทโธปกรณ์ที่สหรัฐเลิกใช้งานแล้วและขายให้ประเทศอื่นๆ เช่น เราซื้อ ถ. M60 มา เพราะสหรัฐ เลิกใช้เปลี่ยนมาเป็น M1(Abram) สหรัฐ ขายM60 ในสภาพ as is คือขายตามสภาพของแต่ละคันที่เป็นอยู่

แต่สำหรับStrykers เป็น รถที่ยังใช้ประจำการอยู่แต่ถูกส่งกลับไปที่โรงงานใหม่เพื่อเปลี่ยนทุกชิ้นส่วน Reset เครื่องยนต์ พ่นสี เปลี่ยนภายในคือการ “Refurbishment”
รถ Strykers เป็นรถที่ผลิตโดยบริษัท General Dynamics Land system ประเทศ Canada ถ้าเป็นรถใหม่จากโรงงาน คันละ 7-8 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่รวมอาวุธและระบบติดต่อสื่อสาร
แต่ครั้งนี้ ทบ.ไทย ซื้อต่อจาก ทบ. สหรัฐโดยตรงโดยความช่วยเหลือของ General B Brown ผบ. กองกำลังทางบกภาคพื้นแปซิฟิก สหรัฐ เป็นผู้ผลักดันและช่วยเหลือในการเจรจากับ ผบ.ทบ.สหรัฐ และ สภา Congress ให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยและความร่วมมือระหว่างกองทัพที่ขาดหายไปเป็น 10 ปี
และ ยังให้ กองร้อยทหารราบ พล.ร.9 เดินทางไปฝึกที่ฮาวายร่วมกับ กองร้อยทหารราบของ กองพลทหารราบที่ 25 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกใน ทบ. ที่มีกำลังระดับร้อย ร. เดินทางไปฝึกทั้งกองร้อย ในสัปดาห์หน้า
ในเดือนกันยายน กองร้อยนี้จะต้องเดินทางไปตรวจสอบ/ฝึกที่ Louisiana ร่วมกับ พล.ร. 25 ของสหรัฐ อีกด้วย...

สำหรับราคานั้น https://en.wikipedia.org/wiki/Stryker ระบุว่า ราคาเมื่อปี ค.ศ. 2012 คันละ 4.9ล้านเหรียญ (ราว155.33ล้านบาท) และปี ค.ศ. 2016 ราคา5.11ล้านเหรียญ (ราว161.987ล้านบาท) เมื่อติดอุปกรณ์เพิ่มความสามารถในการลอยน้ำ (Cost The unit cost to purchase the initial Stryker ICVs (without add-ons, including the slat armor) was US$3 million in April 2002. By May 2003, the regular production cost per vehicle was US$1.42 million. In February 2012, the cost had risen to US$4.9 million.) ราคา 1.42ล้านเหรียญเป็นราคารถเปล่าจากสายการผลิตเมื่อ ปี ค.ศ. 2003 แต่ราคารถที่ผลิตในปี. ค.ศ.2012 ขึ้นเป็น 4.9ล้านเหรียญ กองทัพบกไทยจ่ายเงิน 80ล้านเหรียญจะได้รับมอบรถหุ้มเกราะ Stryker พร้อมอุปกรณ์จำนวน 37+23 = 60 คัน 

 อุปกรณ์ประจำรถ อาทิ วิทยุ ปืน ฯลฯ ราคาอุปกรณ์ต่างต่างเหล่านี้บางครั้งสูงกว่าตัวรถเสียด้วยซ้ำไป

 

หลายหลายท่านไม่รู้และเข้าใจว่า

 

ทำไมกองทัพไทยจึงต้องจัดซื้อจัดหา

 

อาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ใหม่เข้าประจำการ

 

กองทัพไทยเคยได้รับความช่วยเหลือทางทหาร

 

จากรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่

 

สวครามโลกครั้งที่ 2 โดย เสรีไทย

 

ยุคช่วงสงครามเย็นจนกระทั่ง

 

สหรัฐฯ ถอนตัวจากอินโดจีน

 

กองทัพไทยสามเหล่าทัพต่างใช้

 

อาวุธยุทโธปกรณ์อเมริกันเกือบหมด

 

หลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังจากไทยในปี พ.ศ. 2519

 

ก็ลดทอนความช่วยเหลือทางทหารลง

 

กองทัพไทยจึงหันไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์

 

จากหลายหลายประเทศนอกกลุ่ม NATO

 

อาทิ จีน รัสเซีย กอปรกับอาวุธยุทโธปกรณ์

 

ที่ได้รับตามความช่วยเหลือทางทหารจาก

 

รัฐบาลสหรัฐฯ เสื่อมสภาพและล้าสมัย

 

ชนิดที่นายทหารสหรัฐฯ ที่มาร่วมซ้อมรบ

 

กับทหารไทยถึงกับออกปากว่า เคยเห็น

 

อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ในพิพิธภัณฑ์

 

ทุกวันนี้จะด้วยเหตุผลได้ก็ตาม

 

ประเทศรอบบ้านต่างก็แข่งขันกัน

 

สะสมอาวุธยุทโธปกรณ์

 

หากจะธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ

 

กองทัพไทยจึงต้องจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์

 

เพื่อให้กำลังรบมีความทัดเทียมประเทศโดยรอบ

 

อันจะเป็นหลักประกันที่สำคัญยิ่ง

 

ในการรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติตลอดไป

 

อย่าได้หลงคารมนักการเมืองปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

 

ซึ่งหากบ้านเมืองมีภัยที่เชื่อว่า

 

จะเป็นพวกแรกแรกที่เผ่นหนีอย่างแน่นอน 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ m113 ไทย

รสพ. M113 ประจำการนานกว่า 50 ปีแล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ m113 ไทย

รสพ. Type 85 ประจำการนานกว่า 30 ปีแล้ว

โดย สิงห์นอกระบบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net