วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Trainer Story Ep.13 : เดือนที่ยอดเยี่ยมที่สุด


#เดือนที่ยอดเยี่ยมที่สุด

(หา)เรื่องโดย โค้ชธนา

Trainer Story Ep.13

++++++++++++++

.

((( ปัญหา )))

“ทำไมเดือนนี้ยังทำงานไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้?”

แม้โค้ชอยากจะเริ่มต้นการทำประเมินด้วยประโยคนี้มากแค่ไหนก็ตาม แต่วิธีประเมินผลการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่เขาฝึกฝนมาทำให้เขาเริ่มต้นการสนทนาด้วยการชมเชยส่วนที่ผู้เรียนทำได้แทน

“เดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นเดือนที่สองของการฝึกทักษะการขาย คุณอัญ มีรายได้สูงขึ้นกว่าเดือนแรก ส่วนนี้ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆครับ”

.

มีกิจกรรมพื้นฐานในคลาสนักขายพันธุ์ X ที่โค้ชทำเป็นประจำนั่นคือ โทรศัพท์พูดคุยเพื่อประเมินผลการทำงานของผู้เรียนในคลาสเป็นรายบุคคล ซึ่งในคลาสนี้ เขาไม่ใช่แค่ฝึกสอนทักษะการขาย แต่ยังทำหน้าที่ไม่ต่างกับผู้นำทีมนักขายด้วย

อัญคือนักขายพันธุ์ X คนสุดท้ายจาก 15 คนที่ต้องถูกประเมินผลการทำงานในวันนี้

“ขอบคุณคะ โค้ช” เธอกล่าวขอบคุณตามมารยาทที่ดี แม้ใจลึกๆจะไม่พอใจกับผลงานของตนเองในเดือนนี้เท่าไหร่  “แต่หนูควรทำได้ดีกว่านี้”

.

“ใช่ครับ คุณอัญ ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ถ้าจะทำจริงๆ” น้ำเสียงเยียบเย็นสงบนิ่งยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็ง แต่ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกร้อนรุ่มราวกับความร้อนเดือนเมษายน ความสงบนิ่งเช่นนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของพายุทอร์นาโดที่กำลังจะตามมา เธอรู้ดี “ถึงแม้จะทำได้มากกว่าเดือนแรก แต่เดือนนี้ก็ยังเป็นอีกเดือนที่คุณยังไม่ประเมิน ทั้งในแง่ของวินัย (จำนวนวันที่ขายได้) และแง่ของผลงาน (จำนวนรายได้ที่ตั้งเป้าหมายไว้) พอใจกับผลลัพธ์การทำงานแบบนี้แล้วหรือครับ?”

“ไม่พอใจคะ” แม้จะไม่เห็นใบหน้า โค้ชก็สัมผัสได้ว่าลูกศิษย์กำลังก้มหน้าก้มตาซ่อนใบหน้าที่เหลืออยู่สองนิ้วของตัวเอง

.

บริษัทแทบจะทุกบริษัทสอนและจูงใจให้พนักงานของตนทำงานโดยโฟกัสที่ยอดขาย

แต่ในคลาสฝึกทักษะการขายนี้ โค้ชจะฝึกให้นักขายพันธุ์ X ของเขาวัดผลการทำงานจาก “รายได้” ที่เป็นกำไรสุทธิเท่านั้น

.

ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผู้เรียนถูกแรงจูงใจทางการตลาดครอบงำจนนำไปสู่การทำเรื่องโง่ๆที่ทำให้ตนเองต้องลำบากในภายหลัง หรือหนักกว่านั้นคือกลายเป็นทหารเลวที่ล้มตายในสนามรบแห่งผลประโยชน์ทางธุรกิจเพื่อให้คนที่เป็นแม่ทัพหรือขุนพลบางคนใช้ซากศพแทนบันไดเพื่อก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จ

เขาจึงสอนผู้เรียนในคลาสนักขายเสมอว่า “ยอดขายทำให้บริษัทรวย แต่รายได้ทำให้คุณรวย โฟกัสให้ถูก”

.

((( สาเหตุ )))

“ที่เดือนนี้คุณอัญยังทำงานไม่บรรลุเป้าหมาย คิดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรครับ?” เขารู้คำตอบดีจากประสบการณ์ของตนเองอยู่แล้ว แต่ที่ถามเพื่อกระตุ้นให้คำตอบชัดเจนในจิตใจของลูกศิษย์

อัญระบุสาเหตุร้อยแปดพันเก้าที่เธอคิดว่าเป็นสาเหตุแห่งความล้มเหลวไม่ต่างกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกกับการไล่บีบเม็ดลมที่ซองกันกระแทกให้แตกไปทีละเม็ดๆ เขารับฟังอย่างตั้งใจไม่พูดแทรก

.

“แล้วบรรดาสาเหตุทั้งหมดที่กล่าวมา คิดว่าควรเริ่มแก้ไขที่ไหนก่อน?” เขายิงคำถามหลังจากผู้เรียนระบุสิ่งที่คิดว่าเป็นสาเหตุจบ

“เป้าหมายหรือเปล่าคะ?” อัญเดา

“คุณตั้งเป้าหมายแล้วไม่ใช่เหรอครับ เป้าหมายจึงไม่ใช่สาเหตุแท้จริงที่ทำให้คุณยังทำไม่สำเร็จ”

“งั้นต้องเป็นเรื่องวินัยแน่เลย” เธอยังเดาต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

“ตอบได้ดีครับ แล้วคิดว่าทำไมที่ผ่านมาคุณจึงยังขาดวินัยที่มากพอในการทำงานให้สำเร็จล่ะครับ?” เขายิงคำถามลงลึกไปอีกขั้น

.

“เพราะยังโฟกัสที่เป้าหมายไม่มากพอใช่ไหมคะ?” เธอเริ่มบีบเม็ดลมที่ซองกันกระแทกของเธออีกครั้งผ่านการเดา

“แล้วคุณอัญคิดว่าการไม่โฟกัสเป้าหมายมีสาเหตุมาจากอะไรครับ?” โค้ชพาผู้เรียนลงลึกไปถึงต้นตอของปัญหาอีกขั้นด้วยคำถามนี้

ใช้เวลาเล็กน้อยกว่าที่อัญจะมั่นใจในคำตอบที่เธอได้ ซึ่งคำตอบนั้นคือความเงียบและรอยยิ้มนางสาวไทยที่ส่งมาให้จากปลายสาย ความรู้สึกไม่ต่างกับตอนที่แม่ที่เป็นแม่ค้าออนไลน์จับได้ว่าเด็กแบบเธอแอบเอาซองกันกระแทกที่จะใช้ห่อส่งของให้ลูกค้ามาบีบเล่นจนหมดบ้าน

.

“คุณอัญว่าเส้นตายมีประโยชน์อะไรกับชีวิตคุณบ้างครับ?”

“ประโยชน์ของเส้นตายคือมันช่วยทำให้เรากระตือรือร้นมากขึ้นใช่ไหมคะ?” เธอเริ่มบีบซองกันกระแทกของเธออีกครั้ง

“แล้วมีอะไรอีกครับ?”

“เมื่อเวลามีจำกัด เส้นตายจะช่วยดึงศักยภาพที่แท้จริงของเราออกมาคะ” คำตอบนี้ไม่มีคำถามลงท้าย บ่งบอกว่าเธอมั่นใจในสิ่งที่เธอตอบ โค้ชยิ้มด้วยความพอใจที่เด็กคนนี้เลิกบีบเม็ดลมที่ซองกันกระแทกเล่นไปเรื่อยๆเสียที

.

((( ผลกระทบ )))

“ถูกต้องครับ ถ้าไม่มีเส้นตาย เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเรามีศักยภาพที่แท้จริงซ่อนอยู่ในตัวเองมากขนาดไหน” โค้ชเอ่ยชม

“แต่ในความเป็นจริง ถึงคุณไม่ถูกเส้นตายของงานขายเล่นงานเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ ในชีวิตประจำวัน คุณก็ถูกเส้นตายในที่ทำงาน ถูกเส้นตายเรื่องภาระค่าใช้จ่ายต่างๆเล่นงานอยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ?”

“ใช่คะโค้ช”

“แล้วถ้าคุณไม่ฝึกตนเองให้ทำงานขายให้สำเร็จทันเวลา จนมันส่งผลให้คุณกลายเป็นคนที่ชีวิตทุกด้านทำอะไรไม่สำเร็จทันเวลา คุณก็ต้องรู้สึกไม่โอเคกับตัวเองอย่างมากเลยใช่ไหมครับ?”

“ไม่โอเคมากเลยค่ะ” ความหนาวเย็นในน้ำเสียงที่เกิดจากการจินตนาการภาพเลวร้ายในหัวติดลบอยู่ในระดับเยือกแข็ง

.

((( ทางแก้ )))

“ถึงคุณอัญไม่ได้ทำงานขาย เดือนทุกเดือนก็ควรเป็นเดือนที่ยอดเยี่ยมที่สุด จริงไหมครับ?”

“ใช่แล้วคะ”

“ถ้าคุณไม่เรียนรู้วิธีรับมือกับเส้นตาย เส้นนั้นก็จะทำให้คุณตายจริงๆ แต่ถ้าคุณฝึกฝนตนเองให้เก่งพอจะรับมือกับเส้นตายได้ เส้นนั้นจะเป็นเส้นรอดในชีวิตคุณแทน” เขาเว้นระยะให้ผู้เรียนคิดตามก่อนเสนอขายไอเดียที่จะใช้แก้ปัญหา “ถ้าวันนี้ผมมีคำแนะนำเพื่อทำให้เดือนสุดท้ายของการฝึก คุณอัญสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ที่ต้องการได้ 100% รวมถึงสามารถมีรายได้ผ่านเกณฑ์ 21 วันใน 1 เดือนตามเกณฑ์วัดผลของหลักสูตร คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะทำตามคำแนะนี้ใช่ไหมครับ?”

“ยินดีมากเลยคะ กระดาษปากกาพร้อมมาก ณ จุดนี้ อิอิ” น้ำเสียงระรื่นบ่งชี้ว่าภูเขาน้ำแข็งได้ละลายลงแล้ว

.

“วินัยทำให้คุณเป็น ‘คนตรงเวลา’ แต่วิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพจะทำให้คุณเป็น ‘คนทำงานทันเวลา’” โค้ชปรับความคิดผู้เรียนให้เข้าที่เข้าทางก่อนให้คำแนะนำ “ซึ่งคุณจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ทั้งวินัยและผลงาน คุณต้องทำงานให้ตรงเวลา และทำงานให้สำเร็จทันเวลา”

“เข้าใจคะ”

.

“เวลาแต่ละวันในชีวิต คุณจะมีโอกาสใช้ประโยชน์จากมันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือเมื่อคุณได้รับมันมาในตอนลืมตาตื่นจนกระทั่งคุณพาตัวเองหลับตานอนอีกครั้ง

เราทุกคนมีเวลา 12 เดือนใน 1 ปีเท่ากัน และเดือนแต่ละเดือนในทุกๆปีของชีวิตคุณมันจะไม่ย้อนกลับมาให้คุณได้ใช้ประโยชน์ซ้ำอีกแล้วไม่ต่างอะไรกับเวลาในแต่ละวันที่ใช้ก็หมด ไม่ใช้ก็หมด

คำถามสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จในชีวิตของคุณจึงอยู่ที่ว่า คุณอยากให้เดือนนี้ในชีวิตคุณเป็นเดือนแห่งความล้มเหลวหรือเป็นเดือนแห่งความสำเร็จ”

.

แม้จะเป็นคำถามเดียว แต่ความรู้สึกของอัญไม่ต่างกับถูกกำปั้นของ ไมค์ ไทสัน ต่อยเข้าสีข้างอย่างจังนับร้อยหมัด จุกจนอยากจะลงไปนอนกองกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด

.

“การทำงานจะสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงในตัวคุณ และเพื่อให้ผมกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้เดือนแต่ละเดือนเป็นเดือนที่ยอดเยี่ยมที่สุดยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆเท่าที่คุณจะทำได้

นี่คือ ‘สูตร 3 ส.’ ที่ผมใช้เป็นแนวทางในการทำงานในแต่ละวันมาตลอดชีวิต ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานรับใช้ความฝันของคนอื่นที่ผมทำหลายปีก่อนหน้านี้ หรือจะเป็นงานรับใช้ความฝันตนเองที่ผมกำลังทำอยู่ในทุกวันนี้”

.

“สูตร 3 ส.” เธอกล่าวทวนก่อนจดลงสมุด

.

สูตร 3 ส. คือ

1. ต้องไม่ใช่แค่ทำให้ “เสร็จ” (Finish)

2. แต่ต้องทำให้ “สำเร็จ” (Success)

3. และต้องทำให้ “สมบูรณ์” (Complete)”

และเพื่อจะใช้สูตร 3 ส. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณต้องระลึกเสมอว่า ‘งานทุกงานต้องมีเวลาเริ่มงานและเวลาจบงาน’ กรอบความคิดนี้จะทำให้คุณใช้เวลาได้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในทุกๆเส้นตาย”

.

อัญคิดทบทวนเทียบเคียงกับการมอบหมายกิจกรรมในแต่ละครั้งของโค้ชซึ่งจะมีเวลาเริ่มงานและเวลาจบงานกำกับด้วยทุกครั้งเสมอ เธอจึงเข้าใจได้กระจ่างแจ้งมากขึ้น

.

“จงทำงานทุกชิ้นให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด งานห่วย คุณก็ห่วย งานยอดเยี่ยม คุณก็ยอดเยี่ยม” เขาเว้นระยะนิดหนึ่งเพื่อเปิดโอกาสให้อัญได้จัดเก็บข้อมูล ไม่ใช่แค่ในสมอง แต่ให้ลึกลงไปในหัวใจ “และเมื่อคุณฝึกฝนตนเองให้สามารถผลิต ‘ผลงานที่ยอดเยี่ยม’ ภายใต้เส้นตายที่มีได้แล้ว เมื่อมีคนซื้อ ‘ผลงานที่ยอดเยี่ยม’ ของคุณ พวกเขาได้ซื้อ ‘ความยอดเยี่ยมในตัวของคุณ’ ไปพร้อมกันด้วย นี่คือ ‘งานที่สมบูรณ์’ อย่างแท้จริง”

.

“เดือนนี้จะผ่านเกณฑ์ประเมินทั้ง 2 เงื่อนไข ทั้งวินัย (จำนวนวันที่ขายได้) และผลงาน (จำนวนรายได้ที่ตั้งเป้าหมายไว้) ใช่ไหมครับ?” โค้ชปิดการขาย

“มั่นใจคะโค้ช จะทำให้สมบูรณ์ให้ได้” อัญรับปากน้ำเสียงมุ่งมั่นที่สุดเท่าที่ในชีวิตจะมุ่งมั่นได้

.

“เวลาทุกวินาทีในชีวิต ผ่านแล้วผ่านเลยไม่ต่างจากนาฬิกาทราย ดังนั้น จงใช้ชีวิตให้เหมือนปฏิทิน ไม่ใช่นาฬิกา ปฏิทินเดินไปข้างหน้า แต่นาฬิกาเดินวนอยู่กับที่” เขาสรุปด้วยแง่คิดทิ้งท้ายที่มาพร้อมกับการให้กำลังใจและสร้างความเชื่อมั่น “และผมเชื่อว่าคุณอัญไม่อยากใช้ชีวิตวนอยู่กับที่แบบเข็มนาฬิกา แต่อยากใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและเดินไปข้างหน้าอย่างสมบูรณ์ที่สุดแบบปฏิทินจริงไหมครับ?”

“แน่นวลลลที่ซู๊ดดดดด”

“งั้นไปทำงานในแต่ละวันของคุณให้สมบูรณ์ที่ซู๊ดดดดดเพื่อที่เดือนนี้จะได้เป็นเดือนที่ดีที่ซู๊ดดดดดดในชีวิตของคุณครับ”

.

.

#โค้ชธนา

#Excellent_Writer

#Trainer_Story

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net