วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Trainer Story Ep.15 : ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม


#ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

(หา)เรื่องโดย โค้ชธนา

Trainer Story Ep.15

++++++++++++++

.

“ผมต้องการเป็นโค้ชเหมือนโค้ช ผมต้องทำไงบ้างครับ?”

เมื่อฟังคู่สนทนาวันนี้แจ้งความประสงค์ โค้ชละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะใช้คำถามเมื่อครู่ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเอื้ออารี “ทำไมถึงอยากเป็นโค้ช และทำไมถึงต้องอยากเป็นเหมือนผมครับ?”

.

“ผมอยากเป็นแสงสว่างช่วยเหลือคนอื่นเหมือนโค้ชครับ” นำเสียงมุ่งมั่นจริงจังเหมือนนักศึกษาจบใหม่กำลังถูกสัมภาษณ์ในการสมัครงานครั้งแรก

“แล้วทำไมคิดว่าคุณจะเป็นเหมือนผมได้ล่ะ เพราะเท่าที่ผมรู้ คุณเรียนจบปริญญาตรีมา ส่วนผมจบแค่ ป.6 แค่นี้ก็ไม่เหมือนกันแล้ว” โค้ชพูดกลั้วหัวเราะ

.

“ผมไม่ได้หมายถึงในแง่นั้นครับ เพราะมันจริงอย่างที่โค้ชเคยสอน คนเราไม่ได้สำคัญว่าเรียนจบอะไรมา แต่สำคัญว่าเราสามารถใช้ความรู้ที่มีไปทำอะไรได้บ้าง” น้ำเสียงยังคงมุ่งมั่น คำสอนของโค้ชถูกชายหนุ่มถ่ายทอดได้เป๊ะๆคำต่อคำอย่างกับถอดเทป

“งั้นคุณต้องการเหมือนผมในแง่ไหนล่ะ?”

“ในแง่ของวิธีคิดและวิธีใช้ชีวิตครับ” ตอบได้ฉะฉานรวดเร็ว บ่งบอกได้ว่าทำการบ้านมาดีระดับหนึ่ง

.

โค้ช Save งานที่ทำค้างอยู่ก่อนพุ่งความสนใจ 100% มายังเรื่องราวตรงหน้า

“เอาล่ะ พอเข้าใจแล้ว แล้วผมช่วยอะไรเรื่องนี้ได้บ้างล่ะ?”

“ผมอยากให้โค้ชสอนเทคนิคการเป็นโค้ชให้ผมครับ”

.

“คุณต้องแยกประเด็นเรื่อง ‘การเป็นโค้ช’ กับ ‘การเป็นโค้ชแบบผม’ ออกเป็นคนละประเด็นก่อน และที่เรากำลังจะพูดคุยกันต่อจากนี้ เฉพาะส่วนของ ‘การเป็นโค้ช’ นะ” โค้ชชี้แจงก่อนยิงคำถามเพื่อทดสอบทัศนคติ “คุณคิดว่าคนเป็นโค้ช หรือคนที่มีอาชีพนักฝึกอบรมต้องทำอะไรบ้างครับ?”

“ก็มีหน้าที่สอนให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่เราจะสอนไม่ใช่หรือครับ?”

“นั่นก็ใช่ แต่การสอนกับการทำให้คนเรียนรู้จนทำบางสิ่งได้สำเร็จมันมีความแตกต่างกันสูงมากนะ” โค้ชอธิบาย

.

เขานึกไปถึงตอนที่เคยตั้งเป้าหมายจะเป็นเทรนเนอร์ เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่แค่ไปยืนพูดแล้วได้เงิน พอได้เป็นเทรนเนอร์จริงๆ ซึ่งเขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นเทรนเนอร์ฝึกทักษะการขายให้พนักงานขายแบบคอลเซนเตอร์ทั้งใหม่และเก่าของบริษัทประกันแห่งหนึ่ง เขาจึงรู้ว่าในการทำงานฝึกอบรมให้สำเร็จตามที่องค์กรคาดหวัง มันไม่ใช่แค่ไปยืนพูดแล้วได้เงิน แต่มีงานในความรับผิดชอบอื่นอีกร้อยแปดพันเก้าที่ต้องทำให้เสร็จแข่งกับเวลา ซึ่งตัวเขาเองก็ต้องทำงานเป็นเทรนเนอร์อยู่ถึงสามปีจึงจะเข้าใจถึงความแตกต่างในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งถึงแก่น

.

เขาเหยียดขาพาดไปที่ตั่งพักเท้าที่อยู่ใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อลดอาการเมื่อยขบจากการนั่งตรวจกิจกรรมเป็นเวลานานๆ

คนเป็นครู สิ่งที่ต้องให้ก่อนความรู้ ก็คือความคิด ดังนั้นเขาจึงต้องทำให้ชายคนนี้มีสัมมาทิฎฐิให้ได้เสียก่อน

.

“ถ้าต้องการเป็นโค้ชจริงๆ ไม่ยากหรอกครับ เดี๋ยวนี้มีสถาบันมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรการเป็นโค้ชมืออาชีพที่ทั่วโลกยอมรับ เรียนรู้ฝึกฝนไม่กี่สัปดาห์ก็จบ ได้ใบ Certificated ออกมา เปิดคอร์สสอนเลี้ยงตัวเองจนร่ำรวยได้สบาย” เขาเปิดประเด็นก่อนจะยิงคำถามสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของคนที่อยู่ในอาชีพนี้ “ผมไม่เชื่อไอ้คำพูดที่บอกว่าไปเป็นแสงสว่าง ไปช่วยคนอะไรนั่นหรอก มันเป็นคำการตลาดที่พูดให้ดูดีเท่านั้น จริงๆคุณต้องการเป็นโค้ชไปทำไม?”

.

มีความอ้ำอึ้งเกิดขึ้นในสาย แหม ถ้ามาสัมภาษณ์อยู่ตรงหน้า ป่านนี้เขาคงได้สบตาชายคนนี้แล้วมองลึกลงไปในความคิดของเขารวมถึงเช็คภาษากายเพื่อค้นหาว่าสิ่งที่พูดสอดคล้องกับสิ่งที่คิดมากแค่ไหน กำลังโกหกอยู่หรือเปล่า

.

“จริงๆแล้วผมต้องการเป็นโค้ชเงินล้านให้ได้ครับ” ในที่สุดชายหนุ่มก็รวบรวมความกล้ายอมรับความจริง

“ดีมากครับที่ไม่โกหก” โค้ชไม่ปล่อยโอกาสรีบกล่าวชมทันทีในสิ่งดีๆที่ได้เห็นเบื้องหน้า “แล้วจะเป็นโค้ชเงินล้านไปทำไม?”

.

“ครอบครัวผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรนี่ครับ ผมแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม”

“ใช่ครับ ทั้งผม และคุณ” เขาเว้นระยะนิดหนึ่งเพื่อทำให้คำที่จะพูดต่อจากนี้มีความชัดเจนแตกต่าง “รวมถึงคนที่จะมาสมัครเรียนกับคุณด้วย เราทุกคนล้วนต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม คำถามคือ คุณมอบสิ่งนี้ให้กับคนที่ตัดสินใจเลือกให้คุณทำหน้าที่นี้ได้หรือเปล่าล่ะ?”

.

“ผมมั่นใจครับว่าผมทำได้” ชายหนุ่มยังคงตอบคำถามด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตนเองสูงตามสูตรการสมัครงานเป๊ะๆ

“อะไรทำให้คุณมั่นใจในตัวเองขนาดนั้น?”

.

“ผมเป็นคนชอบแสวงหาความรู้ครับ และคนอื่นที่ทำงานร่วมกันก็ชอบมาขอคำแนะนำหรือมาปรึกษาผมบ่อยๆ อีกทั้งโค้ชบางคนที่ผมเคยไปเรียนมาด้วยก็บอกว่าผมทำได้ ผมจึงคิดว่าการเป็นโค้ชเงินล้านไม่น่าจะใช่เรื่องยากสำหรับผม”

.

“การที่คุณมีเป้าหมายอยากเป็นโค้ชเงินล้านเพราะเชื่อว่านั่นจะทำให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่สิ่งที่แปลกและไม่ใช่สิ่งที่ผิด ก่อนผมจะมีโอกาสได้เริ่มอาชีพนี้ ผมก็ตั้งเป้าหมายไปที่การหาเงินให้ได้มากๆจากอาชีพนี้เหมือนคุณนี่แหละ จนกระทั่งทำงานฝึกอบรมมาได้ 3 – 4 ปี ผมจึงได้รู้ว่า...” เขาเว้นระยะอีกครั้งก่อนอัดข้อมูลสำคัญที่ชายหนุ่มอาจจะรู้ แต่เลือกที่จะละเลย

.

“...ในยุคที่คนแห่มาขายความรู้กันจนมีโค้ชครูเกิดขึ้นแทบทุกวัน ในยุคที่การเป็นโค้ชเป็นครูก็เป็นกันง๊ายง่ายเพียงแค่คุณไปเปิดบิลเป็นตำแทนจำหน่ายให้แบรนด์บางแบรนด์ ก็มีคนเรียกคุณว่าโค้ชครูแล้ว ในยุคที่คนถูกทำให้เชื่อว่าต้องลงทุนในตนเองด้วยการแสวงหาความรู้จึงจะสำเร็จ แต่ยิ่งเรียนก็ยิ่ง ‘ตื่นความรู้’ มากกว่าที่จะ ‘ตื่นรู้’ ในยุคที่คำว่ารวยถูกใช้เป็นเครื่องมือจูงใจให้คนยอมจ่ายเงินค่าเรียนหลักหมื่นหลักแสนเพื่อแลกกับการมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทักษะความเชี่ยวชาญรวมถึงเป้าหมายชีวิตและจุดยืนที่ชัดเจนในการทำหน้าที่นี้ต่างหากที่จะบ่งบอกว่าใครคือตัวจริงในอาชีพนี้”

.

“แล้วจุดยืนในการทำอาชีพนี้ของโค้ชคืออะไรครับ?”

น้ำเสียงปลายสายไม่ถึงกับขาดสัมมาคารวะ แต่ก็มีความหงุดหงิดปะปนมาเล็กน้อยในน้ำเสียง

.

“ถ้ามีคนที่คุณรู้ว่า ‘คุณช่วยเขาได้’ มาขอให้คุณฝึกสอนให้เขา แต่เขาไม่มีเงินสักบาทจะลงเรียนกับคุณ คุณรับฝึกสอนเขาไหม?” โค้ชเลือกที่จะใช้คำถามแทนคำตอบ

.

“ถ้าจากที่ผมเคยไปศึกษากับโค้ชครูคนอื่น เขาจะสอนว่าค่าเรียนไม่ว่าจะมากหรือน้อย มันคือเกณฑ์อย่างหนึ่งในการคัดคนที่คู่ควรเข้ามาในคลาสครับ คือถ้าวันนั้นเขาอยากเรียนกับเราจริงๆ แต่เงินไม่พร้อม ผมจำแนะนำให้เขากลับไปหาค่าสมัครมาให้ได้เสียก่อนเพื่อพิสูจน์ว่าเขามุ่งมั่นที่จะเข้าเรียนกับผมจริงๆและเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคู่ควรกับโค้ชแบบผม”

.

“ถ้านี่เป็นการตอบคำถามเพื่อแสดงไหวพริบชิงมงกุฎนางงามจักรวาล ผมว่าคุณได้ตำแหน่งไปครองแน่” การพยายามหาคำตอบที่ฟังแล้วดูดีเพื่อทำให้สิ่งที่ตนเองทำดูสมเหตุสมผลอาจทำให้ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตว่าโค้ชกำลังแดกดันอยู่

.

“แล้วถ้าวันนั้นคุณได้เป็นเทรนเนอร์เงินล้านสมใจตามที่คุณตั้งเป้าหมายไว้แล้ว และค่าเรียนแต่ละคอร์สของคุณขั้นต่ำอยู่ที่10,000 บาท ซึ่งมันไม่ได้ยากเลยที่จะเปิดคอร์สครั้งเดียวแล้วมีรายได้หลักล้าน เพราะคอร์สละ 10,000 บาท รับผู้เรียน 100 คน ก็ได้แล้ว 1 ล้าน จริงมั๊ย?”

“ใช่ครับ” ชายหนุ่มรับคำโดยที่ไม่รู้ตัวว่าโค้ชกำลังแดกดันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การแดกดันเพื่อความสะใจ แต่เป็นการแดกดันเพื่อสร้างความเข้าใจ

.

“สมมุตินะสมมุติ ถ้าคุณได้มีโอกาสมีวันนั้นจริงๆ แล้วมีผู้เรียนบางคนที่ไม่สามารถจ่ายค่าตัว 10,000 บาท ให้คุณได้จริงๆ แต่ความรู้ความเชี่ยวชาญที่คุณมีสามารถช่วยให้เขามีชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้ คำถามคือ คุณจะช่วยเขาไหม?”

“ก็ต้องช่วยสิครับ ทำไมจะไม่ช่วย”

.

“ผมเป็นโค้ชด้านนิสัยครับ ถ้าคุณเป็นแฟนคลับผมถึงขนาดอยากเป็นโค้ชแบบผม คุณคงได้ยินผมสอนบ่อยๆว่า นิสัยเกิดจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆ ดังนั้น นิสัยจึงเป็นหลักฐานที่หักล้างได้ยากที่สุดในโลก จริงไหมครับ?”

“ใช่ครับ”

“แล้วถ้าคุณมีนิสัยทำงานโดยใช้เงินเป็นหลักในการตัดสินใจมาตลอดชีวิต คำตอบที่คุณตอบผมมาเพื่อครู่จะเกิดขึ้นได้ยังไง?”

“.............................”

.

“ยุคนี้เต็มไปด้วยครูมากมาย ทั้งที่เป็นครูตัวจริง และเป็นนักธุรกิจในคราบครู ราคาของ ‘ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม’ มันจึงแพงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้เรียนจำนวนมากถูกกลไกการตลาดทำให้เชื่อว่า ค่าตัวโค้ชครูยิ่งแพงเท่าไหร่ โค้ชครูคนนั้นจะยิ่งต้องเก่งและน่าจะช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้มากเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง ผลลัพธ์อาจสวนทางกับราคาก็ได้ คุณว่าจริงไหม?”

.

ความเงียบคือคำตอบที่เสียงดังฟังชัดที่สุด!

“นี่แหละคือผลกระทบที่เกิดจากการที่คนที่ขาดจิตวิญญาณความเป็นครูเอาอาชีพครูมาทำเป็นธุรกิจ ซึ่งมันกลายเป็นสิ่งที่ไม่ผิดและไม่แปลกไปแล้วในยุคที่ใครๆก็อยากเป็นโค้ชเงินล้านกัน”

.

“โค้ชมีคำแนะนำสำหรับเรื่องนี้ไหมครับ?”

ชายหนุ่มเหมือนคนเพิ่งได้สติจากอาการเมาความรู้ที่ตนเองมี เมื่อมิกซ์กับการตั้งเป้าหมายทางอาชีพไปที่ ‘จำนวนเงินที่จะได้รับ’ มากกว่า ‘จำนวนคนที่จะได้ช่วย’ ทำให้คนดีๆแบบเขาเมาชีวิตแบบหัวราน้ำได้ง่ายๆ ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังมองหาอะไรแรงส์ๆที่จะช่วยให้เขาหายจากอาการแฮงค์

.

“ซิก ซิกล่าร์ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจกล่าวไว้ว่า คุณจะได้รับทุกสิ่งที่คุณต้องการในชีวิต หากคุณช่วยให้คนจำนวนมากพอได้รับในสิ่งที่พวกเขาต้องการ” โค้ชใช้คำคมคนดังกล่าวสรุปเพื่อจบการสนทนาเคสนี้

.

“ดังนั้น หากคุณต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม คำแนะนำของผมก็คือ กลับไปตอบตนเองให้ได้ก่อนว่าคุณต้องการเป็นโค้ชไปทำไม และอะไรคือจุดยืนในการทำอาชีพนี้ของคุณ คำตอบทั้งสองข้อนี้คุณต้องหาเอง เมื่อคุณได้คำตอบที่ชัดเจนและถูกต้องทั้งสองข้อแล้ว ผมจะลองพิจารณาอีกครั้งว่าจะช่วยฝึกให้คุณเป็นนักฝึกอบรมหรือไม่ ไม่ใช่เพื่อเป็นโค้ชในแบบของผมนะ แต่เพื่อเป็นโค้ชในแบบของตัวคุณเอง”

.

.

#โค้ชธนา

#Excellent_Writer

#Trainer_Story

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net