วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บิ๊กปชป.สุดทน! ฉะพรรคใหญ่จะตั้งรัฐบาลก็รีบทำ ประเทศอึมครึมมานานพอแล้ว


สวัสดีครับ

         'อิสานโพล' จัดทำโดยม.ขอนแก่น แสดงผล “มุมมองคนอีสานกับการตั้งรัฐบาล” ว่า คนอิสานยังให้คะแนนนิยม 'เพื่อไทย'

ในประเด็น 'พรรคใดที่ควรร่วมตั้งรัฐบาลบ้าง' เป็นอันดับ 1  81.2 % อันดับ 2 พรรคอนาคตใหม่ 72.4 %  อันดับ 3 พรรคปชป. 57.4

% (นับว่าดีมากแล้ว) อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 53.4 % และพรรคพลังประชารัฐ 29.5 %(นับว่าดีมากแล้วเช่นกัน

         การอ่านข่าวในเว็บเพจนี้ ควรเรียงลำดับตามเวลาที่เผยแพร่ข่าวด้วยครับ จะช่วยให้ไม่สับสนครับ เพราะการเมืองของไทย

กล่าวได้ว่า เคลื่อนไปนาทีต่อนาทีทีเดียว

บิ๊กปชป.สุดทน! ฉะพรรคใหญ่จะตั้งรัฐบาลก็รีบทำ ประเทศอึมครึมมานานพอแล้ว

บิ๊กปชป.สุดทน! ฉะพรรคใหญ่จะตั้งรัฐบาลก็รีบทำ ประเทศอึมครึมมานานพอแล้ว

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 15.29 น.

21 พ.ค.62 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคที่มีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล ให้รีบแสดงท่าทีที่ชัดเจนมากกว่านี้ เนื่องจากนี้ได้มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้นมานานแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน

"ทุกวันนี้บ้านเมืองมีเรื่องอึมครึมกันมากที่ทำให้คนต้องคิดต้องเดากัน ความจริงอยากเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคที่ทำให้หน้าเป็นรัฐฏาธิปัตย์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นเจ้าภาพใหญ่จะต้องทำให้ทุกอย่างชัดเจน คนจะได้ไม่ต้องทายกันว่าจะเป็นอย่างไรจนทำให้เกิดความกังวล ซึ่งเป็นเรื่องไม่ดี" นายบัญญัติกล่าว

กำลังต่อรองกันอยู่! 'พปชร.ส่ง3แกนนำเจรจา'ปชป.-ภท.'อดใจรออีกนิดเดียว

กำลังต่อรองกันอยู่! 'พปชร.ส่ง3แกนนำเจรจา'ปชป.-ภท.'อดใจรออีกนิดเดียว

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 16.20 น.

21 พ.ค.62 นายกอบศักดิ์  ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำในขณะนี้ว่า นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหารพรรคพปชร.เป็นผู้ที่ดำเนินการต่อรอง  ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ขอให้อดใจรออีกนิดเกือบถึงเวลาแล้ว และขณะนี้ก็ใกล้จะเปิดสภาผู้แทนราษฎรแล้ว กระบวนการต่อรอง ยังดำเนินการอยู่ในตอนนี้จึงอยากให้อดใจรอกันอีกนิดว่าจะมีข้อยุติอะไรบ้าง แต่มั่นใจว่าข้อยุติดังกล่าวจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และจะมีข่าวดีให้กับพี่น้องประชาชน

เมื่อถามถึง  ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยที่จับมือกันต่อรอง โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า  ให้ทุกพรรคตัดสินใจทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทางพรรคเราก็รออยู่ โดยอยากให้ทางเขาได้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน และเราพร้อมที่จะเจรจา ต่อรองเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อยึดผลประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศ         เราผ่านการเลือกตั้งมา ทุกคนก็ปรารถนาที่จะมีรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไป ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งนับวัน ตอนนี้เหลืออีก 4 วันก็จะมีการเปิดสภาฯและวันที่ 25 พ.ค.ก็จะได้ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่า ท่าทีของ 2 พรรคถือว่า กดดันพรรคหรือไม่ นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ทุกพรรคพยายามต่อรองให้ดีที่สุด สำหรับพรรคของตัวเอง ซึ่งทุกพรรคพยายามหาทางออก  โดยเฉพาะข้อตกลงของพรรคการเมืองที่จะมาร่วมกับพลังประชารัฐให้ลงตัวที่สุด และตนมั่นใจว่าทุกคน ทุกพรรคการเมืองจะยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นหลัก

ทั้งนี้ในช่วงท้าย เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐ ยังมั่นใจว่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใช้หรือไม่ โดยนายกอบศักดิ์ ไม่ตอบคำถามแต่ ยิ้มพร้อมยกนิ้วโป้งแสดงความมั่นใจ

 

เปิดผล‘อีสานโพล’! กางลิสต์ 5 อันดับเชียร์ใครเป็นนายกฯ

เปิดผล‘อีสานโพล’! กางลิสต์ 5 อันดับเชียร์ใครเป็นนายกฯ

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.18 น.

เปิดผล‘อีสานโพล’! กางลิสต์ 5 อันดับเชียร์ใครเป็นนายกฯ

21 พ.ค.62 ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า “อีสานโพล” (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นคนอีสานต่อการจัดการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล หัวข้อ  “มุมมองคนอีสานกับการตั้งรัฐบาล” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2562 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,027 ราย กระจายตามสัดส่วนโครงสร้างประชากรในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

เมื่อสอบถามว่าอะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจในการเลือก สส. ครั้งที่ผ่านมาของท่าน พบว่า อันดับหนึ่ง 44.5 % พิจารณาจากผลงานและนโยบายพรรค รองลงมา พิจารณาจากจุดยืนทางการเมือง และพิจารณาจากผลงานและประวัติผู้สมัคร ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากันคือ 18.7 % และ 18.0 % พิจารณาจากว่าที่นายกฯ

เมื่อสอบถามต่อว่าท่านพอใจการทำงานของ กกต. (คณะกรรมการเลือกตั้ง) หรือไม่ อย่างไร พบว่า ส่วนใหญ่ 76.4 % ไม่พอใจจนถึงไม่พอใจมาก ขณะที่มีเพียง 23.6 % ที่พอใจจนถึงพอใจมาก เมื่อสอบถามว่า กกต. จำเป็นต้องเปิดเผยคะแนนเลือกตั้งทุกหน่วยเลือกตั้งหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ 80.9 % คิดว่าจำเป็น ขณะที่เพียงร้อยละ 19.1 คิดว่าไม่จำเป็น

เมื่อสอบถามต่อว่า ท่านพอใจการแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน เพื่อมาโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ 74.4 % ไม่พอใจ และพอใจเพียง 25.6 %

เมื่อสอบถามด้วยข้อจำกัด ท่านยอมรับใครเป็นนายกฯ ได้บ้าง พบว่า จาก 5 รายชื่อที่เป็นตัวเลือก อันดับ 1 ที่กลุ่มตัวอย่างยอมรับได้ คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 80.0 % อันดับ 2 คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 71.5 % อันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 44.5 % อันดับ 4 นายอนุทินชาญวีรกูล 40.6 % และอันดับ 5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 28.9 %

เมื่อสอบถามว่า พรรคใดที่ควรร่วมตั้งรัฐบาลบ้าง พบว่า จาก 5 พรรคใหญ่ที่เป็นตัวเลือก อันดับ 1 ที่กลุ่มตัวอย่างอยากให้ร่วมเป็นรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย 81.2 % อันดับ 2 คือ พรรคอนาคตใหม่ 72.4 % อันดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ 57.4 % อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 53.4 % และอันดับ 5 พรรคพลังประชารัฐ 29.5 %

สุดท้ายเมื่อสอบถามว่า ถ้าไม่มีฝ่ายใดสามารถรวบรวมเสียง ส.ส. และ ส.ว. เพื่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ (มี ส.ส. เกิน 251 คน และรวมกับ ส.ว. แล้วต้องได้เสียงเกิน 376 เสียง) ควรทำอย่างไร พบว่า อันดับ1. 34.8 % ต้องการให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติโดยมี 1 พรรคเป็นฝ่ายค้าน อันดับ 2 . 28.5 % ต้องการนายกฯ คนกลาง อันดับ 3. 20.4 % ต้องการให้เลือกตั้งใหม่ และอันดับ 4 ต้องการให้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ปชป.ยังกั๊ก! มติ52ส.ส.โยนกก.บห.คุยพรรคอื่นปมร่วมรบ. รอถกอีก23พ.ค.

ปชป.ยังกั๊ก! มติ52ส.ส.โยนกก.บห.คุยพรรคอื่นปมร่วมรบ. รอถกอีก23พ.ค.

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 18.23 น.

ปชป.ยังกั๊ก! มติ52ส.ส.โยนกก.บห.คุยพรรคอื่นปมร่วมรบ. รอถกอีก23พ.ค.

21 พ.ค.62 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงภายหลังการประชุมหารืออนาคตทางการเมืองของพรรคว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า มติที่ประชุม ส.ส.พรรค 52 คน ให้กรรมการบริหารพรรคประสานคุยกับทุกพรรคการเมือง เพื่อนำข้อมูลกลับมาคุยอีกครั้งในการประชุมวันที่23 พ.ค.62 ซึ่งได้ขอให้กรรมการบริหารและ ส.ส. เตรียมพร้อมประชุมในวันดังกล่าว ส่วนจะประชุมแยกส่วนหรือประชุมร่วมกันจะหารืออีกครั้ง

“การหารือกับทุกพรรคการเมืองมีเป้าหมายให้ประเทศเดินหน้าได้ สถาบันหลักของประเทศมีความมั่นคง และรัฐบาลต้องมีเสถียรสภาพตอบสนองการทำงานของประชาชน การหารือจะคุยกับพรรคการเมืองใดบ้างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรค ส่วนก่อนหน้าที่ที่หลายพรรคประกาศงานติดต่อมาที่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อพูดคุยกัน ยืนยันว่ายังไม่มีการประสานงานมา” นายราเมศ กล่าว

นายราเมศ กล่าวด้วยว่า พรรคมั่นใจว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภานั้น ส.ส.ทั้ง 52 คนจะลงมติแบบเดียวกันตามมติที่พรรคกำหนด

‘DSI’ ผนึกกำลัง ‘ก.ล.ต.’ ร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

‘DSI’ ผนึกกำลัง ‘ก.ล.ต.’ ร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 18.22 น.

21 พ.ค.62 พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย พันตำรวจโทกรวัชร์  ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจโทปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้การต้อนรับนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ

กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในโอกาสเข้าพบเพื่อประชุมหารือการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงาน

โดยได้ข้อสรุปจากการประชุม จำนวน 4 เรื่อง ดังนี้ 1.การแก้ไขปรับปรุงบันทึกความตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีพิเศษ (MOU) ซึ่งได้ท าร่วมกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยที่ปัจจุบันกฎหมาย ของสำนักงาน ก.ล.ต. และกฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับ สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเห็นควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การปฏิบัติงานร่วมกันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2.การเชิญผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการด้านตรวจสอบและคดี(Enforcement Committee) ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบและกลั่นกรองคดีเบื้องต้นของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้การตรวจสอบด้านคดีเป็นไปด้วยความรัดกุมรอบคอบ และเกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

3.การจัดหลักสูตรอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ โดยกรมสอบสวน

คดีพิเศษจะส่งวิทยากรเข้าบรรยายให้ความรู้ในหลักสูตรที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเชี่ยวชาญ อาทิ หลักสูตร

เกี่ยวกับเทคนิคการสืบสวนสอบสวน การรวบรวมและเก็บพยานหลักฐาน การเข้าตรวจค้น การต่อสู้ป้องกันตัว รวมถึงหลักสูตรด้านการข่าวเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานก.ล.ต. และสำนักงาน ก.ล.ต. จะส่งวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ในเรื่องที่สำนักงาน ก.ล.ต. เชี่ยวชาญเช่นเดียวกัน รวมทั้งกำหนดให้มีการอบรมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

และ 4.การเน้นการปฏิบัติงานในเชิงรุกโดยเมื่อมีกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงาน ก.ล.ต. จะขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าร่วมในการปฏิบัติหน้าที่รวมถึงสนับสนุนข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เห็นร่วมกันว่าความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาด

หลักทรัพย์เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อสังคมและประชาชนจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่ทั้งสองหน่วยงานจำเป็นต้องบูรณาการการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมประเภทนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

 
 
 
‘ชวน’สะบัดมีดกรีด‘พีระพันธุ์’ ยันไม่พิฆาต-แทรกแซง รับหนุน‘จุรินทร์’

‘ชวน’สะบัดมีดกรีด‘พีระพันธุ์’ ยันไม่พิฆาต-แทรกแซง รับหนุน‘จุรินทร์’

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 19.14 น.

‘ชวน’สะบัดมีดกรีด‘พีระพันธุ์’ ยันไม่พิฆาต-แทรกแซง รับหนุน‘จุรินทร์’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 21 พ.ค.62 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการประชุม ส.ส.ทั้ง 52 คนเป็นครั้งแรก โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม และมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ขึ้นไปนั่งคู่กันด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางการจับตาของสังคมที่พรรคเสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฏว่าในที่ประชุมครั้งนี้ ส.ส.ได้แบ่งกลุ่มนั่งกันอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และกลุ่มนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ทั้งนี้ นายจุรินทร์ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าในวันที่ 24 พ.ค. ซึ่งเป็นวันรัฐพิธีเปิดประชุมสภา ขอให้ส.ส.ทุกคนลงทะเบียนที่รัฐสภาใหม่ เกียกกาย ในเวลา 11.00 น. เพื่อนั่งรถไปกระทรวงการต่างประเทศพร้อมกัน ส่วนในวันที่ 25 พ.ค.จะมีการประชุมเลือกประธานสภาฯ เวลา 09.00 น. ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ จึงขอให้สมาชิกไปกันอย่างพร้อมเพรียง

ในที่ประชุม นายชวน ได้ขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ โพสต์เฟสบุ๊กถึงผู้มากบารมีในเชิงลบว่าแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อตน แต่สังคมก็ทราบว่าหมายถึงใคร ตนจึงมีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริง ทำให้นายพีระพันธุ์ ยกมือและชี้แจงว่าตนไม่ได้เอ่ยชื่อและไม่ได้หมายถึงนายชวน ซึ่งนายชวนได้สวนกลับว่าแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่คนภายนอกที่อ่านก็รู้ว่าหมายถึงใคร ทำให้นายพีระพันธุ์นั่งฟังเพียงอย่างเดียวโดยไม่ตอบโต้อีก

ต่อมานายชวน ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการร่วมประชุม ส.ส. ถึงกรณีดังกล่าวอีกครั้งว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหากับนายพีระพันธุ์ และที่ผ่านมาตนพูดถึงปัญหาภายนอกที่เข้ามาแทรกแซง ซึ่งความจริงมีมาตั้งแต่สมัยเลือกหัวหน้าพรรคครั้งที่แล้ว ซึ่งวันนี้มีข่าวพยายามแทรกเข้ามาด้วยการใช้เงิน และสิ่งต่างๆ ซึ่งตนได้คุยกับนายอภิสิทธิ์ ว่าจะปล่อยเรื่องนี้หรือ เราต้องควรหาทางพูดกันอย่างไร หรือไม่

“ท่านไม่เอ่ยชื่อ คนทั่วไปก็รู้ว่าหมายถึงใคร จึงขอเรียนว่าผมไม่ได้มีอะไรที่พูดพาดพิงนายพีระพันธุ์เลย พูดถึงบุคคลภายนอกที่พยายามเข้ามาแทรกแซงด้วยเงิน เพื่อซื้อคนในพรรค” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวด้วยว่า ตนได้ขอร้องให้สมาชิกอย่าให้เงินหรืออิทธิพลภายนอกเข้ามามีอิทธิพลเหนือภายในพรรค นี่คือเรื่องจริง ไม่เคยเอ่ยเรื่องนายพีระพันธุ์ ดังนั้นการที่นายพีระพันธุ์พูดว่า ใครไม่อยู่ในอาณัติหรือฝ่ายตรงกันข้ามจะถูกพิฆาตก็ไม่จริง ตนไม่เคยพิฆาตใคร ไม่มีบารมี หรือแทรกแซงอะไร แม้แต่การจัดอันดับส.ส.บัญชีรายชื่อก็มีพรรคพวกสนิทของตน โกรธไปหลายคน เพราะไม่ได้ไปช่วย ซึ่งยอมรับว่าจริง แม้แต่ นายสุรบถ หลีกภัย บุตรชายของตนก็ไม่ได้ช่วยหรือแทรกแซงอะไร ตนจึงไม่ได้มีอิทธิพลบารมีที่จะทำให้คนนั้นเสียหรือดีขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตาม กรณีเลือกหัวหน้าพรรคได้พูดกับผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยเฉพาะกับนายกรณ์ จาติกวณิช ว่า ตนเลือกนายจุรินทร์ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธเขา ทั้งในด้านอาวุโสสูงสุด วัยวุฒิ คุณวุฒิ อีกทั้งประสบการณ์ไม่ได้ด้อยกว่าใคร และถ้าพูดถึงโอกาส นายกรณ์ นายพีระพันธุ์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ยังมีโอกาสวันข้างหน้า เพราะอายุยังน้อยกว่านายจุรินทร์นับสิบปี แต่ตนไม่ได้บังคับใคร อย่างนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ก็ไม่ได้บังคับ ไปถามเขาดูได้

“เราต้องหาทางป้องกัน เพราะถ้ามีอิทธิพลเข้ามาจากภายนอก เพียงเพื่อนำคนของตัวเองเข้ามาตัดสินใจให้พรรคร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลง่ายๆ จะผิดวัตถุประสงค์ไป เพราะที่จริงเลือกใครเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ใช่ว่าคนนั้นสั่งได้ เพราะอยู่ที่มติส.ส.และกก.บห. ถึงตอนนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่หัวหน้าพรรคตัดสินใจได้คนเดียว นั่นคือระบบพรรค ผมพูดหลายครั้งว่าให้แบ่งแยกว่าการเลือกหัวหน้าพรรค กับการตัดสินใจร่วมรัฐบาลเป็นคนละเรื่อง ให้แยกกัน จึงพูดให้รู้ว่าผมไม่เคยไปพูดหรือยุ่งเกี่ยวนายพีระพันธุ์ พูดถึงแต่เรื่องการแทรกแซง แต่ผลการแทรกแซงได้กับใครก็รู้ๆกันอยู่ แต่เราไม่เอ่ยถึง” นายชวน กล่าว

เมื่อถามว่านายพีระพันธุ์เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่กลัวภายนอกแทรกแซง แต่กลัวภายในมากกว่า นายชวน กล่าวว่า ภายในเป็นเรื่องคนในพรรค คนในพรรคเลือกใครเป็นสิทธิ์ของเขาไม่ใช่การแทรกแซง แต่คนภายนอกไม่มีสิทธิ์และเป็นเรื่องที่น่ากลัว

เมื่อถามถึงความเป็นเอกภาพของพรรค นายชวน กล่าวว่า การทำอะไรตรงไปตรงมาจะดีที่สุด แต่ถ้าปล่อยให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น วันข้างหน้าจะมีปัญหาลามมา บอกเขาแล้วว่าถ้าปล่อยให้มีการใช้เงิน หรือใช้วิธีการที่ผิดหลักการของพรรค วันหลังคงต้องประมูล โดยส่วนตัวต่อต้านการซื้อเสียงมาโดยตลอด เราไปต่อต้านข้างนอก แต่เราปล่อยให้ทำในพรรคโดยไม่สนใจก็จะผิดแนวทางของเรา

 

‘โอ๊ค’ส่งซิก‘ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย’จับมือเพื่อแม้วร่วมตั้งรัฐบาล

‘โอ๊ค’ส่งซิก‘ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย’จับมือเพื่อแม้วร่วมตั้งรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 15.31 น.

21 พ.ค.62​ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผุ้ต้องคดีคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra ว่า ปัญหาการเมืองไทยแก้ไม่ยาก หากทุกพรรคมีความเชื่อมั่นในเสียงของประชาชนครับ 

การเลือกตั้ง 24 มีนาคมที่ผ่านมา คนไทยทั้งประเทศอุตส่าห์ตั้งตารอมาเกือบจะครบ 5 ปี ผลลัพธ์เป็นอย่างไรมาดูกัน 

พรรคที่ประกาศตัวสืบทอดอำนาจลุงฯ ได้ ส.ส. รวมกันเพียง 120 กว่าคน แต่ตั้งธงไว้ว่า จะต้องเป็นรัฐบาล และลุงตู่ต้องอยู่ต่อให้ได้ 

ส่วนพรรคที่ประกาศตัวไม่สนับสนุนลุงตู่ โดนดูดก็แล้ว โดนขู่ก็แล้ว โดนเขียนรัฐธรรมนูญให้ยิ่งได้ ส.ส. เขตมากเท่าไหร่ พรรคยิ่งเล็กลงเท่านั้น โดนบัตรเขย่ง โดนนับคะแนนแจกพรรคเล็ก โดนสารพัดจะโดน ยังได้ส.ส.ถึง 245 คน มากกว่าพรรคฝ่ายสืบทอดอำนาจให้ลุงเกิน 2 เท่าตัว 

ตัวแปรจึงมาตกอยู่กับพรรคที่อยู่ตรงกลาง ที่มี ส.ส. รวมกันร้อยคนเศษ  หากจะไปรวมกับขั้วสืบทอดอำนาจให้ลุง ก็จะได้รัฐบาลปริ่มน้ำที่ไม่มีเสถียรภาพ  และต้องพึ่งความหวังจากน้ำบ่อหน้า จากการยุบพรรคอีกฝ่าย  เพื่อซื้อตัว ส.ส. ที่กระจัดกระจายมาช่วยเสริมทัพ และต้องหาซื้องูเห่ามาเลี้ยง ซึ่งเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้การเมืองไทยเน่าเหม็นย้อนยุคไปอีกหลายสิบปี 

หากตัวแปร 100 กว่าเสียงนี้ เข้าร่วมกับขั้วประชาธิปไตย ที่ไม่สนับสนุนลุง จะทำให้ได้รัฐบาลร่วม 350 เสียง ซึ่งในภาวะปกติถือว่า เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมาก #ประชาธิปไตยไปต่อ ได้อย่างสบาย และการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะลงตัวไปนานแล้ว แต่ในยุคที่ลุงเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยอาจไปได้ยากหน่อย 

ที่สำคัญพรรคตัวแปรนี้มี 2 พรรคใหญ่ ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์  และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ให้สัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ก่อนการเลือกตั้ง ดังนี้

พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัญญาเอาไว้ชัดเจนว่า

1. พรรคจะไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ (เน้นย้ำชัดเจนว่า “ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายก” ไม่ได้ใช้สรรพนามอื่น)

2. พรรคจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่สืบทอดอำนาจ (ก็หมายถึงการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์อีกแหละ)

3. แถมยังปิดประตูการบิดพลิ้วในอนาคต ด้วยการยืนยันว่า 2 ข้อข้างต้นคือ “อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์” และย้ำว่าไม่มีพรรคการเมืองใด ลงมติสวนทางอุดมการณ์ของพรรค..!!
ตามลิ๊งค์ด้านล่างนี้ 
https://www.facebook.com/17171146143/posts/10156657524736144?s=570054635&v=e&sfns=mo
ซึ่งถ้าเรานับเสียงส.ส.ของทุกพรรคที่ประกาศว่า “ไม่เอาลุง” รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย จะมี ส.ส.รวมกันถึง 297 เสียง ชนะพรรคที่จะเอาลุงอย่างขาดลอยทีเดียว 
————————
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ก็สัญญาไว้หนักแน่นว่า พรรคจะร่วมรัฐบาลกับขั้วการเมืองที่ได้ ส.ส.ในสภาเยอะที่สุด เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงสุด ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และจะไม่ยอมให้ส.ว. 250 เสียง มากำหนดอนาคตประเทศ สวนทางจากฉันทานุมัติของประชาชน

 
ชาวแก่งเสี้ยนร่วมประชุมโครงการทดสอบแปรรูปพลาสติกจากขยะที่ย่อยสลายไม่ได้

ชาวแก่งเสี้ยนร่วมประชุมโครงการทดสอบแปรรูปพลาสติกจากขยะที่ย่อยสลายไม่ได้

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 19.33 น.

21 พ.ค.62 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน หมู่ 5 ต.แก่งเสี้ยน องเมือง จ.กาญจนบุรี พล.ต.รังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษา ผบ.พล.1 รอ.นายสมชาย ฟักทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน ร่วมกับนายประจักษ์ บัวซ้อน ตัวแทนภาคเอกชน ร่วมกันแถลงข่าวการดำเนินการโครงการทดสอบแปรรูปวัสดุที่ย่อยสลายไม่ได้ (พลาสติกเป็นน้ำมัน) โดยมี พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐเขต 1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และประชาชน หมู่ 5 และหมู่ 4 ต.แก่งเสี้ยนกว่า 100 คนเข้าร่วมรับฟัง

สำหรับบรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด เนื่องจากมีชาวบ้านบางส่วนที่อาศัยอยู่ที่หมู่ 4 สถานที่ตั้งเครื่องจักรโครงการเพื่อทดสอบแปรรูปวัสดุที่ย่อยสลายไม่ได้ (พลาสติกเป็นน้ำมัน)เกรงว่าจะส่งผลกระทบทางด้านมลพิษทั้งกลิ่นและเสียง จึงมีคำถามเกิดขึ้นมามากมาย  แต่ก็ได้รับการอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างดีจนทุกคนเข้าใจ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

จากนั้น พล.ต.รังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษา ผบ.พล.1รอ. นายสมชาย ฟักทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน พร้อมคณะ ได้นำสื่อมวลชนเดินทางไปสำรวจพื้นที่สำหรับนำเครื่องจักรมาทดสอบแปรรูปพลาสติกเป็นน้ำมัน ที่ อบต.แก่งเสี้ยน ได้ปรับพื้นที่เอาไว้รองรับ เนื้อที่จำนวน 15 ไร่ อยู่ติดถนนสายบ้านเขาทอง-บ้านหนองสองตอน ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี

ทั้งนี้ พล.ต.รังษี กิติญาณทรัพย์ เปิดเผยว่าพื้นที่แห่งนี้มีทั้งหมด 15 ไร่ เตรียมเอาไว้สำหรับแปรรูปพลาสติกให้เป็นน้ำมัน ซึ่งจะนำเครื่องแปรรูปมาติดตั้งเบื้องต้น จำนวน 2 เครื่อง และถ้าหากผลลัพธ์ออกมาดีเราก็จะดำเนินการขยายผลออกไปอีก อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 เครื่องหรือ 10 เครื่อง และในอนาคตอาจจะเพิ่มขึ้นมากถึง 30 เครื่อง เพื่อที่จะให้การบริหารจัดการขยะที่เนินเขาทอง หมู่ 5 ต.แก่งเสี้ยน ให้เป็นรูปธรรมตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง มันจะได้หมดและจบขบวนความเรื่องปัญหาขยะของเมืองกาญจน์ ถ้าโครงการนี้ประสบความสำเร็จคือการแปรรูปขยะจากพลาสติกเป็นพลังงานน้ำมัน

จากนี้ไปจะทำให้ขยะของเมืองกาญจน์หมดปัญหาไป และจะทำให้เราสามารถบริหารขยะได้วันต่อวัน โดยจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์เพราะสามารถสร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนด้วย อีกทั้งจะทำให้เมืองการมีรายได้จากการเก็บภาษีของน้ำมัน ทั้งหมดนี้หลังจากที่เราทดลองเรียบร้อยอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เราจะได้ดำเนินการขออนุญาตทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง โดยในเบื้องต้นจะทำการทดลองให้แล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือน ว่าได้ผลคุ้มค่าหรือไม่

เพราะว่าการทำพวกนี้มันต้องคุ้มค่าและยั่งยืน แต่ถ้าหากทำไปแล้วมันไปไม่รอด จะฝืนดื้อดึงทำไปมันก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งพวกนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ เครื่องแปรรูปพวกนี้สั่งต่อมาจากเมืองจีน แต่วิศวกรเมืองไทยมาทำการปรับปรุงเครื่องให้เข้ากับเนื้อขยะเมืองไทย คือหากเครื่องแปรรูปนำมาจากเมืองจีนล้วนๆก็จะทำไม่สำเร็จ ก็ได้วิศวกรของคนไทยมาปรับปรุงและตกแต่งเครื่องใหม่เพื่อให้สามารถผลิตน้ำมันออกมาได้ โดยแปรรูปจากขยะพลาสติก 5 ตัน จะได้น้ำมัน 5 พันลิตรต่อวัน ต่อเครื่องแปรรูป 1 เครื่อง เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้มันคืออนาคตของการแก้ปัญหาขยะเมืองไทย เพราะว่าโรงไฟฟ้ากว่าจะได้ใบอนุญาตการลงทุนค่อนข้างสูงและปริมาณขยะต้องได้สายฟีสลายในการรับสายไฟต้องได้ ผมศึกษามาแล้วสองปีแต่ผมว่าเมืองกาญจนบุรีทำไม่ได้ เพราะปัจจัยมันไม่พอ แต่อันนี้เราสามารถทำได้เลย

โดยเครื่องจะเริ่มติดตั้งภายในสิ้นเดือนนี้ จากนั้นจะดำเนินการทดสอบไป และต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนก็จะรู้ผล ถ้าดีก็ขยายผลออกไป แต่ถ้าไม่ดีก็จะยกเลิก แต่ที่เราเคยไปดูงานมาแล้วมันได้ผลและมันจะทำให้ลดการนำเข้าน้ำมันของเมืองไทยด้วย เรามาคิดดูว่าขยะในเมืองไทยวันๆมีเป็นหมื่นๆตัน หากแปรรูปเป็นนำมันจะได้มากถึงวันละ 1 แสนลิตร ราคาก็ถูก และที่สำคัญน้ำมันพวกนี้กำมะถันจะต่ำกว่าน้ำมันที่ได้จากฟอสซิล น้ำมันที่ได้จากฟอสซิลก็คือน้ำมันที่เราขุดแล้วได้น้ำมันดิบขึ้นมา      เมื่อค่ากำมะถันต่ำ ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกน้อยลง แต่ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องของอนาคตในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยของเมืองไทย หากประสบความสำเร็จเมืองกาญจน์ ก็จะกลายเป็นต้นแบบ จากนั้นเราก็จะขยายไปทั่วประเทศ

สำหรับน้ำมันที่แปรรูปจากพลาสติกเรียกว่าน้ำมันดีเซลหมุนต่ำ ซึ่งถ้าเรานำไปปรับปรุง มันก็จะกลายเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งบางส่วนเราก็จะนำไปปรับปรุงเป็นแก๊สโซฮอล์ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ดำเนินการเดินเครื่องแปรรูปได้และคุ้มค่าต่อการลงทุนเสียก่อน ทุกอย่างจึงจะสมบูรณ์

สำหรับเรื่องที่ดิน ทาง อบต.แก่งเสี้ยนจะมอบให้ ซึ่งต้องขอแจ้งสื่อมวลชนว่า โครงการทดสอบแปรรูปวัสดุที่ย่อยสลายไม่ได้ (พลาสติกเป็นน้ำมัน)เป็นโครงการลูก ของโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยระหว่างประชาชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

การที่เรามาเลือกพื้นที่บริเวณนี้ เพราะบ่อขยะเขาทองนั้นเป็นพื้นที่ราชพัสดุ จึงไม่ต้องการตั้ง เพื่อให้เกิดข้อครหา แต่ก็ถือว่าเป็นกิ่งงานเดียวกัน ก็คือบริเวณบ่อขยะเนินเขาทองใช้สำหรับคัดแยกพลาสติก เสร็จแล้วก็นำมาแปรรูปที่พื้นที่แห่งนี้ซึ่งหากกระบวนการประสบความสำเร็จ การกำจัดขยะจากต้นทางถึงปลายทางก็สมบูรณ์แบบ ซึ่งโครงการดังกล่าวเราจะเริ่มทำกันอย่างจริงจัง และสื่อมวลชนสามารถตรวจสอบได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการโรงไฟฟ้าจากขยะที่เนินเขาทอง มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง

พล.ต.รังษี ตอบว่า อย่างที่เคยบอกว่าโรงไฟฟ้าจะต้องมีขยะประมาณ 500 ตันต่อว่า หรืออาจจะถึง 600 ตันต่อวันเพราะต้องเผื่อเอาไว้จึงเป็นไปไม่ได้เพราะเมืองกาญจน์มีปริมาณขยะต่อวันไม่ถึง เพราะฉะนั้นโครงการดังกล่าวจึงเลิกคิดไปเลย แต่เชื่อได้ว่าเมืองไทยสามารถผลิตโรงไฟฟ้าได้ มีไม่เกิน 15 จังหวัด เพราะประชากรไทยมีอยู่ประมาณ 68 ล้านคน ประเทศเรามีอยู่ 77 จังหวัด เมื่อเอาจำนวนคนมาหารกับจำนวนจังหวัด เฉลี่ยแล้วประชากรแต่ละจังหวัดมีไม่ถึง 1 ล้านคน

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี มีประชากรอยู่ประมาณ 1 ล้านคน นักท่องเที่ยวอีกประมาณ 3 แสนคน ทั้งแรงงานต่างด้าวด้วย ยังมีขยะรวมกันวันละแค่ 350 ตันเท่านั้น ดังนั้นโครงการการผลิตไฟฟ้าจากขยะ จึงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงต้องยุติ แต่การยุตติโครงการไม่ใช่ความล้มเหลวของเรา แต่เป็นเพราะว่าปริมาณจำนวนขยะในแต่ละวันมีไม่ถึง แต่จากนี้ไปโครงการทดสอบแปรรูปวัสดุที่ย่อยสลายไม่ได้ (พลาสติกเป็นน้ำมัน)จะเป็นทางเลือกใหม่ แต่ทุกอย่างจะต้องทำประชาคมกับชาวบ้านในพื้นที่เสียก่อน

ด้านนายประจักษ์ บัวซ้อน ตัวแทนภาคเอกชนผู้ให้การสนับสนุนโครงการฯ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนได้นำงบประมาณมาลงทุนเบื้องต้นจำนวน 15 ล้านบาท ถามว่าคุ้มหรือไม่กับการลงทุนตรงจุดนี้ ตอบได้เลยว่าคุ้ม คือคุ้มกับการที่เราได้มาร่วมกันหาวิธีกำจัดขยะพลาสติกที่ย่อยยาก นี่คือการลงทุนที่คุ้มของภาคเอกชนส่วนผลการตอบแทนที่จะได้คืนมานั้น จะคุ้มหรือไม่คุ้มเรายังไม่ทราบ เพราะเฟสนี้เป็นเฟสของการศึกษาทดลอง ดีไม่ดีเราก็ยังไม่รู้ แต่เราก็ได้ศึกษาหาทางแก้ปัญหาขยะให้กับคนเมืองกาญจนบุรี และประเทศไทย สิ่งนี้คือสิ่งที่คุ้มที่สุดแล้ว

'ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออก เดินทางไปมาแล้วทั่วโลก และผมเองก็เป็นคนจังหวัดกาญจนบุรีโดยกำเนิด จึงต้องการตอบแทนสังคมชาวกาญจนบุรีด้วยความเต็มใจ' นายประจักษ์ กล่าว

 

นักวิจัยปลื้มผลงานวิจัย'วัคซีนเอดส์'กำลังไปได้สวยในระดับโลก

นักวิจัยปลื้มผลงานวิจัย'วัคซีนเอดส์'กำลังไปได้สวยในระดับโลก

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 18.50 น.

นักวิจัยเผยผลงานวิจัยทดลอง “วัคซีนเอดส์” ในประเทศไทยสร้างองค์ความรู้ระดับโลกกำลังไปได้สวยรุกหน้าไปมาก

21 พ.ค.62 นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อเอชไอวีเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อปี 2526 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษที่มีความพยายามศึกษา วิจัย และพัฒนายารักษาโรคเอดส์ ในขณะเดียวกันก็มีความพยายามอย่างมากในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหรือวัคซีนเอดส์อย่างต่อเนื่องทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย สถาบันฯ ในฐานะหน่วยงานกลางเพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศได้ติดตามการสร้างองค์ความรู้ด้านวัคซีนเอดส์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพร้อมพิจารณาให้การสนับสนุนในเรื่องนี้เพื่อช่วยกันหยุดยั้งมหันตภัยจากโรคร้ายนี้

นพ.ศุภชัย ฤกษ์งาม ที่ปรึกษาโครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลอง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีประสบการณ์ในการศึกษาทดลองวัคซีนเอดส์กับหลายภาคส่วน ทั้งองค์การอนามัยโลก สหรัฐอเมริกา และบริษัทวัคซีนต่าง ๆ ซึ่งเงื่อนไขของไทยในการเข้าร่วมทดลองตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงยุคปัจจุบันก็คือ หากทดลองประสบความสำเร็จกระทั่งสามารถขึ้นทะเบียนเป็นวัคซีนใช้ได้ คนไทยต้องได้ใช้วัคซีนนี้เป็นประเทศแรกและราคาต้องอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ที่สำคัญประเทศไทยจะมีบทบาทในฐานะเป็นผู้ร่วมวิจัยในโครงการเหล่านั้น

ทั้งนี้ ผลการทดลองโครงการ RV144 ระยะที่สาม เมื่อปี 2552 ซึ่งประเทศไทยโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กองทัพบกไทย และโครงการวิจัยเอชไอวี กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาทดลองโดยฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ไม่ติดเชื้อเอชไอวีที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี จำนวน 16,000 คน พบว่าวัคซีนปูพื้น (ALVAC) และวัคซีนกระตุ้น (AIDSVAX) ซึ่งเป็นโปรตีนจากเปลือกไวรัสเอชไอวีช่วยสร้างภูมิคุ้มกันผู้ติดเชื้อให้สูงขึ้นได้และลดการติดเชื้อได้ร้อยละ 31.2

“ผลการทดลองดังกล่าวทำให้โลกได้องค์ความรู้มากขึ้นและมีความหวังที่จะพัฒนาวัคซีนให้ได้ แต่ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณเพราะการวิจัยต้องใช้เงินจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามปัจจุบันในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขยังคงเตรียมข้อมูลเพื่อศึกษาวิจัยในกลุ่มชายรักชายในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและนครราชสีมา” ที่ปรึกษาโครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลอง กล่าว

ศ.พญ.พรรณี ปิติสุทธิธรรม หัวหน้าศูนย์วัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันวัคซีนเอดส์นั้น ยังอยู่ในกระบวนการวิจัย จากโครงการ RV144 เราได้มีการทำวิจัยต่อยอดในอาสาสมัครกลุ่มใหม่โดยการฉีดวัคซีนปูพื้นและวัคซีนกระตุ้น จากที่ให้วัคซีน 6 เข็มที่ 0, 1, 3 และ 6 เดือนโดยกระตุ้นซ้ำในช่วงเวลาที่แตกต่างกันที่ 12, 15 หรือ 18 เดือน พบว่าถ้ามีการเว้นระยะการฉีดวัคซีนจากเข็มที่ 6 เดือนไปฉีดกระตุ้นที่ 12, 15 หรือ 18 เดือน พบว่าการฉีดกระตุ้นที่ 15 หรือ 18 เดือนทำให้เกิดภูมิคุ้มกันมากขึ้น

หัวหน้าศูนย์วัคซีน กล่าวว่า ในระยะสองปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาวัคซีนปูพื้นโดยใช้เชื้อไวรัสอะดีโน 26 (Ad26) ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อโรคในสัตว์ที่สอดใส่ชิ้นส่วนของเชื้อเอชไอวีหลายสายพันธุ์ที่พบบ่อยทั่วโลก (Mosaic Vaccine) และกระตุ้นด้วยสารสังเคราะห์เลียนแบบส่วนเปลือกของโปรตีนจีพี 140 (gp140)

อย่างไรก็ตาม วัคซีนดังกล่าวผลิตโดยบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ได้ผ่านการศึกษาในระยะที่หนึ่งและสองในหลายประเทศ รวมทั้งในประเทศไทย โดยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันวิจัยแพทย์ทหารบก ซึ่งขณะนี้กำลังทดสอบหาประสิทธิผลเบื้องต้นในแอฟริกา หากพบว่าวัคซีนปลอดภัยและกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานก็อาจจะนำมาสู่การทดสอบหาประสิทธิผลต่อสายพันธุ์อีในประเทศไทยต่อไป

ศ.พญ.พรรณี กล่าวด้วยว่า งานวิจัยของไทยนับว่ามีคุณค่าต่อการพัฒนาวัคซีนเอดส์ในระดับโลก หวังว่าผู้เกี่ยวข้องในประเทศจะให้ความสำคัญและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและต่อยอดต่อไปในทุกด้าน และขอขอบคุณอาสาสมัครที่เข้าร่วมในการศึกษาวัคซีนเอดส์ เจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องทุกคน

สธ.แนะ‘สารสกัดน้ำมันกัญชา’ต้องสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์

สธ.แนะ‘สารสกัดน้ำมันกัญชา’ต้องสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 16.48 น.

สธ.แนะ‘สารสกัดน้ำมันกัญชา’ต้องสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์

21 พ.ค.62 นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ว่า กระทรวงสาธารณสุข คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยที่ต้องการรักษาด้วยสารสกัดน้ำมันกัญชา ซึ่งผู้ป่วยไม่สามารถนำมาใช้รักษาโรคได้ด้วยตนเอง ต้องได้รับการรักษา สั่งจ่ายและควบคุมจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของกรมการแพทย์และกรมการแพทย์แผนไทย เพื่อให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัย ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิผล มีความเป็นธรรมในการเข้าถึงการรักษา

นายแพทย์สุขุม กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ จัดอบรมการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แก่แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ทั้งหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข และนอกกระทรวงสาธารณสุข อาทิ  กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สภากาชาดไทย มหาวิทยาลัย เอกชนและบุคคล ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 กำหนดจัด 6 รุ่น ตั้งแต่เดือนเมษายน - กันยายน และรุ่นพิเศษสำหรับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 17 – 18 มิถุนายน 2562 ขณะนี้อบรมรุ่นที่ 1 แล้ว มีผู้ผ่านการประเมิน 175 คนจากที่เข้ารับการอบรม 192 คน รุ่นที่ 2 จะอบรมวันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2562

ขณะนี้เปิดลงทะเบียนออนไลน์รุ่นที่ 3 – 6 พร้อมกันทางเว็บไซต์กรมการแพทย์ http://www.dms.moph.go.th/dms2559 จำนวนรุ่นละ 300 คน และได้ให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อบรมวิทยากร ครู ก หลักสูตรการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย แก่แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ เภสัชกร หมอพื้นบ้าน เมื่อวันที่ 29 – 30 เมษายน 2562 มีผู้ผ่านการประเมิน 157 คนจากที่อบรมทั้งหมด 172 คน โดยวิทยากร ครู ก จะไปขยายผลอบรมแก่บุคลากรในระดับเขตสุขภาพ และกทม. ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2562

ทั้งนี้ ในการใช้สารสกัดกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ใช้ในการดูแลรักษาและควบคุมอาการของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล ไม่แนะนำให้ใช้เป็นการรักษาเริ่มต้น โดยใช้รักษาใน 3 กลุ่ม คือ

1.สารสกัดกัญชาได้ประโยชน์ในการรักษาซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการที่สนับสนุนชัดเจน ได้แก่ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากและที่ดื้อต่อยารักษา ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล

2.สารสกัดกัญชาน่าจะได้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ ซึ่งควรมีข้อมูลทางวิชาการที่สนับสนุนหรือการวิจัยเพิ่มเติม เช่น โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรควิตกกังวล โรคปลอกประสาทอักเสบ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เป็นต้น

3.สารสกัดกัญชาอาจมีประโยชน์ในการรักษา แต่ยังขาดข้อมูลจากการวิจัยสนับสนุนที่ชัดเจนเพียงพอในด้านความปลอดภัยและประสิทธิผล ซึ่งต้องศึกษาวิจัยในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองก่อนนำมาศึกษาวิจัยในมนุษย์ เช่น การรักษามะเร็ง และโรคอื่น ๆ 

 .....................................................

21 พฤษภาคม 2562

 

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net