วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรมหม่อนไหม ปั้นทายาท “ผ้าทอโบราณนาหมื่นศรี” จ.ตรัง ดันผ้าไทยสู่ระดับโลก


กรมหม่อนไหมเดินหน้าสืบสาน  รักษา  ต่อยอด “ผ้าทอโบราณนาหมื่นศรี”เมืองตรังอยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน  เร่งปั้นเด็กรุ่นใหม่เป็น“ทายาท”เพื่อสืบทอดการทอผ้านาหมื่นศรี    ส่วนปี62 เร่งตรวจสอบรับรองยกระดับมาตรฐานเป็นตรานกยูงพระราชทาน    หวังผลักดันให้เป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น   พร้อมวางเป้าชู 21พื้นที่ยกระดับงานโครงการพระราชดำริด้านหม่อนไหมทั่วประเทศ

นางสาวศิริพร   บุญชู   อธิบดีกรมหม่อนไหม   กล่าวภายหลังเดินทางเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรังว่า     ปัจจุบันผ้าทอนาหมื่นศรีมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานในตลาดอย่างกว้างขวางและเป็นผ้าทอที่มีการการอนุรักษ์สืบทอดลวดลายผ้ามาตั้งแต่โบราณกว่า400 ปีอยู่อย่างยาวนานและยั่งยืน   ปัจจุบันผ้าทอนาหมื่นศรีได้มีการอนุรักษ์ พัฒนาและยกระดับคุณภาพ จนได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย(ตรานกยูงพระราชทาน)2ประเภทคือตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน (Thai Silk)ประเภทผ้าถุง  ชนิดผ้ายก  ประเภทลายประยุกต์ และตรานกยูงพระราชทานสีเขียว (Thai  Silk  Blend )  ประเภทผ้าคลุมไหล่  ชนิดผ้า  ผ้ายก ประเภทลาย ลายประยุกต์ ชื่อลาย แก้วชิงดวง  นอจากนี้กลุ่มยังอยู่ระหว่างการขอรับการรับรองตรานกยูงพระราชทานสีเงิน  (Classic   Thai Silk)

สำหรับตรานกยูงพระราชทานนั้น    กรมหม่อนไหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการให้การรับรอง   ซึ่งตราดังกล่าวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานสัญลักษณ์นกยูงไทยให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ซึ่งเรียกว่า "ตรานกยูงพระราชทาน"  ทรงพระราชทานให้เป็นสัญลักษณ์รับรองคุณภาพผ้าไหมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  ซึ่งปี 2562 นี้กรมหม่อนไหมมีแผนที่จะส่งเสริมให้มีการผลิตผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทานแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างกว้างขวางขึ้นเพื่อสืบสาน รักษา  ต่อยอดและสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการอนุรักษ์ และคุ้มครองไหมไทยไว้เป็นสมบัติของชาติสืบไป ปัจจุบันกรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมการใช้เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทานให้แพร่หลายทั่วโลก โดยได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองตรานกยูงพระราชทานในต่างประเทศอีก 35 ประเทศ    ได้แก่   กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป จำนวน 27 ประเทศ จีน นอร์เวย์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินเดีย และฮ่องกง   รวมทั้งส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหมของเกษตรกรให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากจะเร่งส่งเสริม"ตรานกยูงพระราชทาน" แล้ว กรมหม่อนไหมได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาหม่อนไหมตามนโยบาย “สืบสาน รักษา  ต่อยอด”  ประกอบด้วย 1.โครงการสืบสานงาน “พ่อ “ ด้วยการยกระดับงานโครงการพระราชดำริด้านหม่อนไหมในพื้นที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯพร้อมขยายผลไปยังจุดเรียนรู้ขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านหม่อนไหมจำนวน 21แห่งทั่วประเทศ   2.โครงการสานต่องาน “แม่” ด้วยการเดินหน้าขับเคลื่อนหมู่บ้านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ จำนวน 21 แห่ง 3.โครงการรักษาพื้นที่โครงการพระราชดำริอนุรักษ์ภูมิปัญหาและทรัพยากรหม่อนไหมจำนวน 5 แห่งโดยเน้น “รักษา  คน  รักษา  อาชีพ”ภายใต้”โครงการสร้างทายาทหม่อไหมในโรงเรียน” และ4.โครงการต่อยอดโครงการพระราชดำริสู่การผลิตหม่อนไหมครบวงจรจำนวน 4 แห่ง  เป็นการคืนประโยชน์สู่สังคมภายใต้โครงการกำลังใจ ณ เรือนจำชั่วคราวรวมทั้งเตรียมเปิดแหล่งท่องเที่ยวหม่อนไหม จำนวน 4 แห่งในพื้นที่โครงการศิลปาชีพบ้านห้วยเดื่อจ.แม่ฮ่องสอน  ศูนย์ศิลปาชีพป้าทุ้ม –ป้าไท้ จ.สกลนคร  พื้นที่กระเหรี่ยงโปร์  ต.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี  และโครงการส่งเสริมอาชีพหม่อนไหม บางกระเจ้า

เพื่อเป็นการสืบทอดและอนุรักษ์อาชีพทอผ้าไหมให้อยู่คู่สังคมไทยแบบยั่งยืน   กรมหม่อนไหม ได้มอบหมายให้สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 5 จังหวัดชุมพรขับเคลื่อนโครงการสร้างทายาทหม่อนไหมให้แก่ลูกหลานของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรีและเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการทอผ้า  เพื่อสร้างคนรุ่นให้เป็นทายาทในการทอผ้านาหมื่นศรี    ซึ่งปัจจุบันมีเด็กรุ่นใหม่ที่ทอผ้า อยู่จำนวน 18 ราย จะทอผ้าพื้นผ้าขาวม้า และผ้ายกดอก ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมารายได้จากการทอผ้าเฉลี่ยรายละ 2,500 – 3,000 บาท    นอกจากนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรีได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลในการเข้ามาร่วมปรับปรุงอาคารสถานที่ในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ อาคารจัดแสดง พิพิธภัณฑ์ผ้าซึ่งแสดงความเป็นมาของผ้านาหมื่นศรี การบริหารจัดการสินค้า และการประชาสัมพันธ์สินค้าของวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรีให้มีความเข้มแข็งด้านตลาดอีกด้วย

  

สำหรับแผนส่งเสริมการตลาดและจำหน่ายผ้าทอนาหมื่นศรี นอกจากมีตลาดหลักในชุมชนแล้ว ยังได้การทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท FILA เพื่อเปิดไอเดีย เพิ่มความแปลกใหม่ของดีไซน์ในรูปแบบความเป็นไทย ด้วยผ้าขาวม้าไทย ฝีมือคนไทย ชาวจังหวัดตรัง จากชุมชมผ้านาหมื่นศรี FILA มีความตั้งใจจริงที่จะช่วยสร้างอาชีพและพัฒนาชุมชนที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย ด้วยความที่ FILA เป็นแบรนด์แฟชั่นจึงเล็งเห็นความสำคัญของผ้า “ผ้าไทย” และอยากร่วมอนุรักษ์การทอผ้าด้วยกี่ต่อไปร่วมสนับสนุนความเป็นไทยให้ไปไกลระดับโลก มีสถานที่จำหน่าย   อาทิ   เช่น    ซุปเปอร์สปอร์ต    เซ็นทรัลลาดพร้าว    เซ็นทรัลพระราม 9    เซ็นทรัลพัทยาบีช   เซ็นทรัลภูเก็ตเฟติวัล    เซ็นทรัลเวิลด์    เซ็นทรัลชิดลม และSupersports Online  ทั้งนี้บริษัท FILA สั่งทอผ้าลวดลายดังกล่าว จำนวน 3,000 หลา เพื่อใช้สำหรับการแปรรูปผลิตภัณฑ์อีกด้วย

สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาด้านหม่อนไหมในพื้นที่จังหวัดตรังนั้น   นอกจากกรมหม่อนไหมมีแผนในการส่งเสริม พัฒนาและอนุรักษ์และสืบทอดผ้าทอโบราณนาหมื่นศรีแล้ว ยังได้ส่งเสริมอาชีพการเกษตรการปลูกมัลเบอร์รี่ให้แก่เกษตรกรบ้านนาเมร่ ตำบลนาโยงเหนือและพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย  ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวมีสมาชิกจำนวนประมาณ 25 คน  ถือเป็นเกษตรกรกลุ่มแรก และยังเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของจ.ตรังที่ได้ปลูกหม่อนผลสดหรือมัลเบอร์รี่มาปลูกในพื้นที่มีปริมาณผลผลิตประมาณ1,350 กิโลกรัมไร่ต่อปี จำหน่ายในกิโลกรัมละ 150 บาททำให้กลุ่มมีรายได้สุทธิต่อปีจากการขายผลสดอยู่ที่ 142,800 บาท/ปี 

 

นอกจากนี้ยังได้มีการวางแผนการจัดการภายในแปลงตามหลักวิชาการและได้รับรองมาตรฐาน GAP และกลุ่มยังใช้วิธีการดูแลแบบธรรมชาติเพื่อให้ผลผลิตออกมามีคุณภาพดี และปลอดสารพิษ 100%   และได้นำผลผลิตมาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ อาทิ   มัลเบอรี่พร้อมดื่ม แยมมัลเบอรี่ ข้าวเกรียบมัลเบอรี่ มัลเบอรี่กวน สบู่มัลเบอรี่ และมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามและมีมาตรฐาน ขณะเดียวกันยังคงมีการตอนกิ่งจำหน่ายเป็นรายได้เสริม และกำลังดำเนินการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผ่านมาตรฐาน อย. และ มาตรฐานฮาลาลและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอีกด้วย โดยมีตลาดหลักในกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการประโยชน์ด้านการบำรุงสมอง และร่างกาย ส่งผลให้สินค้าหม่อนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มีแหล่งจำหน่ายที่กลุ่ม การจำหน่ายในโรงพยาบาล และโรงเรียน

 

 

โดย โรสกีญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net