วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สะพัด!เบื้องหลังญัตติขอเลื่อนประชุม ป้อม-สมคิดไม่ยอมชวนนั่งประธานสภา


สวัสดีครับ

          ขณะนี้ 13.37 น. นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาชั่วคราว กำลังดำเนินการในการประชุมเลือกประธานสภา แต่อาจจะเลื่อน

วาระออกไปตามที่มีผู้เสนอจากพปชร.

         สำหรับคนวัย 91 ปีอย่างนายชัย ชิดชอบ สามารถทำหน้าที่ได้ขนาดนี้ก็น่าอ้ศจรรย์

(คลิกที่สัญญาณหลัก)

 
 ฟรีทีวี/ช่องข่าวทีวีดิจิตอล

 ......................................................

 

ชวนขยับ 'ทุกอย่าง' ก็ถูกสยบ

    

                 "บัดนี้..........

 

                การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๒

                ข้าพเจ้า ขอเปิดประชุมรัฐสภา

                เพื่อให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติ ตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป

                ขอให้สมาชิกแห่งสภา

                พึงนึกถึงความสำคัญ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง

                เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน

                จะมีผลโดยตรง

                ถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุข ทุกข์ ของประชาชน

                จึงจำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน

                ปฏิบัติภารกิจทั้งปวง โดยเต็มสติ ปัญญา ความสามารถ

                ด้วยความสุจริต และด้วยความคิดพิจารณาอันสุขุม รอบคอบ

                หนักแน่น ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรง

                ตามหลักนิติธรรมและคุณธรรม

                ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไป โดยไม่ติดขัด

                และบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์ สมบูรณ์ บริบูรณ์

                ขออำนวยพร...........

                การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อย สัมฤทธิผล

                เป็นความผาสุกสวัสดิ์ และความวัฒนาถาวร แก่อาณาประชาราษฎร์ และชาติบ้านเมือง

                ทั้งขอให้ทุกคนที่ประชุมร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้

                ประสบความสุข ความเจริญ ทุกเมื่อถ้วนหน้ากัน"

                นี่คือ .......

                พระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภานัดปฐมฤกษ์ของ "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว"

                ซึ่งเสด็จฯ พร้อมด้วย "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี" ไป ณ ห้องประชุมวิเทศสโมสร  กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวาน (๒๔ พ.ค.๖๒)

                ก็จบกันซะที!

                สำหรับวาทกรรมแบ่งแยก "ฝ่ายประชาธิปไตย-ฝ่ายเผด็จการ"

                เพราะนับจากนี้.......

                ประเทศเข้าสู่ระบบรัฐสภา ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเรียบร้อยแล้ว

                วันเดียวกัน หลังรัฐพิธีเปิดรัฐสภา

                ๒๕๐ ส.ว.ก็ไปประชุมเลือกตัวประธานและรองประธานกันที่สภาชั่วคราว "อาคารทีโอที" ถนนแจ้งวัฒนะ

                ผลเป็นว่า......

                "นายพรเพชร วิชิตชลชัย" เป็นประธานวุฒิสภา

                "พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร" รองประธาน คนที่ ๑

                "นายศุภชัย สมเจริญ" รองประธาน คนที่ ๒

                "กากี่นั้ง" ล้วนๆ

                นายพรเพชร ก้นไม่ต้องเขยิบ เพียงเปลี่ยนป้ายหน้าห้อง จากประธาน สนช.ไปเป็น "ประธาน ส.ว." เท่านั้น

                พลเอกสิงห์ศึก "บัดดี้นายกฯ" ขยับจากสมาชิก สนช.เป็น รองประธานคนที่ ๑

                นายศุภชัย ก็ใช่อื่นไกล อดีตประธาน กกต.ชุดที่แล้ว เว้นวรรคไปวาดวงสวิงลดพุงพองาม ก็มาเป็นมือวางอันดับ ๒

                เป็นอันว่า สภา ส.ว.จบไปแล้ว........

                มาวันนี้ (๒๕ พ.ค.) เป็นเรื่องของสภา ส.ส.บ้างละ

                ๔๙๗ ส.ส. (ไม่นับธนาธร) จะประชุมเลือกตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองอีก ๒ รองกัน ที่สภาทีโอที

                สภานี้แหละ...สนุก!

                ตกลงใคร..จากพรรคไหน..ฝ่ายไหน จะได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ จากที่ประชุม คนอื่นเขาอาจรู้แล้ว

                แต่ผมยังไม่รู้เลย
                เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะส่งคนลงชิง

                พรรคพลังประชารัฐ ก็จะส่ง

                พรรคเพื่อไทย ก็จะส่ง

                ประธานสภาฯ นั้น จะมาจากเสียงข้างมากในที่ประชุม ก็เป็นสิ่งบอกได้อย่างหนึ่งว่า

                "ฝ่ายไหน" จะมีเสียงข้างมากกว่ากัน?             

                นั่นคือ คนที่จะได้เป็นประธานสภาฯ วันนี้ ต้องได้เสียง ส.ส.เกินครึ่ง

                ฉะนั้น ในการประชุมวันนี้รู้แน่ ว่าใครจะเอากะใคร จะเห็นชัดจากเสียงโหวตเลือกตัวประธานนี่แหละ

                ๒๕๑ เสียงขึ้นไป....

                เป็นของฝ่ายพลังประชารัฐ หรือของฝ่ายเพื่อไทย เบ็ดเสร็จ-เด็ดขาดกันซะที

                นั่นคือ เห็นตัวประธานสภาฯ เท่ากับเห็นตัวรัฐบาล!

                แต่...ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยังไม่ใช่เสียทีเดียว

                คือตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้........

                ให้ที่ประชุมรัฐสภา คือ ส.ส.๕๐๐+ส.ว.๒๕๐ = ๗๕๐ เลือกตัวนายกฯ ก่อน ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แล้วค่อยไปตั้งรัฐบาล

                ใครจะได้เป็นนายกฯ ต้องได้เสียงโหวตจากที่ประชุม ๓๗๖ เสียงขึ้นไป!

                คิดกันเล่นๆ สมมุติ รัฐสภาโหวตเลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ

                นั่นหมายถึง นายกฯ เป็นของพรรคพลังประชารัฐ

                แต่ถ้าวันนี้ ในที่ประชุม ส.ส.กลับเลือกคนพรรคเพื่อไทย หรือพรรคที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นฝ่ายไหนขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเสียงมากกว่า ๒๕๑ เสียงขึ้นไป

                พูดได้คำเดียวว่า.......

                รัฐบาลเลือกตั้ง "ล่มปากอ่าว" ๙๙.๙๙%!

                แต่ตอนคุยอยู่นี่ หูแว่วข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ลงมติจะเสนอ "นายชวน หลีกภัย" เป็นประธานสภาฯ ต่อที่ประชุม

                เออ...ก็ค่อยเบาใจ!

                เอาเถอะ ถึงประชาธิปัตย์ยังไม่พูดด้วยปากชัดๆ ว่า "ร่วมตั้งรัฐบาลกับพลังประชารัฐ"

                แต่การเสนอ "นายชวน" เป็นประธานสภาฯ เท่ากับส่งสัญญาณบวกว่า

                ประชาธิปัตย์ร่วมพลังประชารัฐ "ตั้งรัฐบาล" ๙๙.๙๙% ประมาณนั้น

                ผมเชื่อความคิดไตร่ตรองรอบคอบ-รอบด้านบนความความเป็นรัตตัญญูชนของอดีตนายกฯ ชวน

                ว่า ในสถานการณ์นี้ กับผลได้-ผลเสีย ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องรอง

                แต่กับ "ผลได้-ผลเสีย" ของชาติบ้านเมืองช่วงหัวเลี้ยว-หัวต่อ เป็นเรื่องหลัก

                และถือเป็นภาระหน้าที่ในความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผู้ใหญ่ระดับคุณชวน

                จะไม่นำประโยชน์ตน-ประโยชน์พรรค....

                ให้อยู่เหนือประโยชน์ชาติ ประโยชน์ประชาชน ในภาวะโลกเปลี่ยนยุค

                ที่ประเทศชาติอยู่ในช่วงต้องการความเป็นอันหนึ่ง-อันเดียวกัน เพื่อร่วมกันฝ่าฟัน นำสังคมชาติอันเป็นส่วนรวมเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ให้สำเร็จ

                พรรคอยู่ได้-ล้มได้

                คนอยู่ได้-ตายได้

                แต่ประเทศชาติของเราทุกคน จะล้มไม่ได้ จะตายไม่ได้

                ถ้าคุณชวนเสนอตัวเป็นประธานสภาฯ จริง

                บอกได้เลย....

                ว่านั่น ไม่ใช่เพราะคุณชวนกระสันในอำนาจวาสนา อยากมี อยากเป็น

                สูงสุดในอำนาจบริหาร คุณชวนผ่านมาแล้วทั้งหมด

                แต่ที่ตัดสินใจเอาบ่าแบกล้อครั้งนี้ เพียงเหตุผลเดียว

                เพื่อให้ทุกอย่างจบ......

                ช่วยนำพาสังคมประเทศขึ้นจากหล่มให้เดินไปข้างหน้า!

                ขอให้ทุกท่าน อ่านตรงนี้กันอีกครั้ง.........

                "............พึงนึกถึงความสำคัญ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง

                เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน

                จะมีผลโดยตรง

                ถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุข ทุกข์ ของประชาชน

                จึงจำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน

                ปฏิบัติภารกิจทั้งปวง โดยเต็มสติ ปัญญา ความสามารถ

                ด้วยความสุจริต และด้วยความคิดพิจารณาอันสุขุม รอบคอบ

                หนักแน่น ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรง

                ตามหลักนิติธรรมและคุณธรรม

                ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไป โดยไม่ติดขัด

                และบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์ สมบูรณ์ บริบูรณ์

                ขออำนวยพร........

                การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อย สัมฤทธิผล

                เป็นความผาสุกสวัสดิ์ และความวัฒนาถาวร แก่อาณาประชาราษฎร์ และชาติบ้านเมือง

                ทั้งขอให้ทุกคนที่ประชุมร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้

                ประสบความสุข ความเจริญ ทุกเมื่อถ้วนหน้ากัน"

                นี่คือ.......

                พระราชดำรัสเปิดรัฐสภาของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๑๐ เมื่อวาน

                อดีตนายกฯ ชวน ยืนอยู่ในหมู่สโมสร ส.ส.เฉพาะพระพักตร์ น้อมรับพระราชดำรัสนี้ด้วย

                ฉะนั้น ไม่ต้องถามกันอีกต่อไปแล้วว่า ประชาธิปัตย์ร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ

                ไม่ใช่เพื่อประชาธิปัตย์

                แต่เพื่อให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไป

                หนึ่งกระทำของ "อดีตนายกฯ ชวน" ครั้งนี้....

                เหนือกว่า "ล้านคำพูด".

'ชวน'เก็บอาการว่าที่ประธานสภาฯ'จุรินทร์'มั่นใจได้รับเสียงสนับสนุนเกินครึ่ง

    
 

เมื่อถามว่าการที่พรรคส่งนายชวน แสดงว่าพรรคที่จะร่วมงานกับปชป.จะโหวตให้กับนายชวนใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ได้ประสานงานต่างๆแล้ว แต่ขอไม่บอกว่ามีพรรคใดบ้าง แต่มีความมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ จนทำให้นายชวนเข้าไปทำหน้าที่ประธานสภาฯได้ และขอความกรุณาสส.ช่วยกันสนับสนุน เพราะถือว่านายชวนเป็นนักการเมืองต้นแบบของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะช่วยให้รัฐสภาของเรามีศักดิ์ศรี เพราะนายชวนเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนเรื่องของการร่วมรัฐบาลไม่ได้มีการพูดถึง เพราะต้องดูว่ามีพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเชิญหรือไม่

เมื่อถามว่าถ้าพรรคพลังประชารัฐเทียบเชิญ จะไปร่วมหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมระหว่างสส.กับกก.บห.พิจารณา ทั้งนี้ หากพปชร.ยกโหวตให้นายชวนก็ต้องขอขอบคุณ

ด้าน นายชวน ปฏิเสธการตอบคำถาม และกล่าวเพียงสั้นๆว่า ขอให้ผลการเลือกให้เสร็จสิ้นก่อน

สะพัด!เบื้องหลังญัตติขอเลื่อนประชุม 'ป้อม-สมคิด'ไม่ยอม'ชวน'นั่งประธานสภา

    
 

25 พ.ค.62 - รายงานข่าวจากพลังประชารัฐแจ้งว่า ในช่วงค่ำเมื่อวันที่ 24 พ.ค. แกนนำพรรคพลังประชารัฐ และคีย์แมนจากรัฐบาล นำโดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมตรี ได้หารืออย่างเคร่งเครียดโดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ไม่สามารถยอมให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งได้ 

 เนื่องจากจะเป็นการทำให้ปชป.มีอำนาจต่อรองมากเกินไป ทั้งที่มีส.ส.แค่ 52 เสียง แต่กลับได้ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งรับไม่ได้กับเงื่อนไข เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้านายชวน ได้เป็นประธานรัฐสภา จะทำให้มีการผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งพรรคพลังประชารัฐและคสช. ไม่สามารถรับได้ และต้องการผลักดันนายสุชาติ ตันเจริญ ให้เป็นประธานสภาตามเดิม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าวดังกล่าวได้เริ่มแพร่สะพัด ในช่วงเช้าที่บริเวณห้องจัดเลี้ยงอาคารทีโอที โดยเริ่มมีการพูดกันในกลุ่มส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ว่าอาจจะไม่มีการเลือกประธานสภาในวันนี้ และก็มีการพูดต่อๆกันไปในห้องประชุม. 
 

'อนุทิน'แจงเหตุส.ส.ภูมิใจไทยแห่ออกจากห้องประชุม เผยต้องการเลือกประธานสภาฯวันนี้!

    
 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะได้ประธานสภาในวันนี้หรือไม่ เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขอเลื่อน นายอนุทิน ตอบว่า มีทั้งฝ่ายเลื่อนและฝ่ายไม่เลื่อน แต่ตนอยากให้มีประธานสภาในวันนี้ 

 

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net