วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรมการข้าว โชว์ผลงาน Smart Farmer ต้นแบบของสงขลา


กรมการข้าว โดยสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ได้พยายามสร้าง Smart Farmer ด้านข้าว เพื่อพัฒนาให้เป็นชาวนาที่ปราดเปรื่อง มีความรู้ ประสบการณ์รอบด้าน สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้าวและความเข้าใจด้านการผลิตข้าว การแปรรูป การตลาดให้กับเกษตรกร ช่วยยกระดับรายได้ความเป็นอยู่ของชาวนาให้สูงขึ้นและมีอาชีพที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

โดยมีการคัดเลือกเกษตรกรที่มีความรู้และมีความเป็นผู้นำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประธานศูนย์ข้าวชุมชน เข้ามาเป็น Smart Farmer เพื่อมารับการฝึกอบรมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำนา การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ  รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวนาในทุกด้าน ซึ่งกรมการข้าวมีเป้าหมายในการพัฒนา Smart Farmer จำนวนทั้งสิ้น 11,250 ราย ในจำนวนนี้ก็จะมีการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น เป็น Smart Farmer model หรือเกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบด้านข้าว สำหรับเป็นแบบอย่างในการผลิตข้าวและพัฒนาองค์กรชาวนาต่อไป

นางจำเนียร เจียมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง กรมการข้าว กล่าวว่า  ศูนย์ข้าวชุมชนถือว่ามีความเจริญเติบโตมากและสร้าง  Smart Farmer รุ่นใหม่ๆได้หลากหลาย กรมการข้าวไม่สามารถผลิตพันธุ์ข้าวได้ทันต่อความต้องการของเกษตรกรแต่ให้การสนับสนุนศูนย์ข้าวชุมชนที่เปรียบเสมือนเป็นแขนขา อีกทั้งการปลูกข้าวเป็นความมั่นคงทางอาหาร ทำอย่างไรให้มีข้าวได้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ต้องตระหนัก การที่เรามีผืนนาเพียงน้อยนิดทำอย่างไรจะให้มีมูลค่าซึ่งเกษตรกรได้หันมาทำนาแปลงใหญ่ทำให้การปลูกข้าวในพื้นที่ภาคใต้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งการพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองและรักษาผืนนาไว้

นายบุญชอบ ทองดี ประธานศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลควนรู  อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ในฐานะ Smart Farmer กล่าวว่า ศูนย์ข้าวชุมชนถือเป็นหน่วยงานที่ดี เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานหรือด้านอื่นๆ  ทั้งยังมีการต่อยอดของสถาบันการศึกษาโดยเป็นแหล่งวิจัยของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  การรวมกลุ่มของเกษตรกรในศูนย์ข้าวชุมชน เป็นแหล่งองค์ความรู้ ที่มีการพบปะ พูดคุย ปรึกษาหารือ ประชุมและวางแผนการผลิต และยังได้นำเอาความรู้ที่ได้รับการอบรมมาจากกรมการข้าวหรือจากที่อื่นๆ มาถ่ายทอดเป็นวิทยากรให้สมาชิกเกษตรกรด้วย เช่นขั้นตอนพัฒนาการใช้เมล็ดพันธุ์  การใช้ปุ๋ย รวมทั้งน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติ รวมทั้งการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

นายสมนึก หนูเงิน  รองประธานศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์ข้าวชุมชนแห่งนี้แม้จะเป็นที่พึ่งของชาวนาแต่ความเข้มแข็งยังอยู่ในระดับปานกลางเพราะการรวมกลุ่มอยู่ที่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ศูนย์ข้าวชุมชนถือว่ามีบทบาทในการส่งเสริมให้ชาวนามีพันธุ์ข้าวที่ดีเพื่อนำไปเพาะปลูกและส่วนมากจะทำนาปีละ 2 ครั้ง แต่ทำนาปีเป็นหลักและทำเพื่อบริโภคแต่หากเหลือจะจำหน่าย อย่างไรก็ตามในอนาคตเราวางเป้าหมายให้ชาวนาขายข้าวได้ ตันละ 100,000 บาท  แม้รัฐบาลจะรับประกันที่ตันละ 15,000 บาท แต่กลุ่มวิสาหกิจข้าวบางแห่งสามารถขายได้ตันละ 60,000 บาท ตรงนี้จึงเป็นประเด็นว่าเราจะทำอย่างไรให้สามารถเพิ่มมูลค่าข้าวซึ่งนั่นเราต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการทำข้าวคุณภาพดี ปลอดเคมีและก้าวไปสู่การปลูกข้าวแบบอินทรีย์ โดยที่นี่จะปลูกพันธุ์เล็บนกปัตตานี ทับทิมชุมแพ ไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมใบเตย  กข 43 เป็นต้น

ส่วนตลาดข้าวมีวางจำหน่ายที่โรงสี ออกบูธ ตามงานอีเวนท์ต่าง ๆ และขายที่ ธกส. นอกจากข้าวสารแล้วยังได้ให้กลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ได้นำข้าวสารมาทำเป็นแป้งเพื่อใช้ทำขนมต่างๆ เช่น คุ้กกี้ธัญพืช ขนมเจาะหู ขนมพื้นบ้าน ที่มีคุณค่าทางอาหารและหาทานได้เฉพาะงานเทศกาลสารทเดือนสิบ แต่ตอนนี้สามารถหารับประทานได้ทุกๆวัน

และยังมีไวน์ข้าวสังข์หยด น้ำส้มสายชูหมัก ที่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้มาทำการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพที่ดีมากขึ้น ยังมีแป้งขนมจีน ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ  และเครื่องสำอางค์ที่ทำมาจากข้าว ได้อีกด้วย

นายปัญญา  แก้วทอง ประธานศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา  หนึ่งใน Smart Farmer ต้นแบบที่มีแนวคิดนำพาสมาชิกให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ข้าวภายใต้แบรนด์ “ข้าวหอมกระแสสินธุ์”  กล่าวว่า ทางกลุ่มได้มีการปลูกข้าวหลายสายพันธุ์เช่น ดอกมะลิ 105 กข.43  ข้าวไรท์เบอร์รี่ ข้าวขาวทั่วไป รวมทั้งการปลูกข้าวอินทรีย์ 12 ไร่ แบบแปลงใหญ่ มีมาตรฐานจีเอพี และจะเน้นการผลิตแปรรูปด้วยการใส่ถุงจำหน่ายเอง แต่มีข้อจำกัดคือโรงสีกำลังการผลิต 1 ตัน สามารถสีข้าวเปลือกได้ข้าวสารเพียง 500- 600 กิโลกรัม ในอนาคตมีโครงการอยากเสนอให้มีการสร้างโรงสีข้าวขนาด 10 ตัน งบประมาณ 5 ล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อการผลิต

ศูนย์ข้าวชุมชนของที่นี่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวสารเพื่อการบริโภคภายใต้การดำเนินการในรูปแบบศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และศูนย์ข้าวชุมชน ขณะนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำนาแบบแปลงใหญ่ทำให้ลดต้นทุนแต่ผลผลิตได้เพิ่มขึ้น  รวมทั้งต่อยอดการทำนาแบบอินทรีย์ และได้ผ่านระยะเวลาของการปรับเปลี่ยนมาแล้วโดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 17 คน แต่ไม่สามารถนำข้าวเปลือกที่ได้มาแปรรูปได้เองเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น

ปัจจุบันได้จำหน่ายข้าวสารผ่านช่องทางต่างๆรวมถึงตลาดออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่างๆ โดยมีจุดเด่นคือ หากมีปัญหาข้าวไม่มีคุณภาพเช่นข้าวมีมอด  เชื้อรา ขึ้นก็สามารถส่งคืนได้ เป็นรูปแบบการตลาดที่สามารถการันตีถึงคุณภาพข้าวของที่นี่ได้เป็นอย่างดี

โดย โรสกีญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net