วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ YSF เกษตรกรรุ่นใหม่ สืบสานวิถีเกษตร สู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ปัจจุบันอาชีพเกษตรกรรมถือเป็นหนึ่งในอาชีพยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ ที่สร้างความภาคภูมิใจไม่แพ้อาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานภาครัฐได้ให้การส่งเสริมสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำอาชีพเกษตรกันมากขึ้น เพื่อสืบทอดภูมิปัญญาและอาชีพที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน และก้าวไปสู่การเป็นเกษตรยุคใหม่ที่เทคโนโลยีและการตลาดเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้กับเกษตรกร

ปรารถนา ม่วงงาม เกษตรกรคนรุ่นใหม่จากศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดสุพรรณบุรี คือตัวอย่างของทายาทเกษตรกรโดยแท้ ที่ตัดสินใจลาออกจากการทำงานประจำ เพื่อหันกลับมาเป็นเกษตรกรทำนาปลูกข้าวตามแบบอย่างพ่อและแม่ เธอเรียนจบด้านธุรกิจการบินและเคยทำงานกับการบินไทยในแผนกต้อนรับภาคพื้นดิน แต่หลังจากที่บ้านประสบปัญหาไม่มีคนช่วยทำนา เธอจึงตัดสินใจลาออกมาทำนาต่อจากพ่อและแม่ แม้จะเป็นลูกชาวนาแต่เธอก็ไม่มีความรู้ด้านการเกษตรเลย จึงตัดสินใจไปเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์และธุรกิจเกษตร โดยใช้เวลาเรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หลังจากกลับมาทำนาด้วยตัวเอง เธอได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาของครอบครัวจากการปลูกโดยใช้สารเคมีแล้วส่งขายให้กับโรงสี มาเป็นปลูกข้าวไรซ์เบอรรี่ โดยเน้นปลูกเอง สีเองและขายเอง พร้อมทั้งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีความหลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่า


ปรารถนา เริ่มต้นการทำเกษตรโดยมีพ่อเป็นที่ปรึกษา ควบคู่ไปกับการมีเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตรคอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ ทำให้มีไอเดียใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่น การนำยอดข้าวที่ตัดทิ้งเพื่อให้ข้าวแตกกอมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ชายอดข้าว การนำปลายข้าวมาทำเป็นแป้งข้าวแล้วแปรรูปเป็นข้าวพอง ในรูปแบบหวาน ไม่ทอด แต่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของศูนย์ฯ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ขนมทองม้วนจากแป้งข้าวไรซ์เบอรี่ที่ทำส่งให้กับการบินไทย และเธอยังเปิดฟาร์มเป็นฟาร์มท่องเที่ยวโดยมีเครือข่ายกลุ่ม Young Smart Farmer เข้ามาร่วมอีกด้วย

“การได้กลับมาทำอาชีพเกษตรนั้นสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเองมาก เพราะนอกจากจะได้ต่อยอดภูมิปัญญาด้านการเกษตรจากพ่อกับแม่แล้ว การกลับมาสู่อาชีพเกษตรยังทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเราปลูกข้าวเอง แถมยังเป็นข้าวที่ปลอดภัย เราสีข้าวเองและขายเองให้ผู้บริโภคโดยตรง แล้วยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากข้าวอีกมากมาย ช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง” ปรารถนา กล่าว

สุระเทพ สุระสัจจะ เกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่ เป็นอีกคนหนึ่งที่เดินตามรอยอาชีพของพ่อ มุ่งมั่นปลูกพืชผักทุกอย่างให้เป็นผักที่ปลอดภัย ภายใต้แบรนด์ “ไร่เพื่อนคุณ” ปัจจุบัน "ไร่เพื่อนคุณ" เป็นศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่อำเภอประโคนชัย เกิดขึ้นจากความตั้งใจของพ่อ ซึ่งก่อนหน้านี้รับราชการและได้เห็นความทุกข์ยากของเกษตรกรจากกลไกการตลาด และการเจ็บป่วยที่เกิดจากการใช้สารฆ่าแมลง เมื่อเกษียณอายุราชการคิดอยากจะทำอะไรให้กับชุมชนบ้าง จึงเลือกทำเกษตรและเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป

“เริ่มต้นเราปลูกสิ่งที่ตัวเองชอบกินก่อน คือ เมล่อนและแตงโม ก็มีผู้สนใจ และผู้ประกอบการต่างๆ เข้ามาดูมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าที่สวนไม่ได้ใช้สารฆ่าแมลง ตอนนั้นผมยังทำงานอยู่ แต่ก็ช่วยพ่อดูแลอยู่เบื้องหลัง จนสุดท้ายธุรกิจเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ พ่อเลยบอกว่าให้มาช่วยเต็มตัว ผมก็อยากช่วยอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลาออกจากงานและกลับมาช่วยพ่อ”

สุระเทพ เล่าถึงการทำงานของศูนย์บ่มเพาะฯ ว่าจะเน้นให้ชุมชน และชาวบ้านรอบๆ พื้นที่ หันมาทำการเกษตรแบบปลอดภัย ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับสุขภาพของทุกคน โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง ช่วยให้ความรู้ในเรื่องของการเพาะปลูกพืช การบริหารจัดการปุ๋ย การพัฒนาคุณภาพของพืชที่ปลูก ซึ่งสุระเทพบอกว่าเป็นประโยชน์มาก และช่วยให้เขาพัฒนาเรื่องการผลิตได้มาก เพราะตัวเขาเองเรียนจบทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ แม้จะมีพ่อเป็นที่ปรึกษา แต่การได้รับความรู้ด้านการเกษตรเพิ่มเติมจากหน่วยงานของรัฐก็ช่วยให้เขาทำงานด้านการผลิตได้สะดวกและง่ายขึ้น ส่วนด้านการตลาดนั้น เขาได้นำความรู้ด้านการบริหารจัดการ และการตลาดที่ตัวเองมีอยู่ มาช่วยพัฒนาสินค้าภายในไร่ให้เป็นที่รู้จัก และเกิดกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ใช้หลักการ "3 ปลอดภัย เอาชนะ 3 อย่าง" คือ คนงานต้องปลอดภัย สิ่งแวดล้อมต้องปลอดภัย และผู้บริโภคต้องปลอดภัย

“เราจะเลือกเกษตรกรในพื้นที่ สร้างงานให้คนในชุมชน เราไม่ได้ปลูกแค่แตงโมกับเมล่อน แต่เราปลูกผักด้วย เราใช้กลไกการตลาดนำ เราจะผลิตตามออเดอร์ เน้นออเดอร์จากโรงพยาบาลในจังหวัดเราเองก่อน  พร้อมทั้งชักชวนเกษตรกรในเครือข่ายหันมาปลูกอาหารปลอดภัย ผักปลอดภัยส่งโรงพยาบาลกัน” สุระเทพ กล่าว

อีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของ YSF ก็คือ สวนแก้วมังกร ของ ฤชภูมิ ถิ่นฐาน เจ้าของศูนย์บ่มเพาะฯ จังหวัดแพร่ ฤชภูมิมีความสนใจด้านการทำเกษตรและต้องการสืบสานการทำอาชีพนี้ต่อจากพ่อ จึงตัดสินใจลาออกจากงานและกลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งเข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer และกรมส่งเสริมการเกษตรคัดเลือกให้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เขาจึงนำความรู้และมุมมองใหม่ๆ กลับมาใช้เป็นแนวทางสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาและสร้างตลาดแก้วมังกร ทั้งทาง Online และ Offline ภายใต้แบรนด์ Bantin จนส่งผลให้ชุมชนบ้านถิ่นได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมไทลื้อของภาคเหนือตอนบน 2

“ผมกลับมาอยู่บ้าน ผมก็อยากมีรายได้ตลอดทั้งปี เลยขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรเป็นสามพันต้น และปลูกอย่างอื่นด้วย เช่น มะม่วงหิมพานต์ ถั่วดาวอินคา มะม่วง เพื่อให้มีรายได้ทั้งปี หลังจากนั้นก็เรียนรู้เรื่องการแปรรูป โดยทำเป็นแก้วมังกรอบแห้ง ซึ่งผมได้กรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสื่อการเรียนรู้ และการทำข้อมูลเชิงลึกต่างๆ เช่น อบรมการเขียนแผนธุรกิจ การวางแผนการผลิตต่างๆ ซึ่งผมก็นำกลับมาถ่ายทอดให้คนในชุมชนและเครือข่าย การเป็น YSF ทำให้ผมมีโอกาสมากมาย ได้รู้จักเครือข่าย ได้เปิดตลาดจนเป็นที่รู้จัก ทำให้ผมเติบโตมาเรื่อยๆ ทุกวันนี้แก้วมังกรอบแห้งก็กลายเป็นที่รู้จักในตลาดเป็นอย่างดี” ฤชภูมิ กล่าว

เรื่องราวของ YSF ทั้ง 3 คน นับตัวอย่างเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจและน่าพึงพอใจสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่นอกเหนือจากจะเป็นการทำธุรกิจเกษตรที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาและพื้นฐานดั้งเดิมในอาชีพเกษตรแล้ว ยังช่วยสร้างความสุข และความมั่นคงให้กับคนทำอาชีพเกษตรยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

                            

โดย โรสกีญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net