วันที่ พุธ มิถุนายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไทย จับมือ FAO จัดงาน IUU DAY กระตุ้นให้ผู้คนเห็นคุณค่าของทรัพยากรประมง


ประเทศไทยโดยกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นเจ้าภาพจัดงานวันสากลในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม International Day for the Fight Against Illegal, Unreported and Unregulated Fishing หรือ IUU DAY สร้างความตระหนักเกี่ยวกับภัยคุกคามของการทำประมง IUU ที่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของทรัพยากรประมง รวมถึงผลกระทบที่มีต่อระบบเศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดีของมวลมนุษยชนทั่วทุกภูมิภาคของโลกในระยะยาว 

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าวว่า จากการที่ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ (The United Nations General Assembly) ได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี  เป็นวันสากลในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ  IUU DAY  นับเป็นเกียรติของประเทศไทยอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ในการเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้  ซึ่งในโอกาสนี้ประเทศไทยจะได้ประกาศความสำเร็จในการขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หลังจากที่ได้ยืนหยัดในการต่อต้านการทำประมงแบบ IUU อย่างเต็มความสามารถมาตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี จนสามารถพัฒนากลไกเพื่อป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแสดงบทบาทและความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการดำเนินการตามกฎระเบียบสากล และสามารถปลดใบเหลืองการทำประมง IUU ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันไทยได้ผลักดันการแก้ไขปัญหา IUU ของประเทศจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ อาทิ การผลักดันนโยบายประมงร่วมอาเซียน (ASEAN General Fisheries Policy) การเข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลงว่าด้วยการปฏิบัติตามบทบัญญัติของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการบริหารจัดการมวลปลาที่ย้ายถิ่น (UNFSA)  ข้อตกลงตามมาตรการของรัฐเจ้าท่า (PSM) ข้อตกลงว่าด้วยการทำประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (SIOFA)  รวมถึงการลงนามความร่วมมือในการต่อต้านปัญหาการทำประมง IUU กับประเทศฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น  การลงนามความร่วมมือทางด้านประมงกับประเทศเมียนมาร์ เป็นต้น  นอกจากนี้ ยังได้วางรากฐานการแก้ไขปัญหาการทำประมงของประเทศไปสู่การประมงอย่างยั่งยืน  ทั้งด้านกฎหมาย  การบริหารจัดการทรัพยากรประมงและกองเรือ  การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงด้านแรงงาน  เรียกได้ว่าไทยได้ปฏิรูปภาคการประมงทั้งระบบซึ่งเปลี่ยนแปลงจากอดีตไปอย่างสิ้นเชิง และพร้อมจับมือกับประชาคมโลกในการร่วมรักษาทรัพยากรทางทะเล และนำพาการประมงของประเทศและโลกไปสู่ความยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้แก่ประชากรของโลกต่อไป

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน IUU DAY มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักถึงความพยายามในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล และแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถยกระดับอุตสาหกรรมการประมงของไทยทั้งระบบให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติถือเป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขจัดปัญหา IUU ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคมาโดยตลอด  โดยในการจัดงานครั้งนี้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ  องค์การแรงงานระหว่างประเทศ  องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่น และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ประเทศไทย  ยังได้ร่วมกันกล่าวคำแถลงการณ์ถึงความสำคัญต่อการขจัดการทำประมง IUU และความร่วมมือในอนาคตระหว่างหน่วยงานเพื่อป้องกันปัญหาด้านทรัพยากร เศรษฐกิจ และสังคมอีกด้วย 

นายอดิศร  พร้อมเทพ  อธิบดีกรมประมง  กล่าวว่า กรมประมงมุ่งหมายให้ทุกคนได้รับรู้และรับทราบถึงการก้าวผ่านการทำประมงของเรือประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทย ซึ่งในอดีตยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกรณีของกฎหมายสากลและไม่มีการดำเนินการเพื่อป้องกันยับยั้งการทำประมง IUU ทั้งในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายที่ขาดความชัดเจนของกรอบกฎหมายในการกำหนดมาตรการติดตาม ควบคุมเฝ้าระวังการทำการประมง หรือจะเป็นเรื่องของการจัดการกองเรือที่ขาดการควบคุมไม่สามารถตรวจสอบใดๆ ได้ อีกทั้ง เรื่องของแรงงานบนเรือประมง ก็ไม่มีระบบตรวจสอบอย่างชัดเจน ซึ่งล้วนแล้วแต่นำไปสู่ความสูญเสียของทรัพยากรทางธรรมชาติและการคุกคามสิทธิ์เสรีภาพและการค้ามนุษย์และท้ายที่สุดได้รับใบเหลือง IUU เมื่อปี 2558

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ประเทศไทยได้ใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายจนกระทั่งได้ใบเขียว ประเทศไทยได้มีการปฏิรูปภาคการประมงอย่างอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกพระราชกำหนดการประมง ปี พ.ศ. 2558 และกระบวนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายทั้งระบบ โดยในส่วนของการทำประมงนอกน่านน้ำ ได้มีการปรับปรุงกฎหมายออกกฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงนอกน่านน้ำ พ.ศ. 2562 และมีการออกประกาศกรมประมงที่เกี่ยวข้องกับเรือประมงนอกน่านน้ำ จำนวน 7 ฉบับ รวมถึงมีการบริหารจัดการกองเรือประมงนอกน่านน้ำที่จะทำการประมงในพื้นที่ SIOFA ให้สอดคล้องกับพื้นที่การทำประมงและสมดุลกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง ได้แก่ ระบบติดตามเรือประมง (VMS) ระบบแสดงตนอัตโนมัติ (AIS)  ระบบรายงานและระบบเฝ้าระวังอิเล็กทรอนิกส์ (ERS) (EM)  ระบบการแจ้งเข้า - แจ้งออกเรือประมงผ่านระบบอิเล้กทรอนิกส์ (E-PIPO) ผู้สังเกตการณ์บนเรือ Observer onboard และคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่อย่างชัดดเจน (SOP) รวมถึงการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนระบบตรวจสอบด้านแรงงานประมง ฯลฯ ซึ่งการดำเนินการดังที่กล่าวมานี้นำไปสู่การปฏิรูป ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำการประมงนอกน่านน้ำอย่างเป็นระบบ และที่ชัดเจนที่สุด คือขณะนี้เรือประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทยสามารถออกไปทำการประมงได้แล้ว หลังจากที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปทำประมงนานถึง 2 ปี โดยเรือประมงนอกน่านน้ำลำแรกที่ได้ออกไปทำประมง ณ มหาสมุทรอินเดีย ได้แก่ เรือมณีเงิน 5 ซึ่งเดินทางออกไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ระบบการบริหารจัดการทำประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทยมีมาตรฐานได้รับการยอมรับในระดับสากลและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศได้

ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย พล.ต.ท. จารุวัฒน์  ไวศยะ  ผู้บัญชาการ สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงขั้นตอนการปฏิบัติในการดำเนินคดี ว่าเมื่อเราได้รับการแจ้งจากเจ้าพนักงานว่าพบการกระทำผิด ซึ่งมีทั้งในรูปแบบ พบการกระทำผิดซึ่งหน้าสามารถจับกุมได้ และแบบดูจากระบบ VMS ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็จะร้องทุกข์กล่าวโทษ ไปยังสถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ เพื่อไต่สวน โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนของการส่งหนังสือสั่งกักเรือ ยึดเครื่องมือประมง และแจ้งไปยังกรมเจ้าท่าให้ทำการล๊อคเรือ และการพิจารณาออกมาตรการทางการปกครอง ทั้งนี้ ในขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมาย จะมีการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาได้ชี้แจงเพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม และหากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาพบการกระทำผิดก็จะมีการเจรจาเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย แต่หากพี่น้องชาวประมงประสงค์จะเข้าสู่การพิจารณาของศาล   พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะส่งสำนวนให้อัยการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยขั้นตอนทั้งหมดเป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละคดี ทำให้ที่ผ่านมามีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้วหลายคดี แสดงให้เห็นว่าระบบควบคุมเฝ้าระวังการทำประมงของไทยมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

สำหรับกิจกรรมวัน IUU DAY กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพการจัดงาน ได้ใช้โอกาสนี้ในการประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาทั้งระดับประเทศและระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ อีกทั้งยังได้แบ่งปันประสบการณ์การแก้ไขปัญหา IUU ของประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมาและยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการประมงซึ่งจะส่งผลต่อการค้าการลงทุนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย ภายในงานยังมีจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประมงผิดกฎหมาย การออกบูธแสดงสินค้าและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมงทั้งแบบจำหน่ายหน้าร้านและผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์  โดยมีผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย คณะทูตานุทูตจากประเทศต่าง ๆ ผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการบริหารจัดการประมง  หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม รวมกว่า 200 คน

โดย โรสกีญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net