วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Trainer Story Ep.18 : ชีวิตใหม่


#ชีวิตใหม่

(หา)เรื่องโดย โค้ชธนา

Trainer Story Ep.18

++++++++++++++

.

“ผมค้นหาคำตอบได้แล้วครับว่าผมจะเป็นโค้ชไปทำไม”

คทาชายนายเดิมนัดเวลาโทรมาเพื่อขอให้โค้ชช่วยฝึกสอนทักษะการเป็นโค้ชอาชีพให้

.

โค้ชละสายตาจากการตรวจกิจกรรมฝึกทักษะการเขียนคอนเท้นของผู้เรียนในคลาสยอดคนพันธุ์ X แล้วพุ่งความสนใจไปที่ชายคนนี้แทน จำได้ว่าการสนทนาครั้งก่อนจบลงด้วยการให้ชายคนนี้ไปหาคำตอบที่สำคัญ 2 ข้อคือ ทำไมอยากเป็นโค้ช และ จุดยืนในการทำอาชีพนี้ของเขาคืออะไร

.

“คำตอบที่ว่านั้นคืออะไรครับ” โค้ชถามกลับน้ำเสียงสุภาพเจือรอยยิ้ม

“ผมอยากช่วยคนครับ อยากใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญที่มีช่วยทำให้ชีวิตผู้อื่นดีขึ้น”

.

โค้ชหัวเราะฮาใหญ่ก่อนแซวติดตลกไปว่า “นี่ไปลอกการบ้านใครมาเนี่ย คำพูดแบบนี้ผมว่ามันคุ้นๆนะ 555”

“ก็เอามาจากโค้ชนั่นแหละครับ” เขารับอย่างเหนียมอาย

.

“ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้าคุณจะเลือกทำอาชีพนี้เพราะเหตุผลนี้” โค้ชกล่าวอย่างใจดี “นักฝึกอบรมที่เก่งเป็นได้ไม่ยาก นักฝึกอบรมที่ดีเป็นได้ยากกว่า แต่นักฝึกอบรมที่ดีและเก่งเป็นได้ยากที่สุด คุณอยากเป็นนักฝึกอบรมแบบไหน?”

.

“ก็ต้องเป็นนักฝึกอบรมที่ดีและเก่งสิครับ” ไวกว่าแสงก็เห็นจะเป็นคำตอบของชายคนนี้

“นั่นใช่คือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆเหรอครับ ครั้งก่อนที่เราคุยกัน คุณบอกว่าเป้าหมายของคุณคือการเป็นโค้ชเงินล้าน”

.

“ไม่ผิดครับ” ไอ้หนุ่มเครื่องเริ่มร้อนไม่ต่างอะไรกับมาธาดอร์มือใหม่ที่พร้อมจะโชว์ฝีมือในการใช้ปลิดชีพวัวกระทิงทุกตัวที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเรียกเสียงปรบมือ “แต่โค้ชทำให้ผมคิดได้ว่า ผมจะไม่มีทางเป็นโค้ชที่ดีได้หากผมใช้เงินเป็นที่ตั้งในการทำงาน”

.

“มันก็ใช่ว่าเอาเงินเป็นที่ตั้งแล้วจะต้องกลายเป็นโค้ชที่ไม่ดีเสมอไป โค้ชดีๆที่ทำหน้าที่ของตนเองได้สมบูรณ์และได้รับค่าตอบแทนอย่างงามมีถมไป” โค้ชชี้แจง “สรุปแล้วลึกๆยังอยากเป็นโค้ชเงินล้านอยู่ไหม?”

.

“ลึกๆก็ยังอยากเป็นอยู่นะครับ เพราะส่วนนี้คือเป้าหมายในอาชีพ” เขาตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นคงเส้นคงวา บ่งบอกว่าไม่ได้โกหก “แต่จุดยืนในการทำหน้าที่ที่โค้ชให้หาคำตอบ ผมมาคิดๆดู มันก็จริงอย่างที่โค้ชว่าครับ ถ้าเราเก่งพอที่จะช่วยเขาได้ แต่เลือกที่จะไม่ช่วยเพราะเอาเงินค่าสมัครมาเป็นตัวกำหนด นอกจากจะทำให้คนๆนั้นสูญเสียโอกาสในการได้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว เราเองก็สูญเสียโอกาสที่จะได้ใช้ปัญหาของเขาในการพัฒนาความเชี่ยวชาญในอาชีพของเราไปด้วย”

.

โค้ชยิ้มอย่างพอใจให้กับคำตอบของชายคนนี้ อย่างน้อยการสนทนาครั้งก่อนก็ไม่เสียเวลาเปล่า

.

“เยี่ยมมากครับ ที่คุณเริ่มเห็นความสำคัญที่แท้จริงของการทำงานเพื่อเพิ่มพูนทักษะที่จะใช้ช่วยคนให้ได้มากขึ้นแทนการทำงานเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าตัวเองเพียงอย่างเดียว” เขากล่าวชมชายหนุ่มก่อนยิ่งคำถามสำคัญ “แล้วคุณพร้อมจะทำงานโดยโฟกัสที่การพัฒนาทักษะโดยไม่ได้เงินแบบนี้กี่ปีครับ ...5 ปี ...10 ปี หรือ ...20 ปี?”
.

“เอาตามจริงนะโค้ช ผมมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องรับผิดชอบ ผมยังเริ่มทำแบบที่โค้ชว่ามาไม่ได้หรอกครับ” เขายกข้ออ้างที่คิดว่าน่าฟังมาโต้แย้งพร้อมให้เหตุผลที่ดูมีน้ำหนักมาประกอบ “แต่ถ้าให้เริ่มจากการยอมรับค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆพอให้อยู่ได้ วิธีนี้ผมว่าทำได้ครับ”

.

“เป็นวิธีที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ” โค้ชคล้อยตามก่อนหักล้างด้วยข้อเท็จจริงที่ชายหนุ่มยากจะปฏิเสธ “แต่ในยุคที่โค้ชครูเก่งๆ หรืออย่างน้อยก็สามารถสร้างภาพทำให้คนทั่วไปเชื่อว่าเขาเก่ง มีเยอะแยะเต็มไปหมด คำถามสำคัญมันจึงอยู่ที่ว่า ทำไมผู้เรียนจะต้องมาเสียเงิน ถึงแม้จะเป็นจำนวนเล็กๆน้อยๆในสายตาของคุณเพื่อที่จะเรียนอะไรบางอย่างกับคุณด้วยล่ะครับ เขาไปจ่ายเงินเรียนกับโค้ชครูดังๆที่โปรไฟล์ดีกว่าคุณ ไม่ดีกว่าเหรอ?”

.

“โค้ชกำลังจะบอกอะไรผมครับ?”

สไตล์การใช้คำถามแทนคำตอบที่โค้ชสังเกตเห็น บ่งบอกว่าชายคนนี้ค่อนข้าง อีกทั้งยังควบคุมตนเองได้ดีทีเดียว เขาชักเริ่มถูกชะตาชายหนุ่มคนนี้ขึ้นมานิดๆแล้วซิ

“คนทุกคนมีปัญหา และเขาจะไม่หยุดแสวงหาคนที่จะช่วยแก้ปัญหานั้นให้เขาได้ สิ่งสำคัญที่ผมกำลังจะบอกคุณก็คือ คุณเป็นคนจบปัญหานั้นให้เขาได้มั๊ย”

.

“ผมมั่นใจว่าผมเป็นคนๆนั้นได้” เขายืนยันน้ำเสียงมั่นใจสุดติ่ง

“ความมั่นใจเป็นสิ่งดี แต่ถ้ามีมากไป นอกจากมันจะทำลายตัวคุณเองแล้ว มันยังทำร้ายคนอื่นด้วย” โค้ชเตือน “คุณคิดโค้ชที่หาเงินเก่งกับโค้ชที่ช่วยคนเก่ง แบบไหนทำให้คุณมีความมั่นใจในอาชีพได้มากกว่ากัน?”

.

“โค้ชที่ช่วยคนเก่งครับ”

“เพราะอะไรครับ?”

“เพราะการที่เราจะช่วยใครสักคนได้จริงๆ ไม่ใช่อาศัยแค่ความรู้ แต่ต้องมีความเชี่ยวชาญหรือทักษะที่มากพอด้วย”

.

“ยอดเยี่ยมครับ” โค้ชกล่าวชมก่อนจะแกล้งถามไปว่า “แต่ถ้ามันจริงอย่างที่คุณพูด ทำไมยุคนี้โค้ชครูส่วนใหญ่ถึงให้ความสำคัญกับการหาเงินให้เก่ง แทนการพัฒนาตนเองให้เก่งเพื่อที่จะได้ช่วยลูกศิษย์ของตนเองให้สำเร็จล่ะครับ บางทีอาจเป็นความร่ำรวยหรือเปล่าที่ทำให้คนเรามีความมั่นใจในอาชีพ?”

.

“ไม่รู้นะครับ” ชายหนุ่มให้คำตอบด้วยท่าทีลังเลเป็นครั้งแรก “บางทีอาจเป็นเพราะคนเราวัดความสำเร็จกันที่ความร่ำรวยหรืเปล่าครับ โค้ชครูเหล่านั้นจึงต้องสร้างภาพความสำเร็จทางอาชีพของตนเองด้วยความสำเร็จที่วัดได้เป็นตัวเงิน”

.

“ตอบได้เยี่ยมมาก” โค้ชพอใจที่ในที่สุดชายหนุ่มคนนี้ก็เริ่มมองเห็นในสิ่งที่เขาต้องการให้เห็น “จุดยืนของการทำธุรกิจฝึกอบรม (Training Business) คือกำไรจากการขายสินค้า และสินค้าในธุรกิจนี้ก็คือหลักสูตรต่างๆที่พวกเขาขายผ่านชื่อเสียงหรือความสำเร็จด้านการเงินที่ตนเองสร้างขึ้น ซึ่งไม่แปลกและไม่ผิด เพราะมันกลายเป็นค่านิยมที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเชื่อ แต่หากคุณอยากเป็นโค้ชที่ดีและเก่ง จุดยืนในการทำอาชีพนี้ของคุณต้องวัดจากจำนวนคนที่มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมจากความรู้ความเชี่ยวชาญของคุณ และคุณจะเป็นโค้ชที่ดีและเก่งเช่นว่านี้ได้ คุณต้องช่วยคนมามากพอก่อน มากพอจนตลาดรู้ว่าคุณมีดีอะไรและแก้ปัญหาอะไรให้เขาได้จริงๆ ทำได้แบบนี้ความสำเร็จทางอาชีพของคุณจึงจะยั่งยืน”

.

“แต่ผมจะเริ่มทำอาชีพนี้โดยไม่รับค่าตอบแทนเลยได้ยังไงครับ ผมอยากรู้”

“ผมเชื่อว่าถ้าคุณเกิดมาเพื่อเป็นนักฝึกอบรมที่ดีและเก่ง คุณจะหาคำตอบได้ไม่ยากว่าต้องทำอย่างไร”

“แต่ผมไม่มีเวลาแล้วครับ” เขาทูซี้เหมือนเด็กน้อยงอแงอยากได้ของเล่น

“คุณว่าแปลกไหม ที่คนทุกคนอยากไปสวรรค์ แต่กลับไม่มีใครอยากตาย” โค้ชเตือนสติชายหนุ่มทางอ้อม “หากวันนี้คุณต้องการ ‘ชีวิตใหม่’ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม คุณพร้อมจะทิ้ง ‘ชีวิตเก่า’ ของคุณไหมล่ะ?”

.

“โค้ชต้องการให้ผมลาออกจากงานที่ผมทำอยู่หรือครับ?”

“ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น” โค้ชปฏิเสธน้ำเสียงราบเรียบ “คุณคิดว่าผลลัพธ์ในชีวิตของคุณเกิดจากอะไร?”

“นิสัยใช่ไหมครับ” อีกครั้งที่คำตอบของเขาเดินทางเร็วกว่าแสง

“แหม เก็งข้อสอบมาดีเสียด้วยนะ” โค้ชแซว “แล้วนิสัยเกิดจากอะไรครับ?”

“อืมม โค้ชสอนว่านิสัยเกิดจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆ และการที่เราจะทำอะไรซ้ำๆ มันเกิดจากความเชื่อของเราที่มีต่อสิ่งนั้น” ชายหนุ่มไล่ไปที่ละสเต็ปไม่ต่างจากเด็กนักเรียนกำลังท่องแม่สูตรคูณ “สรุปคือความเชื่อใช่ไหมครับ?”

.

“ใช่แล้วครับ ชีวิตคือความเชื่อครับ และความเชื่อของคุณจะกำหนดผลลัพธ์ทุกอย่างในชีวิตให้กับคุณ” โค้ชทวนคำตอบก่อนสรุป “ดังนั้นหากคุณอยากได้ ‘ชีวิตใหม่’ สิ่งที่คุณต้องทิ้งไปให้ได้คือ ‘ความเชื่อเก่า’ ครับ”

“แล้วความเชื่อเก่าอะไรที่ผมควรทิ้งไปเพื่อการมีชีวิตใหม่ที่ผมต้องการครับ?”

.

“จากประสบการณ์การทำงานของผม ผมแบ่งการขายในโลกนี้ออกเป็น 2 อย่าง นั่นคือ ขายสินค้า กับ ขายตัวเอง

และการที่คุณจะขายสินค้าและบริการของคุณให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน คุณต้องขายสินค้าผ่านการขายตัวเอง ตามทันนะ

ทีนี้เทคนิคการตลาดพื้นฐานที่เขาสอนๆกันมาคือ ชอบ – เชื่อ – ช่วย หัวใจสำคัญของเทคนิคนี้ก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้คนชอบคุณก่อน เมื่อเขาชอบคุณแล้ว เขาจะเชื่อในสิ่งที่คุณแนะนำ และเมื่อคุณแนะนำให้เขาซื้อสินค้าและบริการของคุณ เขาก็จะช่วย”

“แล้ววิธีนี้มันไม่เวิร์คหรือครับ ฟังดูโอเคจะตาย”

.

“เวิร์คสิ แต่สำหรับผม เทคนิคนี้มันทำให้คนไหลไปตามกิเลสมากเกินไป และถึงแม้จะดูได้ผลดีในระยะสั้น แต่ระยะยาวแล้ว กลับสร้างผลเสียมากกว่า ผมเห็นมากับตาในหลายกรณีจากทั้งชีวิตจริงและที่อ่านเทียบเคียงได้จากเรื่องราวของคนสำเร็จจำนวนมาก จนวันที่ผมผันตนเองจากนักขายมาเป็นนักฝึกอบรม และเปิดหลักสูตรฝึกนักขาย ผมจึงสร้างทฤษฎีการตลาดแบบใหม่ที่ทำให้ผมกลายเป็นนักฝึกอบรมในแบบที่ผมเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ได้”

“ทฤษฎีที่ว่านี้คืออะไรครับ?”

.

“เทคนิคการตลาดแบบสวนกระแส(ทั้งสังคมและกิเลส) ช่วย – ชอบ – เชื่อ

หัวใจของเทคนิคนี้ก็คือ จงใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญที่คุณมีช่วยทำให้ชีวิตคนดีขึ้นให้ได้มากพอเสียก่อน ช่วยเขาให้มากพอทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพจนเขาชอบคุณ และเมื่อเขาชอบคุณแบบมีสติเพราะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของคุณเป็นแบบใดแล้ว เมื่อนั้น เวลาคุณแนะนำให้เขาทำสิ่งใดเพื่อตัวเขาเอง เขาก็จะเชื่อคุณ”

“ว้าว ที่โค้ชพูดมามันฟังดูมันยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ”

.

“เทคนิคที่ผมบอกคุณวันนี้ ไม่ใช่แค่ความเชื่อเท่ๆที่เอาไว้สอนกันเท่ๆในห้องอบรมสัมมนานะครับ แต่เป็นความเชื่อที่คุณจะต้องนำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นนิสัยใหม่ และถ้าคุณเชื่อผม ความเชื่อนี้จะบอกคุณเองว่าต้องทำอะไรเพื่อการมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม”

.

“โค้ชบอกผมได้ไหมครับว่าทำไมความเชื่อมันถึงทรงพลังในการเปลี่ยนชีวิตคนเราได้ขนาดนี้?”

“ยังไม่ถึงเวลา” โค้ชปฏิเสธที่จะป้อนข้าวให้แก่เด็กแรกเกิด “เอาไว้คุณนำเทคนิคที่ผมแนะนำไปปฏิบัติจนเกิดผลลัพธ์บางอย่างขึ้นกับตัวคุณเองและคนที่คุณได้ช่วยเหลือเขาก่อน ค่อยเอาผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาพูดคุยกับผมเพื่อเทียบเคียงกัน เมื่อถึงวันนั้น ผมจะอธิบายให้คุณได้รู้ว่าทำไมความเชื่อจึงมีพลังมหาศาลในการเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนเรา”

.

หลังจากวางสายจากชายหนุ่ม โค้ชก็พุ่งความสนใจกลับมาที่การตรวจกิจกรรมฝึกเขียนคอนเท้นของผู้เรียนต่อไป

.

.

#โค้ชธนา

#Excellent_Writer

#Trainer_Story

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net