วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมีไม่ใช่สัญลักษณ์ประจำชาติรัสเซีย


 
Getty Images
 
 
 

หมีกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติรัสเซีย
โดยมีเรื่องราวและตำนานที่แปลก ๆ
และเรื่องราวทั้งหมดนี้ก็เป็นข่าวปลอมเช่นกัน
ข่าวปลอมดังกล่าวก็มีมานานหลายร้อยปีแล้ว

เริ่มต้นหมีไม่ใช่สัญลักษณ์ของรัสเซีย
และไม่เคยเป็นอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
สัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของรัสเซียในทุกวันนี้
คือ นกอินทรีสองหัว คือ สัญลักษณ์ประจำชาติรัสเซีย
แต่ลองจินตนาการว่ากินเวลาอย่างน้อย 5 ศตวรรษแล้ว
คนที่อยู่นอกประเทศรัสเซียพยายามโน้มน้าวให้คนเชื่อว่า
หมี คือ สัญลักษณ์ของชาติรัสเซีย
จนในที่สุดคนรัสเซียก็เริ่มเบื่อหน่ายที่จะชี้แจง
และต่อต้านความเชื่อดังกล่าวของคนต่างชาติส่วนใหญ่
เพราะมันง่ายมากที่จำใจจะยอมรับความเข้าใจผิดในเรื่องแบบนี้
แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาพยายามอธิบายความจริงกับคนเข้าใจผิด

ในช่วงพิธีปิดการแข่งขันโอลิมปีกปี 1980
มีการปล่อยตัวลูกโป่งพร้อมบอลลูนรูปหมีขนาดใหญ่ขึ้นสู่ท้องฟ้า
และทำให้หมีกลายเป็นสัญลักษณ์
ของการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย

 
 

การประหารชีวิตและข่าวลือที่แพร่หลาย

เรื่องจริงก็คือ หมีได้รับการเคารพในรัสเซีย
มาตั้งแต่สมัยโบราณนานมามากแล้ว
สำหรับคนป่าเถื่อนชาวสลาฟ  หมีเป็นสัตว์ totem
(เครื่องหมายสัญลักษณ์ประจำเผ่าต่าง ๆ)

เป็นช่วงเวลาหลายศตวรรษก่อนในยุคกลาง
ชาวสลาฟมักจะเดินทางเร่ร่อนไปทั่วรัสเซีย
พร้อมกับหมีที่เลี้ยงจนเชื่องและได้รับการฝึกฝน
ให้เต้นรำด้วยท่าทางง่าย ๆ และขอเงินทองจากผู้ชม

แต่หนึ่งในอาชีพหลักของหมีในเวลานั้น
คือ การประหารชีวิตนักโทษ
โดยหมีจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน
ในศตวรรษที่ 16 ภายใต้การปกครอง Ivan the Terrible (อีวานจอมโหดผู้บ้าคลั่ง)
บางครั้งหมีถูกนำมาใช้ในการประหารชีวิตคนทางอ้อม
โดยนักโทษจะถูกมัดติดกับตัวหมีด้านหน้า
และหลังจากนั้นก็จะปล่อยหมาหมู่เข้ารุมกัดหมีกับนักโทษ
หมาหมู่ก็จะพยายามกัด/ฉีกเนื้อหนังหมีพร้อมกับคนโชคร้ายในเวลาเดียวกัน

 
 
ภาพวาดของ Viktor Vasnetsov อธิบาย นายพรานสู้กับหมีเพื่อความเพลิดเพลินของจักรพรรดิ์ซาร์
ในปี 1898  The State Historical Museum, Moscow. Vladimir Vdovin/Sputnik
 

ในปีค.ศ. 1526
เรื่องราวสยองขวัญได้แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างง่ายดาย
เมื่อ Siegmund von Herberstein นักการทูตชาวออสเตรีย
ได้เขียนข้อความเกี่ยวกับฤดูหนาวในรัสเซีย ดังนี้:
ฝูงหมีที่ต่างหิวโหยต่างมุ่งหน้าออกจากป่า
และวิ่งไปรอบ ๆ หมู่บ้านที่ใกล้เคียง
พร้อมกับบุกเข้าไปในบ้านของชาวบ้าน
แต่เมื่อชาวบ้านต่างหลบหนีออกจากบ้านแล้ว
ต่างตายเพราะความหนาวเย็น  เป็นการตายที่น่าสมเพชมาก "

เรื่องราวดังกล่าวนี้ต่างมีการคัดลอก (Copy) กันไปมา
โดยนักเดินทางชาวอิตาลี โปแลนด์ อังกฤษ เยอรมันและดัตช์
นักเดินทางเหล่านี้ได้เดินทางไปรัสเซียในอีกร้อยปีต่อมา
ความคิดที่จำฝังใจไว้ก่อนเดินทางไปรัสเซีย
คือ มีพวกหมีเดินเตร่ไปตามท้องถนนของรัสเซีย
เป็นเรื่องที่ถือว่าธรรมดามากและเป็นเรื่องปกติ
เป็นตำนานที่ยาวนานที่สุดในเรื่องนี้เกี่ยวกับรัสเซีย
นับตั้งแต่มีการเล่าขานเรื่องราวที่แปลกประหลาดนี้
จนเชื่อกันไปทั่วโลกว่า มีหมีเดินไปตามถนนทุกหนทุกแห่งในรัสเซีย





ยารักษาหัวล้าน

เรื่องนี้จะว่าเป็นเล่ห์เหลี่ยมทางการค้า
หรือการสมรู้ร่วมคิดของชาวยุโรปก็ว่าได้
ไม่ต่างจากทุกวันนี้ ที่เกิดได้ง่ายมาก
เมื่อมีการพูดกันแบบปากต่อปากในสื่อสังคมออนไลน์

เรื่องราวแต่ปางก่อนนั้น  ในช่วงศตวรรษที่ 16
มีพ่อค้าชาวอังกฤษที่ชาญฉลาดได้โฆษณาชวนเชื่อ
เพราะพ่อค้าเหล่านี้เดินทางค้าขายกับรัสเซียเป็นประจำ
ในขณะเดียวกันความคิดของคนอังกฤษที่มีต่อรัสเซีย
ก็ชื่นชอบกับสินค้าที่ส่งออกจากรัสเซีย เช่น
น้ำผึ้ง ขนสัตว์ หนังสัตว์ ไขมัน ขี้ผึ้ง
และสิ่งที่ชาวอังกฤษยุคเก่าเชื่อว่าดีที่สุดคือ ไขมันของหมี
ทำให้ไขมันหมีเป็นภาพลักษณ์ที่จดจำของรัสเซีย
พอ ๆ กับภาพลักษณ์ขนมครัวซองต์ของปารีส์(ฝรั่งเศส)

พ่อค้าชาวอังกฤษจึงโฆษณาชวนเชื่อว่า
ไขมันจากหมีรัสเซียแก้ปัญหาผมร่วงและหัวล้านได้
เพราะสาเหตุมาจากความเชื่อที่ว่า
หมีต่างมีขนดกมากทุกหนทุกแห่งในลำตัว
และไขมันหมีก็มาจากแดนไกลด้วย
ทำให้ไขมันหมีมีราคาแพงมากเช่นกัน

แต่ความจริงแล้วไขมันหมีที่ขายกันในท้องตลาด
ทำมาจากไขมันของหมูอ้วนที่เลี้ยงกันในอังกฤษ
แต่สุภาพบุรุษชาวอังกฤษต่างก็หมกมุ่นอยู่กับการรักษาหัวล้าน
เพราะหัวล้านทำให้ดูน่าอับอายในสายตาชาวบ้าน
พลังของสื่อที่โฆษณาจึงเป็นที่ชื่นชอบและต้องใช้ไขมันนี้

 
 
 
 

 

 

เหตุผลทางภูมิศาสตร์

อีกเหตุผลหนึ่งที่รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมีมากในสายตาของชาวยุโรป
คือ สถาบันการศึกษาที่ฝึกหมี ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด
ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 17 ในเมือง Smorgon
เป็นสถาบันการศึกษาที่ต้องใช้ความพยายามบ้างเล็กน้อย
เป็นโรงเรียนเอกชนที่ฝึกพวกหมีให้กับคณะละครสัตว์ทั่วไปในยุโรป
และเรื่องที่สำคัญว่าในเวลานั้น
Smorgon เป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพโปแลนด์ - ลิทัวเนีย
คนยุโรปโดยเฉลี่ยก็ไม่สนใจกับความถูกต้องทางภูมิศาสตร์อยู่แล้ว
รู้แต่ว่ามันอยู่ที่ไหนสักแห่งในภาคตะวันออก
และเชื่อว่าบางแห่งในภาคตะวันออกคือ รัสเซีย

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ
ที่ชาวอังกฤษเขียนภาพการ์ตูนการเมือง
และสัญลักษณ์ทางการเมืองในศตวรรษที่ 19
รัสเซียมักจะปรากฎตัวเป็นหมี
ภาพหมีมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาโดยคนอื่น ๆ
และในช่วงสงครามเย็นหมีก็กลายเป็นสัญลักษณ์
นโยบายที่โหดร้ายและกระหายเลือดของสหภาพโซเวียตรัสเซีย

 
 
Creative Commons / William Heath


 
 
 

สัญลักษณ์โอลิมปิก

รัสเซียชอบหมีเป็นสัญลักษณ์หรือไม่
เรื่องแบบนี้มันพูดยากเช่นกัน
เพราะมักจะปรากฎอยู่บนฉากหลัง
แทนสัญลักษณ์ชาติรัสเซียตลอดมา
ความนิยมชื่นชอบหมีรัสเซียในยุโรป
มักจะเป็นเชิงลบต่อชาติรัสเซียเสมอมา
แม้ว่ารัสเซียพยายามบอกซีกโลกตะวันตก
ให้มองโลกในแง่บวกบ้างว่า 
หมีคือ สัญลักษณ์ของความกล้าหาญ แข็งแรง
ทรหดกัดไม่ปล่อยง่าย ๆ 
และได้นำเสนอในรุปสัญลักษณ์ Mascot โอลิมปิกมอสโคว
ด้วยการปล่อยลูกโป่งหลายลูกพร้อมกับบอลลูนรูปหมีขึ้นสู่ท้องฟ้า

หลังจากสหภาพโซเวียตรัสเซียล่มสลาย
หมีได้มีการเข้าร่วมแข่งขันเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติรัสเซียในปี 1993
แต่พ่ายแพ้ให้กับนกอินทรีย์สองหัวของจักรวรรดิ์รัสเซีย
ที่มีการใช้งานมานานตั้งแต่สมัยจักรวรรดิ์ซาร์ Ivan III ในปี 1472
และว่างเว้นไปช่วงปฏิวัติรัสเซียในช่วงปี1920-1992
ที่ใช้ตราสัญลักษณ์ค้อนเคียว
แต่อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2001
หมีได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของพรรค United Russia

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
Олимпийский Мишка, Москва - 1980

 
Putin (คนยืน) ในที่ประชุมของพรรค United Russia Party Congress ครั้งที่ 9 วันที่ 15 เมษายน 2008
 
 
 
เรียบเรียง/ที่มา
 
 
 


Ivan III  1472

 

สหภาพโซเวียตรัสเซีย 1992 
 

 


ชาวบ้าน



นักการทูต


ข้ารัฐการ
 

 
 
เรื่องเดิม
 
 
 

 
เรื่องเล่าไร้สาระ
 
ที่สงขลาแต่ก่อนนานมาแล้ว
ก่อนเข้าเมืองแถวบริเวณที่ตั้งโรงพยาบาลจิตเวช
เข้าเมือง ไปสวนตูล(หลังวิทยาลัยครู)
หรือที่เรียกกันว่าตรงแยก/คลองสำโรง
แต่ก่อนมีวงเวียนน้ำพุรูปหอยตั้งอยู่
ซึ่งเป็นหน้าตาก่อนเข้าตัวเมืองสงขลา
 
สักพักมีการติดป้ายโฆษณานมตราหมี
แผ่นเบ้อเร่อติดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาล
ซึ่งเห็นเด่นชัดมากเวลาจะเข้าเมือง
ทำให้ชาวบ้านเลยเรียกกันว่า
วงเวียนหมีหอย หอยหมี จนติดปาก
 
ผลสุดท้ายเทศบาลเมืองสงขลา
ต้องรื้อวงเวียนดังกล่าวทิ้ง
อ้างว่าทำให้รถติดมากกว่าเดิม
เลยปิดตำนานวงเวียน หมีหอย หอยหมี
 
จริง ๆ วงเวียนมีแนวคิดมาจากฝรั่งเศส
ที่คิดหาวิธีกลับทิศทางรถม้าให้ได้เร็วที่สุด
และนำมาปรับใช้กับการกลับทิศทางรถยนต์
ในเมืองไทยนิยมสร้างกันมากหลังปี 2475
ซึ่งผู้นำคณะปฏิวัติเช่น จอมพล ป. พิบูลสงคราม ปรีดี พนมยงค์
ก็ต่างสำเร็จการศึกษามาจากฝรั่งเศส

โดย ravio

 

กลับไปที่ www.oknation.net