วันที่ พุธ มิถุนายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

‘เทพไท’หลุด‘ปชป.’คุม2กระทรวง จี้‘บิ๊กตู่’เร่งตั้งครม. // ทำดีได้ดี ทำช่อได้ช่อ


สวัสดีครับ

         ผมขอบคุณ admins ของ oknation.net  ในการช่วยแก้ไขให้การโพสข้อความลงบล็อกได้สะดวกขึ้น ไม่ 'ส่งข้อความ'

แล้วหายต๋อมไม่ทันข้ามวันก็เข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว แย่สุดๆเลยครับ

         นายเทพไท เสนพงศ์ คนสำคัญพรรคปชป.เรียกร้องนายกฯให้ฟอร์มครม. แล้วมอบหมายหน้าที่กระทรวงต่างๆให้พรรคแกน

นำและพรรคร่วมรัฐบาลตามที่ตกลงกันไว้โดยเร็ว แม้ตัวเองจะหลุดจากตำแหน่งก็ตาม

         นักวิชาการ 'แหกคอก' มาอีกรายแล้วครับ คราวนี้ไม่ใช่ประเด็นปล่อยเสรีกัญชา แต่เสนอยกเลิกกฎหมายเอาผิดค้าประเวณี

โอ้โฮ ... พอกฎหมายนี้ออกมาก็จะมีซ่อง สถานบริการ เกิดขึ้นสะพรึบไปเลย แล้วเลิกกฎหมายค้ามนุษย์เสียด้วยเลยก็น่าจะดี

 

 

ตึงเครียด! 'จนท.ฮ่องกง'ยิงแก๊สน้ำตาใส่'ผู้ประท้วง' หลังพยายามบุกเข้าสภา

ตึงเครียด! 'จนท.ฮ่องกง'ยิงแก๊สน้ำตาใส่'ผู้ประท้วง' หลังพยายามบุกเข้าสภา

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 16.26 น.

12 มิ.ย.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากกรณีที่ชาวฮ่องกงจำนวนมาก ได้ออกมาชุมนุมประท้วงคัดค้านร่างกฎหมายเนรเทศผู้กระทำความผิดในคดีอาญาอุกฉกรรจ์ แม้เป็นชาวต่างชาติ ให้ไปเข้ารับการไต่สวนและรับโทษตามกระบวนการตามกฎหมายของประเทศหรือดินแดน ที่แม้ไม่ได้ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกันอย่างเป็นทางการซึ่งรวมถึงจีน โดยตามกำหนดการจะมีการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันนี้ แต่ผู้ประท้วงได้ชุมนุมบริเวณโดยรอบอาคารสภานิติบัญญัติและบริเวณใกล้เคียง ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมสภาฯ ออกไปอย่างไม่มีกำหนดนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเส้นตายที่กลุ่มผู้ประท้วงกำหนดให้รัฐบาลปัดตกกฎหมายดังกล่าวลง ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมหลังมีความพยายามบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้สเปรย์พริกไทย แก๊สน้ำตา และฉีดน้ำแรงดันสูงใส่กลุ่มผู้ประท้วง ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงได้ขว้างปาสิ่งของ ก้อนหิน แท่งเหล็ก ใส่เจ้าหน้าที่ 

นอกจากนี้ ตำรวจได้ยิงสเปรย์พริกไทยใส่ผู้ประท้วงอีกกลุ่มหนึ่งในย่านทิมวา อะเวนู เหตุการณ์นี้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆของฮ่องกงด้วย 

เบื้องต้น ยังไม่มีรายละเอียดว่ามีผู้บาดเจ็บกี่คน แต่หน่วยพยาบาลได้เข้าให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว 

 
 
 
 
 
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ทำดีได้ดี ทำช่อได้ช่อ

เกิดปรากฏการณ์ที่ผู้คนในแวดวงสังคมออนไลน์ ออกมาแสดงท่าที “รับไม่ได้” กับการแสดงออก ทั้งรูปภาพ ข้อความ ท่าที อาการที่มีนัยต่อสิ่งที่สื่อความหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ หลายต่อหลายครั้ง ของ “ช่อ” นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของตนเอง

1. หากบริสุทธิ์ใจว่า สิ่งที่ตนเองโพสต์ภาพและข้อความเหล่านั้น ไม่ได้มีนัยเกี่ยวกัน สื่อถึง กระทบกระเทียบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ “ช่อ” ควรชี้แจงลงรายละเอียด

ทีละภาพ ทีละข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่บุคคลสาธารณะพึงกระทำเมื่อถูกตั้งคำถามในประเด็นร้ายแรงเช่นนี้

2. ถ้ายอมรับ หรือยอมจำนนว่า แต่ละภาพและข้อความที่เธอเคย “โพสต์เอง” – “นำเสนอเอง” – เผยแพร่เอง” เหล่านั้น สื่อนัยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์จริง จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร?

ทั้งหมด ควรยอมรับการตรวจสอบ สอบสวน ตลอดจนดำเนินคดีแต่โดยดี

ไม่ควรเฉไฉ หรือแถไปแถมา

ไม่ควรเบี่ยงประเด็นไปในทำนองว่า อย่าเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาโจมตีกันเลย เพราะสิ่งที่ “ช่อ” ลงมือทำเองนั่นแหละ ที่เป็นการกระทบถึงสถาบันเสียเองก่อนใครเพื่อน

ไม่ควรมั่วด้วยวาทกรรมประเภท “ล่าแม่มด” เพราะนี่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ตอบโต้ และดำเนินการตรวจสอบภายใต้กฎหมายเช่นกัน

3. ถามว่า ทำไมจึงติดตามเล่นงานเฉพาะกับ “ช่อ” ?

ก็ต้องบอกชัดๆ ว่า ถ้ามี สส.คนอื่น มีพฤติกรรมการโพสต์ภาพและข้อความเหมือน “ช่อ” คือ โพสต์ต่อเนื่องนับเป็นร้อยภาพร้อยข้อความที่ส่อสื่อกระทบถึงสถาบันเช่นนั้น ก็สมควรจะถูกดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยไม่ละเว้น

แต่มันก็ไม่ปรากฏว่า จะมีใครบังอาจกระทำการด้วยความฮึกเหิมขนาดนั้น

แม้แต่ที่ “ติ่งส้ม” พยายามไปเอาภาพของพลเอกปรีชา จันทร์โอชา กับภรรยา ในท่าทีที่เจ้ายศเจ้าอย่าง เพื่อจะมาบอกว่าแบบนี้จะต้องดำเนินคดีด้วยไหม? แต่นั่นก็ไม่ใช่แบบเดียวกับที่ “ช่อ” กระทำ เพราะเขาไม่ได้ไปกระทบ-แซะ-เย้ยหยันสถาบันแต่อย่างใดเลย

4. ในบรรดานับร้อยภาพ-นับร้อยข้อความ ที่ “ช่อ” ได้กระทำลงไป

ทำดีต้องได้ดี ทำช่อต้องได้ช่อ

แต่ละภาพและข้อความ ล้วนแต่สื่อความหมายในตัวของมันเอง และยังสามารถต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ทั้งหมด ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า “เจตนา” มุ่งหมายมั่นคงไปที่สถาบันใด

ยกตัวอย่างบางข้อความที่ “ช่อ” โพสต์กระทบกระเทียบ เช่น “ระบอบประชาธิปัตย์ อันมีพระ...เป็นอาวุธ”

ยกตัวอย่างภาพ ที่ “ช่อ” โพสต์ข้อความประกอบด้วย เช่น รูปภาพ “ช่อ” ถือสัญลักษณ์ตรา ภปร.ของในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว “ช่อ” ก็โพสต์ข้อความประกอบด้วยว่า “ให้ชื่อภาพว่า เวียดนามยุค พรีโฮจิมินห์”

รศ.สุวินัย ภรณวลัย ได้อธิบายความผ่านเฟซบุ๊คถึงการนำเสนอเรื่องนี้ฅอย่างแหลม “สรุปง่ายๆ พรีโฮจิมินห์ คือการสิ้นสุดของยุคที่มีกษัตริย์ของเวียดนาม โดยต่อมายุคโฮจิมินห์คือยุคต่อสู้เพื่อปลดปล่อยจากการเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส แล้วมีการแบ่งแยกประเทศเป็นเวียดนามเหนือ / เวียดนามใต้ แล้วคุณช่อเธอก็ถือสัญลักษณ์ตรา ภปร. ของในหลวง ร.9 โยงไปยุค พรีโฮจิมินห์ !”

รศ.สุวินัย วิเคราะห์ต่อไปอีกว่า “...การเคลื่อนไหวแบบปฏิกษัตริย์นิยมของพรรคอนาคตใหม่ “โดยเปิดเผย” ในเบื้องต้นจึงเป็นการคัดง้างและลดทอนอำนาจทางกฎหมายของสถาบันทหาร และ ศาล แทนการพุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง

โดยพรรคมองว่าทั้ง “ศาล” และ “ทหาร” คือ “ตัวแทน” ของการเมืองแบบกษัตริย์นิยมที่สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ดังปรากฏวาทกรรม “ตุลาการภิวัฒน์”, ต่อต้าน ม.112 และ “ระบบเปรมาธิปไตย” (รวมถึงวาทกรรม “อำมาตย์” ในช่วงการชุมนุมของนปช.) มาจนถึงวาทกรรมต่อต้านรัฐประหาร, คสช.และพล.อ.ประยุทธ์ ต่างๆนานา จนถึงปัจจุบัน

แต่การเคลื่อนไหวคู่ขนาน “ในทางอ้อม” ก็คือการลดทอนสถานะสูงส่งทางวัฒนธรรมและจารีตของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็คือ “การลดทอนสถานะอันศักดิ์สิทธิ์” (demystified)ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ใช้คำราชาศัพท์, การพูดถึงอย่างไม่ได้ให้ความเคารพ, การเสียดสี (แซะ) ความจงรักภักดีของผู้อื่น (ในที่นี้ไม่นับรวมถึงการอาฆาตมาดร้าย ใส่ร้ายด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จที่ผิดกฎหมาย ม.112 อยู่แล้ว) เช่น

การกล่าวถึงแบบคาบลูกคาบดอก กำกวม แต่เป็นที่เข้าใจกันในพวกเดียวกัน (กฎหมายเอาผิดไม่ได้)

การล้อเลียนกระทบกระทั่งโดยอ้างว่ากล่าวถึงประเทศอื่นๆ (กฎหมายเอาผิดไม่ได้)

การแสดงความเห็น, ทัศนะ วิพากษ์วิจารณ์ ทางวิชาการที่อ้างเสรีภาพทางวิชาการรองรับ (มีกรณีที่เอาผิดไม่ได้ และถูกฟ้องร้องดำเนินคดี)

....จะเห็นว่าพฤติกรรมของ “ช่อ-พรรณิการ์” ก่อนที่จะมาเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคอนาคตใหม่ ก็มีลักษณะที่บ่งชี้ว่าตกอยู่ใต้กระบวนการเช่นนี้มาช้านานแล้ว

จุดประสงค์ไม่ใช่การล้มล้าง หรือ ล้มเลิก หากแต่ทำให้สถาบันหลักของชาติค่อยๆสูญเสียคุณค่าและอำนาจนำทางสังคมวัฒนธรรมในหมู่คนรุ่นถัดไปและในระยะยาว พร้อมๆกับการสร้างคุณค่าใหม่ของตะวันตกขึ้นมาทดแทนผ่านวาทกรรมนอกกะลา เสรีภาพ อิสระ ประชาธิปไตย…”

ผู้เกี่ยวข้องพึงใส่ใจ พึงตระหนัก

สารส้ม

 

 

41ส.ส.มีหนาว! 'ชวน'ส่งเรื่องศาลรธน.สอบถือหุ้นสื่อ ตามที่อนาคตใหม่ยื่นร้องแล้ว

41ส.ส.มีหนาว! 'ชวน'ส่งเรื่องศาลรธน.สอบถือหุ้นสื่อ ตามที่อนาคตใหม่ยื่นร้องแล้ว

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 14.51 น.

12 มิ.ย. 62 เวลา 14.15 น. ที่รัฐสภาใหม่ เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ลงนามในหนังสือที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตามคำร้องที่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ เข้าชื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติของส.ส. จำนวน 41 คน ที่พบเข้าข่ายขาดคุณสมบัติการถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 

โดยรายชื่อที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ยื่นถึงตน จำนวน 30 คนเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ได้ลงนามส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มิถุนายน ขณะที่อีกคำร้อง จำนวน 11 คนนั้น อยู่จะระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อส.ส.และส่งตามไปในช่วงเย็นวันที่ 12 มิถุนายนนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจสอบในประเด็นอื่น หรือทำหน้าที่เป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ นายชวน ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและเดินเลี่ยงวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนไปทันที

 

‘เทพไท’หลุด‘ปชป.’คุม2กระทรวง จี้‘บิ๊กตู่’เร่งตั้งครม. ดักทางอย่าเอื้อคนรอบข้างซ้ำรอย‘คสช.’

‘เทพไท’หลุด‘ปชป.’คุม2กระทรวง จี้‘บิ๊กตู่’เร่งตั้งครม. ดักทางอย่าเอื้อคนรอบข้างซ้ำรอย‘คสช.’

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 11.29 น.

‘เทพไท’หลุด‘ปชป.’คุม2กระทรวง จี้‘บิ๊กตู่’เร่งตั้งครม. ดักทางอย่าเอื้อคนรอบข้างซ้ำรอย‘คสช.’

12 มิ.ย.62 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ว่า ถือว่าเริ่มนับรัฐบาลประยุทธ์สมัยที่2 แล้ว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเร่งขับเคลื่อนจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จโดยเร็ว เพราะประเทศชาติเสียโอกาสมามากพอแล้ว ประชาชนต่างรอรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้แก้ปัญหาความเดือดร้อน

ทั้งนี้ ทุกครั้งที่ผ่านมาหลังจากการเลือกตั้งไม่เกิน 1 สัปดาห์ จะมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ และเข้าบริหารประเทศได้ทันที แต่ครั้งนี้กลับใช้เวลาเกือบ 3 เดือนเพิ่งได้ตัวนายกฯเพียงคนเดียว แต่ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่สามารถรอคอยการแก้ไขได้ ชาวบ้านไม่ได้รับรู้ถึงการแก่งแย่งช่วงชิงตำแหน่งรัฐมนตรีของกลุ่มก๊วนในพรรคการเมืองใดๆ อย่าให้ความขัดแย้ง แย่งเก้าอี้รัฐมนตรีมาเป็นเหตุล้าช้าของการจัดรัฐบาล

“จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ภาวะผู้นำเร่งด่วนใน 2 เรื่อง คือ 1.ให้พรรคการเมืองต่างๆคัดสรรคนดีมีความสามารถเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตาที่ตกลงกันไว้โดยเร็ว 2.ต้องเร่งระดมจัดทำนโยบายของรัฐบาล เพราะมีส่วนสำคัญในการบริหารประเทศให้สำเร็จได้” นายเทพไท กล่าว

นายเทพไท กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องนำเอานโยบายที่โดดเด่นของพรรคร่วมรัฐบาลที่ใช้รณรงค์หาเสียงมาผสมผสานเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ จะทำให้รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายที่ดี ต้องสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ ในฐานะ ส.ส.คนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับข้อเสนอของพรรค เพื่อบรรจุลงในนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ด้วย คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรจะกำหนดระยะเวลาที่ดำเนินให้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ เพื่อลดความความกดดันทางสังคม และกลุ่มมวลชนที่เคลื่อนไหวให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วย

“ส่วนการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าการเกษตรต้องใช้นโยบายประกันรายได้ของเกษตรกรที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ จะทำสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้นทุกอย่าง ปาล์ม กิโลกรัม(กก.)ละ 4 บาท ยางพารา กก.ละ 60 บาท เพราะพรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงเกษตร และกระทรวงพาณิชย์โดยตรง” นายเทพไท กล่าว 

สำหรับนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องถือเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลชุดนี้ เพราะปัญหาทุจริตเป็นมะเร็งร้ายของสังคมไทย อย่าให้รัฐบาลนี้ต้องถูกวิจารณ์เหมือนรัฐบาลของท่านในสมัยแรกว่า ท่านปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดต่อคนรอบข้าง บริวาร และเพื่อนฝูงของท่านเท่าที่ควร ตนเป็น ส.ส.ของสภาฯชุดนี้ อยากเห็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ให้เป็นรัฐบาลที่เข้ามาทำงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง มีการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะไม่คุ้นเคยกับการตรวจสอบของคนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างแท้จริง 

 

‘ช่อ’ระทึก! ปอท.ตั้งทีมเช็คประวัติย้อนหลัง ปิด‘ไพรเวท’เฟซก็ไม่รอด

‘ช่อ’ระทึก! ปอท.ตั้งทีมเช็คประวัติย้อนหลัง ปิด‘ไพรเวท’เฟซก็ไม่รอด

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 13.00 น.

‘ช่อ’ระทึก! ปอท.ตั้งทีมเช็คประวัติย้อนหลัง ปิด‘ไพรเวท’เฟซก็ไม่รอด

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 12 มิ.ย.62 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) สั่งการให้ ศปอส.ตร. , บก.ปอท. และตำรวจสันติบาล เร่งตรวจสอบการแชร์ภาพในอดีตของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และช่องทางอื่นๆ ซึ่งทาง บก.ปอท. มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นหลัก

เบื้องต้น ผบก.ปอท. สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบประวัติย้อนหลัง และคาดว่าเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้นจะรายงานผลต่อ พล.ต.ท.ปิยะ ทราบโดยเร็ว ยืนยันว่าการทำงานของเรา จะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ โปร่งใสเป็นธรรม และตรวจสอบได้

“ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดแจ้งความดำเนินคดีบุคคลการเมืองใดตามความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 ซึ่งจะมีอายุความ 20 ปี ส่วนกรณี น.ส.พรรณิการ์ ตั้งค่าเฟซบุ๊กเป็นส่วนตัวนั้น คงไม่กระทบต่อการทำงานเพราะก่อนหน้านี้ตำรวจได้เก็บข้อมูลไว้บางส่วนแล้ว” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว

'บิ๊กตู่'ปิดห้องสโมสรทบ.คุย'บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก' คาดถกเคาะโผครม.โค้งสุดท้าย

'บิ๊กตู่'ปิดห้องสโมสรทบ.คุย'บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก' คาดถกเคาะโผครม.โค้งสุดท้าย

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 11.12 น.

12 มิ.ย.62 ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการสร้างการรับรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ฤดูฝน ปี 2562 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนานกฯ และรมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมงาน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ ได้เข้าห้องรับรองที่สโมสรกองทักบก โดยมี พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ รออยู่ข้างในอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นได้ปิดห้องพูดคุยเป็นการส่วนตัวประมาณ 20 นาที ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายเดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม พล.อ.ประวิตร ถึงกระแสข่าวจะเหลือนั่งรองนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะนั่งนายกฯ ควบรมว.กลาโหม ด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ยิ้มและกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ไม่รู้ๆ" จากนั้นเดินขึ้นรถกลับทันที

 
 
นักวิชาการชี้แก้กม.เลิกเอาผิดอาชีพ'ค้าประเวณี'ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย

นักวิชาการชี้แก้กม.เลิกเอาผิดอาชีพ'ค้าประเวณี'ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 17.04 น.

นักวิชาการชี้แก้กม.เลิกเอาผิดอาชีพค้าประเวณีได้ประโยชน์ทุกฝ่าย เชื่อยอดผู้ขายบริการไม่พุ่ง

12 มิ.ย.62 ที่งานสัมมนา “โครงการทบทวนกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี” ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) นายอัครวัฒน์ เลาวัณย์ศิริ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกรณีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานค้าประเวณี โดยยอมรับว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยเรื่องอาชีพขายบริการทางเพศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จึงเขียนร่างกฎหมายเปิดช่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถกำหนดพื้นที่เฉพาะ (Zoning) สำหรับอนุญาตให้มีการตั้งสถานบริการได้ ในรูปแบบการออกกฎหมายลูก ทั้งนี้ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องคุ้มครองสิทธิของคนกลุ่มนี้ ทั้งตามพันธะกรณีระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการจัดการการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women - CEDAW) ที่รัฐบาลไทยไปลงนามรับรองไว้ รวมถึงรัฐธรรมนูญไทยฉบับ 2560 ในมาตรา 40 ว่าด้วยเสรีภาพในการประกอบอาชีพ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านสุขภาพที่ไม่เฉพาะผู้ขายบริการเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ซื้อบริการ ตลอดจนครอบครัวของคนเหล่านี้ด้วย เช่น สามีไปซื้อบริการทางเพศ กลับมาบ้านจะนำโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาติดภรรยาหรือไม่ จึงต้องมีมาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองให้ทั่วถึง โดยยึดหลักบูรณภาพในร่างกายและชีวิต อาทิ ผู้ขายบริการต้องสามารถปฏิเสธไม่รับลูกค้าบางประเภทหากเห็นว่าตนเองสุ่มเสี่ยงจะได้รับอันตราย การถูกเอารัดเอาเปรียบกรณีเป็นลูกจ้างในสถานบริการ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล

นายอัครวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่สังคมไทยกลัวกันว่าหากเลิกเอาผิดผู้ค้าประเวณีโดยสมัครใจ ซึ่งปัจจุบันมีฐานความผิดดังกล่าวอยู่ใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 แล้วจะทำให้มีผู้ค้าประเวณีมากขึ้น เท่าที่ตนศึกษาจากสถิติที่มีผู้รวบรวมไว้ พบว่าในความเป็นจริงจำนวนหญิงไทยที่ค้าประเวณีลดลงจากในอดีต โดยช่วงที่มีจำนวนมากที่สุดคือช่วงสงครามเวียดนาม แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอีกอย่างที่เข้าใจกัน อย่างไรก็ตามในกลุ่มที่เพิ่มขึ้นคือหญิงต่างด้าวและผู้ขายบริการที่เป็นผู้ชาย

อนึ่ง ตนยังมีข้อสังเกตด้วยว่าวิถีชีวิตของคนไทยเองก็ไม่เอื้อต่อการประกอบอาชีพค้าประเวณี เพราะคนไทยมีนิสัยรักสบาย แต่การค้าประเวณีผู้ขายบริการต้องพบกับอะไรมากมาย เช่น ผู้มีอิทธิพล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และอื่นๆ ที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจในการถูกล่วงละเมิดสิทธิบางอย่างเสมอ ดังนั้นสำหรับคนไทยหากมีช่องทางหาเงินที่มากกว่าและเร็วกว่าก็จะไปทางนั้นทันที

“ในเรื่องความอนุรักษ์นิยม อย่างไรก็ต้องให้กฎหมายนี้ออกมาเพื่อที่จะพิสูจน์ตัวเองก่อนว่ามันช่วยเหลือสังคมได้แค่ไหนอย่างไร แต่ถ้าเกิดโอกาสในการออกกฎหมายไม่มีเลย เราก็จะไม่รู้ทิศทางว่าอนุรักษ์นิยมมันยังคงเป็นอนุรักษ์นิยมอยู่หรือเปล่า หรือมันจะมีจุดไหนที่ยอมรับได้ในสังคม เพราะสังคมเปลี่ยน กฎหมายออกมารองรับตรงนี้ มันถึงเวลาของมัน” นายอัครวัฒน์ กล่าว

 ............................................

12 มิถุนายน 2562

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net