วันที่ พุธ มิถุนายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4,741 โครงการเกิดขี้นจากสี่สถานที่นี้


 

ดิฉันอ่านหนังสือหลายเล่ม จำได้ว่า

ในหลวง ร.๙ ทรงงานทุกวันไม่มีวันหยุด

พระราชทานปริญญาบัตรให้แก่นิสิตนักศึกษา

ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๕๔๔ ประมาณ ๔๗๐,๐๐๐ คน

บางครั้งปวดพระทนต์ ทันตแพทย์ประจำพระองค์

ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกำพุธ ต้องถวายยาแก้ปวด

เพราะพระองค์ท่านจะเสด็จฯพระราชทานปริญญานิสิตจุฬาฯก่อน

ปี พ.ศ.๒๕๐๐ วันที่ ๔ กรกฎาคม 

พระองค์ท่านเสด็จฯพระราชทานปริญญาที่จุฬาฯ

ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถกำลังจะมีพระประสูติกาล

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี 

ประสูติวันนั้น จึงมีพระนามเป็นที่ระลึกถึงจุฬาฯ

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

 

 

ภาพเขียนแบบทางสถาปัตย์กึ่งเหมือนจริง

ของพระตำหนักสี่แห่ง 

 

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

 

  พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

 

  พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

 

   พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

 

 

 ออกแบบโดย

นายศักดิ์ศิริ คชพัชรินทร์

พิมพ์ที่

บริษัท เฮลิโอ คูร์วัว ซิเอร์ เอส.เอ.

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

วันแรกจำหน่าย

๕ พฤษภาคม ๒๕๔๒

 

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณทุ่งส้มป่อย ซึ่งเป็นทุ่งนาระหว่างพระราชวังสวนดุสิตกับวังพญาไท (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) โดยโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาลจัดสร้างพระตำหนักขึ้น

โดยมีพระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการก่อสร้าง เพื่อทรงใช้เป็นที่รโหฐานสำหรับทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ รวมทั้งราชเสวกจะได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นการส่วนพระองค์ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามทุ่งส้มป่อยว่า สวนจิตรลดา พระราชทานนามพระตำหนักว่า "พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน"

บริเวณรอบพระตำหนักมีการขุดคูและทำกำแพงรั้วเหล็กโดยรอบ มีประตู 4 ทิศ พระราชทานชื่อประตูตามสวนจิตรลดาของพระอินทร์และท้าวโลกบาล คือ ด้านทิศตะวันออก ชื่อประตู “พระอินทร์อยู่ชม” ด้านทิศใต้ ชื่อประตู “พระยมอยู่คุ้น” ด้านทิศตะวันตก ชื่อประตู “พระวรุณอยู่เจน” และด้านทิศเหนือ ชื่อประตู “พระกุเวนอยู่เฝ้า”

ในปัจจุบันเป็นทางเข้าออกได้เพียง ๓ ทิศ เว้นทิศตะวันออก มีสะพาน ๒ สะพาน มีประตูน้ำ ๒ ประตู และมีซุ้มทหารยาม ๓๐ ซุ้ม ความสำคัญของประตู “พระวรุณอยู่เจน” เป็นประตูสำหรับเสด็จพระราชดำเนิน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

พระตำหนักจิตรลดารโหฐานสร้างเป็นตึก 2 ชั้นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับเป็นครั้งคราว เมื่อมีพระราชพิธีต่าง ๆ ก็ทรงกระทำการที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเช่นเดียวกับพระราชวัง

ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชมนเทียรสถานขึ้นใหม่เป็นที่ประทับที่วังพญาไท ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศยกสวนจิตรลดาเป็นพระราชฐานอยู่ในเขตพระราชวังดุสิต

ในรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ประทับถาวร โปรดเกล้าฯให้สร้างโรงเรียนจิตรลดา เมื่อ พ.ศ. 2501 เป็นสถานศึกษาชั้นต้นสำหรับพระโอรส พระธิดาและบุตรหลานข้าราชสำนัก โปรดเกล้าฯให้สร้างศาลาดุสิดาลัย เป็นศาลาอเนกประสงค์

 ภายในพระตำหนัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสถานที่ทดลองโครงการทดลองส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร เพื่อนำผลการศึกษาพระราชทานแก่ประชาชน เช่น โครงการนาข้าวทดลอง โครงการค้นคว้าวิจัยเชื้อเพลิงเขียว โครงการปลูกข้าวไร่ โครงการเลี้ยงปลานิล และโครงการโคนม

รวมทั้งยังมีโรงงานจากโครงการทดลองของพระองค์เกิดขึ้นหลายประเภท เช่น โรงโคนมสวนจิตรลดา โรงนมผงสวนดุสิต โรงนมเม็ดสวนดุสิต โรงสีข้าวตัวอย่าง โรงผลิตน้ำผลไม้ โรงบดและอัดแกลบ และโรงปุ๋ยอินทรีย์

 

ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ ทรงสร้าง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ“พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์”

พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่างๆ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่

เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามไว้

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ มีลักษณะเป็นแผนผังแบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า “เรือนหมู่” มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นไทยประเพณีประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย ภายในประกอบไปด้วยท้องพระโรง ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องสรง และส่วนที่ประทับสำหรับพระราชอาคันตุกะ

โดยมีเฉลียงใหญ่ และพลับพลาหอนกเป็นที่ประทับทอดพระเนตรทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่ ชั้นบนเป็นที่ประทับ ชั้นล่างเป็นที่อยู่ของมหาดเล็ก และคุณข้าหลวง ออกแบบแปลนโดยหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร สถาปนิกพิเศษ กรมศิลปากร ออกแบบรูปด้านโดยหม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ เกษมศรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ดำเนินการก่อสร้างโดยมีหม่อมเจ้า สมัยเฉลิม กฤดากร เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี และนายประดิษฐ์ ยุวพุกกะ จากกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรเป็นผู้ช่วย

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกหลวงกัมปนาท แสนยากร องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการวางศิลาฤกษ์ พระตำหนักเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๔๙ นาที การก่อสร้างพระตำหนักใช้เวลา ๕ เดือนก็แล้วเสร็จ

จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี เป็นทั้งสถาปนิก และมัณฑนากรออกแบบ ตกแต่ง ภายในพระตำหนัก ทั้งในส่วนที่ประทับและส่วนที่ใช้รับรองพระราชอาคันตุกะทั้งหมด โดยออกแบบให้เป็นแบบไทยประยุกต์ ดัดแปลงให้เหมาะสมกับการใช้แบบสากลมากขึ้น

 

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จังหวัดสกลนคร เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในบริเวณเทือกเขาภูพาน ใน พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ทรงเลือกพื้นที่สร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง

ทรงใช้แผนที่ทางอากาศและการเสด็จสำรวจเส้นทางบริเวณ ป่าเขา น้ำตก เป็นปัจจัยในการกำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างพระตำหนักและบริเวณพระตำหนัก ซึ่งประกอบด้วยเขตพระราชฐานชั้นในและเขตพระราชฐานชั้นนอก

พื้นที่ของพระตำหนัก

พื้นที่บริเวณพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เมื่อแรกตั้งพระตำหนักมี ๙๔๐ ไร่ ในเวลาต่อมาได้ขยายเขตพื้นที่เพื่อจัดทำโครงการฟื้นฟูสภาพป่าคืนชีวิตสู่ธรรมชาติอีกประมาณ ๑,๐๑๐ ไร่ รวมเป็นพื้นที่ ๑,๙๕๐ ไร่

 

พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) โปรดเกล้าฯให้ก่อสร้างขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 โดยใช้เวลา 6 เดือนในการก่อสร้าง

โดยเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ที่จะมีที่ ประทับทางภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อจะได้ทรงใกล้ชิด และเยี่ยมเยียนราษฎรของพระองค์ในภาคใต้ จึงมีพระบรมราชโองการให้เลือกสถานที่ เพื่อความเหมาะสมที่เขาตันหยงแห่งนี้

เพราะเป็นพื้นที่สูง มีต้นไม้ป่าขนาดใหญ่ อุดมสมบรูณ์ ดูงดงาม อยู่ริมทะเลและอยู่สุดเขตแดนประเทศไทยที่ติดต่อกับประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และราษฎรที่อยู่ในละแวกดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

เมื่อเจ้าของที่ดินทราบถึงพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระตำหนักก็ยินดี น้อมเกล้าฯถวายที่ดินในการสร้างพระตำหนัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทรัพย์เพื่อสร้างมัสยิดให้อยู่ใน บริเวณใกล้กับเขตพระราชฐาน บนเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 300 ไร่ ด้านหน้าของเขาตันหยงริมทะเลฝั่งอ่าวไทย สูงจากระดับน้ำทะเล 173 ฟุต

พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักที่ประทับในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอ และพระราชวงศ์ เมื่อเสด็จมาประทับแรมที่จังหวัดนราธิวาส

ซึ่งตามปกติจะเสด็จแปรพระราชฐานอยู่เป็นประจำทุกปี เพื่อทรงงานตามโครงการพระราชดำริ และทรงตรวจเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดภาคใต้

ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย

 

สิริสวัสดิ์วุธวาร สิริมานรมเยศนะคะ

 

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net