วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Trainer Story Ep.21 : ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม


#ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

(หา)เรื่องโดย โค้ชธนา

Trainer Story Ep.21

++++++++++++++

.

“เอาทฤษฎีการตลาดสวนกระแส ช่วย-ชอบ-เชื่อ ของผมไปใช้ช่วยคนมาได้กี่คนแล้วครับ?”

โค้ชถามขึ้นอย่างร่าเริงหลังจากคทาชายนายเดิมโทรมาขอคำปรึกษาเพิ่มเติมในเรื่องการเป็นโค้ชอาชีพ

.

“ก็ให้คำแนะนำไปหลายคนเลยครับ” เขาให้คำตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข “ขอบคุณโค้ชจริงๆครับ ที่แนะนำให้ผมทำแบบนี้ มันโคตรมีความสุขเลยที่เห็นคนที่เราได้ช่วยมีความสุขมากขึ้น”

“ดีแล้วครับ” โค้ชรับคำ “แล้ววันนี้มีอะไรที่ผมพอจะช่วยทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นกว่าเดิมได้บ้างครับ ว่ามาเลย?”

.

“ต้องมีอยู่แล้วครับ ไม่งั้นคงไม่โทรมารบกวน” เขาตอบด้วยความเกรงใจก่อนรายงานสิ่งที่เป็นปัญหา “คือผมว่าผมก็ให้คำแนะนำได้ดีนะครับ แต่แค่รู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอ จึงทำให้มีหลายเคสมากที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราช่วยเขาได้ไม่เต็มที่ ผมมองว่าเกิดจากการความอ่อนประสบการณ์ของผมเอง”

“ก็มีส่วน” โค้ชรับฟังด้วยท่าทีสงบ “ถ้านั่นคือปัญหา คุณต้องการให้ผมช่วยอะไร?”

.

“อยากได้เทคนิคการโค้ชขั้นเทพนะครับ” ชายหนุ่มบอกความต้องการอย่างไม่ลังเล

“อยากได้เทคนิคขั้นเทพ แนะนำให้ไปเรียนกับร่างทรงตามสำนักทรงครับ เทพอยู่แถวนั้น” โค้ชเล่นมุกเพื่อเตือนสติ “แต่ถ้าอยากได้เทคนิคการโค้ชแบบมืออาชีพ ผมพอช่วยได้”

“มุกโค้ชนี่ทำผมเงิบเลย 555”

.

โค้ชพาร่างกะทัดรัดน่าฟัดน่ากอดของเขาไปหย่อนก้นลงบนเก้าอี้มีพนักเอนสีขาวตัวเก่งที่เขามักใช้นั่งโค้ชชิ่งหรือสอนงานลูกศิษย์ผ่านทางโทรศัพท์เป็นประจำ

“เทคนิคที่ผมได้ร่ำเรียนมาตอนทำงานเป็นนักขายคือ SPIN (ออกเสียงว่า สะ-ปิน) SPIN เป็นเทคนิคการฝังความเชื่อใหม่ลงไปในสมองของคู่สนทนา ซึ่งคำถามที่ใช้จะมีเพียง 4 หมวด ซึ่งในภายหลังผมมาประยุกต์ให้เหลือเพียงหมวดละคำถามเท่านั้น”

“ใช้แค่ 4 คำถามเองเหรอครับ ไม่น่าเชื่อ”

“ใช่ครับ ถ้าฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ 4 คำถามก็เอาอยู่ทุกปัญหาครับ”

“ทำไมเรียกว่าการฝังความเชื่อใหม่ล่ะครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

.

“ชีวิตของมนุษย์ทุกคนจะเติบโตมาจาก 3 องค์ประกอบหลักคือ KSA

K ได้แก่ Knowledge คือความรู้ที่เรียนมาตั้งแต่เล็กจนโต

S ได้แก่ Skill คือทักษะที่ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ

และสุดท้าย A ได้แก่ Attitude คือ ทัศนคติ หรือที่ผมเรียกมันว่า ความเชื่อ

.

ถ้าเกลียวพันธุกรรม (DNA) ซึ่งประกอบไปด้วย A T C G คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างกัน

KSA ก็คือเกลียวพฤติกรรม (Habit) ที่ทำให้มนุษย์ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างกัน ซึ่งพฤติกรรมที่ว่านี้จะก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อยผ่านประสบการณ์และวิธีที่คนๆนั้นใช้แก้ปัญหาในชีวิต

.

ความเชื่อจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คนๆนั้นเลือกที่จะเรียนรู้และฝึกฝน ความเชื่อจะเป็นตัวกำหนดกลุ่มคนที่เขาจะใช้เวลาด้วย ความเชื่อที่กลายเป็นประสบการณ์จะกำหนดรูปแบบของวิธีที่เขาใช้แก้ปัญหา ด้วยเหตุนี้ความเชื่อจึงเป็นสิ่งเดียวทำให้เราแต่ละคนไม่มีใครเหมือนใครได้แบบ 100%”

.

“แล้วที่โค้ชพูดมามันเกี่ยวกับการโค้ชชิ่งตรงไหนครับ?”

“ถ้ามีคนอ้วนน้ำหนัก 120 กิโลมาขอคำแนะนำวิธีลดน้ำหนักจากคุณ คุณจะให้คำแนะนำเขาว่าอย่างไร?”

“ก็ให้ไปควบคุมอาหาร งดทานพวกแป้งหรือของทอดของมันอะไรทำนองนั้น” ชายหนุ่มรีบตอบเท่าที่สมองจะนึกได้ “เอ้อ เพิ่มเติมเรื่องการออกกำลังกายเป็นประจำด้วยครับ”

.

“เป็นคำแนะนำที่วิเศษมากครับ” โค้ชกล่าวชมด้วยรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงแดกดัน “แล้วคิดว่าคนๆนั้นจะนำคำแนะนำของคุณไปปฏิบัติไหมครับ?”

“ถ้าเขารักตัวเอง ก็น่าจะต้องนำไปปฏิบัติครับ”

“ใช่ครับ ถ้าเขารักตัวเองมากพอนะครับ” โค้ชแดกดันอีกรอบ ชายหนุ่มยังไม่รู้สึกตัว “แต่มนุษย์มีนิสัยที่แก้ได้ยากนิสัยหนึ่ง นิสัยที่ทำให้เรามักไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ และตรงกันข้าม นิสัยนี้มักทำให้เราได้ในสิ่งที่เราไม่ต้องการ”

.

“นิสัยอะไรครับ?”

“นิสัยอยากอย่างหนึ่ง แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง”

“มีนิสัยแบบนี้ในโลกด้วยเหรอครับ”

“ผมบัญญัติมันขึ้นมาเอง ทำไมจะไม่มีล่ะครับ” โค้ชกล่าวติดตลก แต่ชายหนุ่มไม่ตลก

.

“แล้วการใช้ SPIN จะช่วยแก้นิสัยนี้ได้ยังไงครับ?” ความกระหายใคร่รู้แสดงออกผ่านทางน้ำเสียงอย่างชัดเจน

“SPIN เวอร์ชั่นที่ผมฝึกมาจากอาจารย์ท่านหนึ่งในตอนนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้า(วิธีแก้ปัญหา)ด้วยตัวเขาเอง แต่ที่ผมจะสอนคุณวันนี้ เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดที่มีประสิทธิภาพไม่ต่างกัน แต่ใช้งานได้ง่ายกว่า”

.

โค้ชให้คำตอบขณะที่จับลูกแมวหนึ่งในหลายตัวที่เขาเลี้ยงไว้ซึ่งกำลังเดินเตาะแตะต้วมเตี้ยมขึ้นมาวางบนตัก เขามองดูสีสามสีของเจ้าเหมียวตัวนี้ด้วยความพึงพอใจ ในใจก็พลางคิดไปว่าถ้าไอ้หนุ่มที่สนทนากับเขาอยู่นี้เป็นแมว เขาจะเป็นแมวสีอะไรกันนะ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังรอฟังอย่างตั้งใจ เขาจึงอธิบายเทคนิคที่ช่วยทำให้คนอย่างเขามีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

.

“SPIN เวอร์ชั่นใหม่ที่ผมจะสอนคุณประกอบด้วยคำถาม 4 คำถามเท่านั้น ได้แก่ (1) ปัญหา (2) สาเหตุ (3) ผลกระทบ (4) ทางแก้”

เมื่อเห็นโค้ชไม่พูดอะไรต่อ ชายหนุ่มจึงท้วงขึ้นว่า “แค่เนี้ยจริงๆเหรอครับ?”

“ใช่ครับ แค่นี้”

ชายหนุ่มเงิบรอบสอง!!!

.

“จากเรื่องราวของคนอ้วนน้ำหนัก 120 กิโลเมื่อครู่ คุณจะเห็นว่า เขามาขอคำปรึกษาจากคุณก็จริง และคำแนะนำของคุณก็ดีมากๆ แต่นั่นกลับเป็นการโค้ชชิ่งที่ล้มเหลว เพราะอะไรครับ?”

“เพราะผู้มาขอคำแนะนำไม่นำสิ่งที่เราแนะนำไปปฏิบัติตาม”

“ถูกต้อง” คำพูดธรรมดา แต่โค้ชเน้นเสียงเสียจนไม่ธรรมดา

.

“แต่ถ้าใช้ SPIN เวอร์ชั่นที่ผมแนะนำ เวลาชายอ้วนคนนั้นมาขอคำแนะนำ สิ่งที่คุณต้องทำเป็นอันดับแรกคือ การทำให้เขารู้ว่าเขามีปัญหาอะไรด้วยคำถามง่ายๆว่า 'อะไรคือปัญหาของคุณ?’ ทั้งนี้ ที่ถามไม่ใช่เพราะคุณต้องการรู้ แต่ถามเพราะต้องการให้เขารู้ว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริงของตัวเขาเอง ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากการคิดเอาเอง ตามทันไหม”

“ทันครับ”

.

“สมมุติชายอ้วนคนนั้นบอกว่า ความอ้วนคือปัญหา สิ่งที่คนทั่วไปรวมถึงคุณด้วยจะทำก็คือ ให้คำแนะนำที่คิดว่าเหมาะแก่เขาทันที จริงไหมครับ?”

“การให้คำแนะนำที่คิดว่าเหมาะแก่เขา มันไม่ดีตรงไหนเหรอครับ?”

.

“คำแนะนำอาจถูกต้องเหมาะสม แต่วิธีที่ให้คำแนะนำต่างหากที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม” โค้ชเกาพุงเจ้าเหมียวน้อยด้วยความเพลิดเพลิน เจ้าเหมียวน้อยก็นอนแบะขารับการบริการจากทาสแมวด้วยความยินดี “นั่นเพราะคุณกำลังแนะนำวิธีแก้ปัญหาของเขาด้วยสิ่งที่มาจากความเชื่อของคุณ ซึ่งเขาอาจไม่ชอบและไม่เห็นด้วย และเมื่อเขาไม่เห็นด้วยเพราะอาจจะขัดกับความเชื่อเดิมของเขา สิ่งที่เขาจะทำก็คือการปฏิเสธคำแนะนำของคุณด้วยการไม่ทำตาม ตามทันไหม”

.

“ความเชื่อก็เปรียบเหมือนบ้านที่คุณสร้างขึ้นและตกแต่งอย่างสวยงาม ทุกครั้งที่อยู่ในบ้านหลังนั้นคุณจะรู้สึกปลอดภัย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอยู่ดีๆมีใครก็ไม่รู้มาบังคับให้คุณย้ายออกไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่สภาพแวดล้อมไม่น่าอภิรมย์หรือพยายามจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในบ้านของคุณ คุณก็ย่อมต้องต่อต้านคนที่ทำเช่นนั้นจริงไหมครับ นอกเสียจากว่าคนๆนั้นจะทำให้คุณยอมรับด้วยตัวเองได้ว่า การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในบ้านจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร”

.

“อ่อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องทำให้เขารู้สาเหตุของปัญหาก่อนใช่ไหมครับ?”

“ถูกต้องครับ เมื่อคุณทำให้ชายอ้วนยอมรับด้วยตัวเองแล้วว่า เขามีปัญหาอะไร สิ่งที่โค้ชมืออาชีพจะทำต่อมาก็คือ การทำให้ชายอ้วนนั้นรู้สาเหตุของปัญหานั้นว่ามันเกิดจากพฤติกรรมที่ขัดแย้งอะไร คำถามก็จะง่ายๆเช่น ‘แล้วทราบหรือเปล่าว่า ที่อ้วนขนาดนี้เกิดจากสาเหตุอะไร?’ และเช่นเดิม ที่ถามไม่ใช่เพราะคุณต้องการรู้ แต่ถามเพราะต้องการให้เขารู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนั้น ตามทันนะ”

“ทันครับ”

.

“เมื่อผู้มาขอคำปรึกษา ได้รู้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า อะไรคือปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่คิดเอาเอง อะไรคือพฤติกรรมขัดแย้งที่เป็นสาเหตุของปัญหา อันดับต่อมาที่โค้ชมืออาชีพจะต้องทำก็คือการทำให้เขามองเห็นผลกระทบที่เกิดจากการไม่แก้ไขพฤติกรรมที่เป็นโทษนั้นให้ทันท่วงที คำถามก็ง่ายๆ เช่น ‘หากยังปล่อยให้ตนเองเป็นเช่นนี้ต่อไปโดยไม่แก้ไข จะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นบ้าง?’ และเช่นเดิม ที่ถามไม่ใช่เพราะคุณต้องการรู้ แต่ถามเพราะต้องการให้เขารู้ว่าอะไรคือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเขาหรือคนอื่นๆ หากเขาไม่รีบแก้ไข ตามทันนะ”

“ทันครับ”

.

“จะเห็นว่าเมื่อเราแนะนำด้วยประโยคบอกเล่า เราไม่มีทางรู้ว่าเขาตั้งใจฟังสิ่งที่คุณบอกเขาไปมากน้อยแค่ไหน จริงไหมครับ แต่หากคุณใช้ประโยคคำถาม เมื่อคุณถูกใครสักคนถาม สมองคุณจะทำหน้าที่คิดและหาคำตอบโดยอัตโนมัติ เช่น วันนี้คุณเดินทางไปทำงานใช้เวลากี่นาทีครับ?”

.

ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะรู้ว่าคำถามนั้นคือคำถามทดสอบให้เห็นการทำงานของสมอง สมองของเขาก็คิดไปถึงเวลาที่เขาออกจากบ้านและรอรถโดยสารประจำทาง จากนั้นติดแหงกอยู่บนถนนอีกร่วมชั่วโมงก่อนจะมาตอกบัตรเข้าทำงานในเวลา 8.45 น. รวมเวลาแล้วก็ 1 ชั่วโมง 35 นาที

เออ เฮ้ย จริงด้วย เมื่อสมองทำการประมวลหาคำตอบเสร็จเรียบร้อยแล้วในเวลาไม่กี่วินาทีนั่นแหละ เขาจึงตระหนักได้ว่าคำถามเมื่อครู่ คือการทดสอบให้เห็นประจักษ์

.

เมื่อเห็นว่าคทาชายนายนี้เข้าใจในสิ่งที่ตนต้องการจะสื่อแล้ว โค้ชจึงอธิบายถึงคำถามประโยคที่สี่

“เมื่อผู้มาขอคำปรึกษา ได้รู้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า อะไรคือปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่คิดเอาเอง อะไรคือพฤติกรรมขัดแย้งที่เป็นสาเหตุของปัญหา อะไรคือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากไม่เร่งแก้ไขให้ทันท่วงที สิ่งที่โค้ชมืออาชีพต้องทำต่อไปก็คือการนำเสนอทางแก้ด้วยวิธีการของเขา ไม่ใช่ของเรา คำถามก็ง่ายๆ เช่น ‘จากสิ่งที่คุณได้รู้ทั้งหมด คุณมีวิธีแก้ไขยังไง ลองเล่าให้ฟังหน่อย’ ใช้คำถามกระตุ้นให้เขาคิดและหาคำตอบที่มาจากความเชื่อของเขาให้ได้เสียก่อน ตามทันนะ”

.

“โค้ชพูดแบบนี้หมายความว่า หากเขาไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ดีด้วยตัวเขาเอง เราจึงค่อยให้คำแนะนำที่เราคิดว่าเหมาะสมแก่เขาใช่ไหมครับ?”

“เยี่ยมมาก พ่อหนุ่ม ตอนนี้คุณได้เรียนรู้เทคนิคการโค้ชที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกแล้วนะครับ”

.

“ในทางปฏิบัติมันจะเวิร์คและง่ายแบบนี้เลยเหรอครับ?”

.

“นิสัยเกิดจากการทำซ้ำๆ และคนเราจะมีความสุขจากการทำสิ่งใดซ้ำๆได้ ไม่ใช่ด้วยการถูกบังคับ แต่เกิดจากความยินยอมของตนเอง ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราต้องการให้ใครสักคนเปลี่ยนนิสัยเพื่อให้เขาได้ผลลัพธ์ใหม่ที่เขาต้องการ เราจึงต้องทำให้เขาเชื่อว่าความคิดที่เกิดขึ้นนั้นคือความคิดของเขาเอง และแน่นอนว่าจะทำให้ได้ผลที่ต้องการ 100% มันไม่ใช่เรื่องง่าย

.

การจะใช้ SPIN เวอร์ชั่นที่ผมบอกให้ได้ผล 100% มีองค์ประกอบ 3 อย่าง

1. K (Knowledge) ผู้ใช้ต้องมีความรู้ที่มากพอในเรื่องที่คนมาขอคำปรึกษา

2. S (Skill) ผู้ใช้ต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่คนมาขอคำปรึกษา อีกทั้งยังต้องมีความเชี่ยวชาญในการใช้ SPIN นี้ด้วย

3. A (Attitude) ผู้ใช้ต้องมีทัศนคติ ความคิด ความเชื่อที่ถูกต้องเที่ยงตรง

เมื่อคุณใช้เทคนิคนี้ช่วยทำให้ผู้อื่นมี ‘ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม’ ได้มากพอ คุณก็จะได้ ‘ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม’ เป็นรางวัล”

.

“ทำไมโค้ชมั่นใจในหลักการและวิธีการนี้นักครับ?” คำถามนี้คือโอกาสดีที่โค้ชจะได้ฝังความเชื่อใหม่ลงไปในจิตใต้สำนึกของชายคนนี้

.

“ในแง่ของหลักการ ก็มาจากทฤษฎีการตลาดแบบสวนกระแส ช่วย-ชอบ-เชื่อ ที่ผมสอนคุณไปนั่นแหละ เราทุกคนจะเป็นในสิ่งที่เราเชื่อ เพราะฉะนั้น ความเชื่อก็คือชีวิต และชีวิตก็คือนิสัยซึ่งเป็นผลมาจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆ ดังนั้นถ้าผมจะทำให้ใครสักคนเปลี่ยนนิสัยได้จริงๆ เขาจะต้องเชื่อในสิ่งที่ผมแนะนำให้เขาเสียก่อน เชื่อมากพอที่จะไปปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอราวกับมันคือความเชื่อของเขาเอง” โค้ชเว้นระยะนิดนึงเพื่อให้ชายหนุ่มคิดตาม “ส่วนเรื่องวิธีการนั้น คุณคิดว่า SPIN เวอร์ชั่นที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ผมได้วิธีการมาจากใคร?”

“ไม่ทราบครับ”

.

“SPIN เวอร์ชั่นที่อาจารย์ฝึกสอนให้ผมตอนทำงานขายเป็น SPIN เวอร์ชั่นที่ฝรั่งเขาคิดค้นขึ้นมาทีหลังไม่กี่ปีนี้เอง” โค้ชไขความกระจ่าง “แต่ SPIN เวอร์ชั่นที่ผมนำมาต่อยอดใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ก็คือ ‘อริยสัจ 4’ ที่พระพุทธเจ้าทรงใช้สั่งสอนคนให้หลุดพ้นจากความทุกข์มานานถึง 2,500 กว่าปี ผมแค่นำเอาเทคนิคของพระองค์มาทำให้ง่ายขึ้นเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง”

“ยังไงครับ ผมตามไม่ทัน”

.

“ทุกข์ก็คือปัญหา, สมุทัยก็คือสาเหตุ, นิโรธก็คือผลกระทบ และ มรรคก็คือทางแก้ มองออกหรือยังครับ?”

“เออ จริงด้วยแฮะ”

.

“หนามยอกต้องเอาหนามบ่งครับ นิสัยอยากอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่างหนึ่ง แก้ได้ด้วยนิสัยสร้างเหตุให้สอดคล้องกับผลเท่านั้น และ ‘อริยสัจ 4’ คือเครื่องมือโค้ชชิ่งที่ฝึกให้เราสร้างเหตุให้สอดคล้องกับผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ผมเคยศึกษามาแล้วครับ” โค้ชกล่าวสรุป

.

“คนเราเป็นทุกข์กับนิสัยนี้กันมากที่สุด เรียกว่าแทบจะทุกเรื่องในชีวิตเลยก็ว่าได้ พระพุทธเจ้าหาปลาให้เรากินทุกครั้งที่หิวไม่ได้หรอก พระองค์จึงทรงสอนให้เราทุกคนรู้จักวิธีหาปลาให้ตัวเอง เมื่อใดที่เราเป็นทุกข์กับเรื่องใดก็ตาม เมื่อนั้นเราก็ต้องรู้วิธีพาตัวเองออกจากความทุกข์ในเรื่องนั้นให้ได้ด้วยตนเอง ซึ่ง ‘อริยสัจ 4’ ที่พระองค์ใช้ คือเทคนิคการโค้ชชิ่งแบบมืออาชีพที่เราทุกคนควรฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เพื่อทำให้ตนเองมี ‘ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม’ อย่างเดียว แต่เพื่อเอาไว้ช่วยเหลือคนทุกคนที่เราช่วยได้ให้มี ‘ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม’ ด้วย ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวของผม นอกจาก ‘การให้อภัย’ ซึ่งเป็นหลักธรรมขั้นสูงในศาสนาแล้ว ก็คงมีแต่ ‘การให้ชีวิตใหม่’ นี่แหละที่ได้บุญบารมีไม่แพ้กัน คุณว่ามั้ย”

.

“ขอบคุณโค้ชมากครับ วันนี้ผมได้อะไรเยอะมากๆเลย” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ

“ผมก็ด้วย ขอบคุณคุณเช่นกันครับ”

กล่าวจบโค้ชก็อุ้มเจ้าเหมียวน้อยออกจากตักแล้วปล่อยให้มันเดินเตาะแตะต้วมเตี้ยมอย่างอิสระไปตามทางของมัน

.

.

#โค้ชธนา

#Excellent_Writer

#Trainer_Story

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net