วันที่ อังคาร มิถุนายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เคล็ดลับเลือก''แหวนเพชร''งามตรงความต้องการ


เรียนรู้เทคนิค "การเลือกแหวนเพชร" ให้สวยตรงความต้องการในวันสำคัญได้ง่ายๆไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด ที่ใช้เวลาเพียง 10 นาที!



เมื่อถึงวันสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานหมั้น หรืองานสมรส ย่อมจะขาดสิ่งสำคัญอย่างแหวนเพชร ที่นับว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญในวันแสนพิเศษนี้ไปไม่ได้ แต่มั่นใจว่า หลายท่านคงจะสงสัยไม่ใช้น้อยว่า "วิธีการเลือกแหวนเพชร" ให้คุ้มค่าและตรงความต้องการที่สุดนั้นต้องเป็นยังไง?



วันนี้ พวกเราจะพาไปไขข้อข้องใจ พร้อมขั้นตอนการเลือกซื้อ "แหวนเพชร" ได้อย่างง่ายดาย

 

  • ระบุ Budget แหวนเพชรในใจ

 

เป็นสิ่งที่พวกเราควรจะทำเป็นอันดับแรก เพื่อไม่ให้งบประมาณเกินเลยไปไกลกว่าที่คิด การจัดสรรงบประมาณสำหรับเลือกซื้อเครื่องเพชรนั้น ควรมีสัดส่วนอยู่ที่ แหวน 50% สร้อยคอ 30% ตุ้มหูและสร้อยข้อมือหรือกำไล อีก 20%

  • คัดเลือก "แหวนเพชร" ให้ตรงใจที่สุด

เมื่อพวกเรามีงบประมาณในใจแล้ว ต่อมาเป็นการเลือกแหวนเพชรให้ตรงใจที่สุด ซึ่งเพชรมีพื้นฐานอยู่ 4 ประการ หรือเรียกว่า 4 Cs คือ Carat Weight (กะรัต) Cut (การเจียระไน) Color (สี) และก็ Clarity (ความสะอาด)

  1. "กะรัต (CARAT)" คือหน่วยที่ใช้ชั่งน้ำหนักของเพชรและก็อัญมณีต่างๆหรือภาษาง่ายๆก็คือ การเลือกขนาดของเม็ดเพชรนั่นเอง ซึ่งกะรัตจะใช้อักษรย่อว่า "ct" โดยใน 1 กะรัตจะแบ่งหน่วยย่อยออกเป็น 100 หน่วยเรียกว่า Point หรือที่รู้จักกันว่า "ตัง" ยกตัวอย่างเช่น เพชรขนาด 0.50 ct จะเรียกว่า 50 Point หรือ 50 ตัง เพราะฉะนั้น เพชรที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีราคาที่ต่างกันได้ ซึ่ง "ขนาดของเม็ดเพชร" ก็จะส่งผลต่อราคามากที่สุด ยิ่งเพชรเม็ดใหญ่มากยิ่งขึ้นมากแค่ไหน ราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วย
  2. "การเจียระไน (cut)" สัดส่วนของเพชรได้มาจากการเจียระไนอีกเช่นกัน "เพชรจะส่องประกายได้สวยแค่ไหนขึ้นกับการเจียระไน" ต่อให้เป็นเพชรคุณภาพดี แต่ถ้าหากได้รับการเจียระไนที่ผิดรูปทรง จะไม่มีประกาย แต่ถ้ายิ่งเจียระไนสัดส่วนของ แหวนเพชร ดีเพียงใด ก็จะยิ่งทำให้สะท้อนแสงแวววาวได้มากขึ้นเหมือนกัน ซึ่งการดู "รูปทรงของเพชร" นั้นพวกเราไม่อาจจะมองดูได้ด้วยตาเปล่า แต่ว่าให้มองจากใบรับรองที่ได้มาตราฐาน (Certificate) โดยให้ดูจาก 3 ส่วน ดังต่อไปนี้ 1.Cut Grade: Excellent 2.lish: Excellent และก็ 3.Symmetry: Excellent ทั้งยังสามแบบนี้เกรดที่ได้จะต้อง 3 Excellent เพียงเท่านั้นนั่นหมายถึงเพชรที่เจียระไนได้สมบูรณ์
  3. "สี,น้ำ (Color)" โดยทั่วไปเราชอบเจอเพชรที่มีลักษณะเป็นสีขาวหรือไร้สี การลำดับสีของเพชรนั้นเริ่มจากไร้สีไปจนกระทั่งผสมเหลือง โดยสีของเพชรจะถูกแบ่งเริ่มตั้งแต่เพชรที่ใส ไม่มีสี(Colorless) ,จนกระทั่งเริ่มมีสีนวลขึ้นในระดับที่สายตาเริ่มสังเกตได้(Near Colorless) ,สีเหลืองจาง (Yellow Tinge) รวมทั้งเป็นสีเหลืองอ่อน(Light Yellow) และก็ถ้าหากใช้มาตรฐานของ GIA จะสามารถแบ่งระดับสีหรือที่นิยมเรียกกันว่า "น้ำ"โดยใช้อักษรตั้งแต่ D เท่ากันกับน้ำ 100 ต่อมาเป็น E ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 99 และ F เท่ากับน้ำ 98 ไล่ลำดับจนกระทั่ง Z ซึ่งจะสีออกเหลืองไปเลย
  4. "ความสะอาด (Clarity)" ซึ่งก็คือรอยตำหนิที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติของเพชร เพชรที่สะอาดก็คือเพชรที่มีตำหนิน้อย ด้วยเหตุนี้เพชรยิ่งมีตำหนิน้อยมากมากแค่ไหน มูลค่าก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น
  • เลือกทรงของแหวนเพชรให้ตรงความต้องการที่สุด

โดยการเลือก "เพชรเม็ดกลาง" ควรเลือกเพชรพรีเมี่ยม โดยขนาดของเพชรเม็ดกลางที่เลือก จะช่วยให้เลือกแบบของแหวนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นต่อจากนั้นพวกเราก็มาเลือกดีไซน์ตัวเรือนของแหวนเพชร ก็จะมีให้เลือกหลายแบบ แต่ละแบบสามารถทำให้แหวนเพชรมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดยในขณะนี้เป็นที่นิยม 3 แบบด้วยกันดังนี้

  1. "แหวนเกลี้ยงเพชรเม็ด (SOLITAIRE)" ถือเป็นแหวนเพชรสุดคลาสสิค เรียบหรู เป็นทรงที่ใช้ได้กับตลอดยุคทุกสมัย รวมทั้งสำหรับแหวนทรงนี้ส่วนใหญ่ จะนิยมเลือกหนามเตยเล็กๆเพื่อที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับการโชว์เม็ดเพชรให้เปล่งประกายได้มากขึ้น
  2. "ฝังเพชรหรือพลอยด้านข้าง (SIDESTONES/DIAMOND BAND)" ตัวเรือนจะมีการฝังเพชรเม็ดขนาดรองมาเป็นแถว ซึ่งจำนวนเพชรอาจมีตั้งแต่ข้างละ 2 เม็ดไปจนกระทั่งรอบนิ้ว
  3. "เพชรล้อมเม็ดกลาง (HALO)" เป็นลักษณะของเพชรเม็ดเล็กๆล้อมเพชรเม็ดกลางของแหวน ซึ่งจะทำให้เพชรเม็ดกลางแลใหญ่แล้วก็เด่นขึ้น เหมาะกับคุณผู้หญิงที่ต้องการความพิเศษเพิ่มขึ้นจากการออกแบบแหวนเรียบ
  • 4 หนามเตยจะช่วยยึดเพชรกับตัวเรือนให้เพชรมองมีขนาดใหญ่มากเพิ่มขึ้น แล้วก็
  • 6 หนามเตยจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับการยึดเพชรกับตัวเรือนมากกว่า แต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เพราะเพชรยอดจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก

 

หลังจากที่เราเลือกดีไซน์แหวนเพชร กันได้แล้ว ต่อจากนั้นจึงมาเลือก "วัสดุที่ใช้ทำตัวแหวน" ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำตัวเรือนของแหวนจะมีทั้งหมด 3 ชนิด ซึ่งจะมีทองคำผสมในสัดส่วนที่แตกต่างกันคร่าวๆ เป็น ทองขาว – 18k ทอง – 22k แล้วก็พิงก์โกลด์ – 18k

 

ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด เป็นการเลือก "ร้านเพชรที่มีบริการหลังการขาย"

เพราะว่ามูลค่าของแหวนเพชรที่พวกเราซื้อไปนั้น ใครๆก็ย่อมที่อยากเก็บไว้นานๆฉะนั้นควรเลือกร้านที่มีบริการหลังการขาย อีกทั้งบริการล้าง ทำความสะอาด ไปจนถึงบริการปรับแก้ มีอุปกรณ์ครบครันสำหรับในการตรวจดูเพชร พร้อมกับ Certificate จาก GIA และ Certificate จากทางร้าน เพราะว่าขึ้นชื่อว่า "เพชร" แล้ว... เป็นอัญมณีที่เลอค่าเหนือกาลเวลาและก็ที่สำคัญคือสัญลักษณ์แทนความรักที่มอบให้แก่กันอย่างประมาณคุณค่าไม่ได้

 

เมื่อรู้เทคนิค "การเลือกแหวนเพชร" ให้สวยงามตรงความต้องการในวันสำคัญได้ง่ายๆกันแล้ว ก็เข้าไปเลือกดูแหวนเพชรงามๆให้คนที่พวกเรารักกันได้ที่



โดย moonless

 

กลับไปที่ www.oknation.net