วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ค้นพบจุดชมวิวทะเลหมอกจาเราะกางา อันซีนติดเมืองเบตง


 

 

           ทีมบุกเบิก จุดชมวิวกุนุงซิลิปัต

             แบเซ็ง นายอูเซ็น มามะ ประธานชุมชนจาเราะกางา พร้อมวัยรุ่น กว่า 17 คน ขึ้นไปปักธงชาติไทย บนยอดเขา ดงเสม็ดแดง กุนุงจาเราะกางา เขาหินและถ้ำในตำนานดึกดำบรรพ์ ที่เรื่องเล่ากันว่า บนยอดเขาจะมีถ้ำลับแล มียินดูแลอยู่ เป็นที่สำหรับ ชาวบ้าน สามารถขอยืมจาน ชาม เวลามีงานเลี้ยง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแต่ต้องเอามาคืนให้ครบ จนกระทั่ง มีการผิดสัญญา เพราะชาวบ้านทำจานแตก และเปลี่ยนเอาใบอื่นไปคืน จึงไม่มีใครได้ยืมอีก ตั้งแต่นั้นมา
           สำหรับเขากุนุงจาเราะกางานั้น มีลักษณะเป็นสันเขาหินแนวยาว มีโพรงกลวง ภายในจะมีถ้ำ ส่วนยอดเขาสูงที่สุด ก็มีความสูง ถึง 467 ม. เหนือระดับน้ำทะเล ในฤดูปลายฝนต้นหนาว ที่นี่จึงมาสามารถเห็นทะเลหมอก รอบทิศทาง และในเวลาไม่มีหมอก ก็สามารถมองเห็นไปถึงเมืองเบตงในทิศตะวันออก เพราะมีระยะห่างเมืองเบตง แค่ 4.5 กม. ถือว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกแห่งเดียว ที่อยู่ในเขตเทศบาลเบตง



            นอกจากนั้น ชุมชนรอบๆของกุนุงจาเราะกางา ก็เป็นแหล่งชุมชนโบราณ ตั้งแต่ ชุมชนจาเราะกางา จาเราะอายัม กาแป๊ะกอตอ ที่ตั้งวังเก่า วังโบราณแห่งเมืองเบตง และกาแป๊ะฮูลู อันเป็นชุมชนสุดท้ายติดชายแดนมาเลเซีย ซึ่งชุมชนทั้งหมดนี้ จะมีวัฒนธรรมการกินที่เป็นเอกลัษณ์ โดดเด่นไม่เหมือนที่ใดในแผ่นดิน เช่น น้ำพริกน้ำกระปิ ข้าวหลามบาซูก้า(ปูโล๊ะลือแม) และกาแฟโบราณ เพราะที่นี้รับมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม โดยกาแฟผ่านมาทางเกาะปีนัง ที่อยู่ห่างไปทิศตะวันตกเฉัยงใต้แค่ 80 กิโลเมตร


สกายวอล์ค ระเบียงกระจกชมหมอกยาวที่สุดในอาเซียน

 

 



            ในวันนี้ เมื่อชุมชนตื่นจากการหลับไหล ตื่นเพราะกระแสการพัฒนาเมืองเบตง ให้เป็นเมืองต้นแบบ การท่องเที่ยวครบวงจร ที่กำลังจะมีสนามบิน และสกายวอล์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวหลักล้านคน ภายในปี 2563 ชุมชนจาเราะกางา จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา โดยชูธรรมชาติที่สวยงาม และวิถีชีวิตแบบเบตงแท้ๆ เพื่อเป็นทางเลือกของนักท่องเที่ยว ในยุคติจิตอลต่อไป....ศณีรา ภูมิใจ รายงาน.

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net