วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิษณุยันศาลออสเตรเลียเคยตัดสินจำคุกคดียาเสพติดไม่มีผลต่อคุณสมบัติ!?


สวัสดีครับ

         ครม.ประยุทธ์ - 2/1 ได้รับโปรดเกล้าฯแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนพิจารณา แต่พอเผยแพร่

รายชื่อออกมา ปรากฏว่ามีชื่อ นายธรรมนัส  พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุก และ

รัฐบาลไทยทำเรื่องขอโอนตัวในสถานะนักโทษยาเสพติดมาแล้ว จึงกลายเป็นปัญหาคาใจของประชาชนว่า นายกฯทราบเรื่องนี้มาก่อน

หรือเปล่า แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

         รายงานข่าวมีดังท้ายนี้

 

    
 

10 ก.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายธรรมนัส  พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุก และรัฐบาลไทยทำเรื่องขอโอนตัวในสถานะนักโทษยาเสพติด จะมีผลกระทบเรื่องคุณสมบัติหรือไม่ หากนายธรรมนัส มีชื่อเป็นรัฐมนตรี ว่า ไม่มีผลในส่วนของคุณสมบัติว่าเคยต้องคดี  แต่ในเรื่องของความประพฤติ การทุจริต มาตรฐานทางจริยธรรมเหล่านี้ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่มีเกณฑ์ชี้วัดอย่างชัดเจน 

"ในอดีตเคยมี ส.ส.ต้องคำพิพากษาในต่างประเทศ กรณีขนยาเสพติดเข้าฮ่องกง ตรงนั้นไม่มีผลกระทบอะไรในส่วนของไทย แต่จะกระทบเรื่องชื่อเสียง เกียรติยศ และอะไรหลายอย่าง อาจจะเป็นข้อห้ามอีกแบบหนึ่ง แต่จะเอาข้อหานั้นตรงๆ มาใช้ไม่ได้ แม้ข้อหาอาจจะตรงกัน แต่ศาลไทยไมได้เป็นผู้ตัดสิน"

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเคยถูกไล่ออกจากราชการแล้วได้รับกลับคืนในเวลาต่อมา จะมีผลต่อคุณสมบัติรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่ว่าถูกไล่ออกจากราชการเพราะอะไร หากถูกไล่ออกเพราะทุจริตนั้นไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่กรณีทุจริตไม่เป็นไร โดยเฉพาะเมื่อกลับเข้ารับราชการแล้ว ยิ่งต่อมาได้ความดีความชอบ ทำให้มีอะไรขึ้นไปอีก

เมื่อถามว่า นายธรรมนัส ได้มีมาปรึกษาเรื่องต่างๆ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีใครมาปรึกษา ตนยังไม่รู้เลยคนไหนหน้าตาเป็นอย่างไร

ถามว่า หากมีการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีไปแล้ว เกิดมีปัญหาภายหลัง จะเกิดผลอย่างไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ว่าอะไร หรือใครก็ตาม เมื่อพบว่ามีปัญหาก็ต้องจัดการ ทำให้ถูกต้อง หรือมิฉะนั้นก็ต้องพ้นไป เรื่องนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างการตรวจสอบไม่ดี กับเป็นกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น ถ้าตรวจสอบไม่ดีผู้มีหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าตรวจสอบดีแล้ว แต่เป็นกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือเพิ่งถูกตีความก็ว่ากัน

เมื่อถามว่า นายธรรมนัสที่มีชื่อเป็นเจ้าของบริษัทที่ได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล จะถือว่าเข้าข่ายได้ประโยชน์จากกิจการหรือสัมปทานของรัฐหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องดูว่าปัจจุบันยังทำอยู่หรือไม่ ตนไม่รู้ ถ้าทำมาตั้งแต่ในอดีตไม่เป็นไร แต่ถ้ายังทำอยู่จะมีปัญหา.

 

“วิษณุ” เตือน ”ผู้กองมนัส” ระวังปัญหาคุณสมบัติ “รมต.” | NationTV

https://youtu.be/HSh5uwxtpDA

The Daily Dose - ทำความรู้จัก ร.อ.ธรรมนัส หรือพชร หรือมนัส พรหมเผ่า

https://youtu.be/C69NcqpTprU


 

 ................................................

รื้อใหญ่‘กระทรวงเกษตรฯ’! 4รมต.เครื่องร้อนจ่อถกแต่งตั้ง แบ่งเค้กคุมงบแสนล้าน

รื้อใหญ่‘กระทรวงเกษตรฯ’! 4รมต.เครื่องร้อนจ่อถกแต่งตั้ง แบ่งเค้กคุมงบแสนล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.35 น.
 
 

รื้อใหญ่‘กระทรวงเกษตรฯ’! 4รมต.เครื่องร้อนจ่อถกแต่งตั้ง แบ่งเค้กคุมงบแสนล้าน

11 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้มีการเตรียมห้องทำงานให้กับรัฐมนตรีทั้ง 4 คน ซึ่งมีห้องไว้แล้วไม่ต้องทำใหม่ เพราะเคยมีรัฐมนตรี 4 คนมาก่อน โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ , นายธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ , น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ และนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ ได้ประสานมาถึงปลัดกระทรวงเกษตรฯโดยตรง ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้รับการโปรดเกล้าลงมาแล้ว พร้อมกับได้พูดคุยถึงนโยบายกระทรวงเกษตรฯเบื้องต้น โดยจะมีการขับเคลื่อนตามนโยบายศาสตร์พระราชาเป็นหัวใจหลัก

ในส่วนนายเฉลิมชัย จะดูแล 4 หน่วยงานหลัก คือ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำหรับอีก 3 รมช.เกษตรฯ นายเฉลิมชัย จะประชุมหารือกับ 3 รมช.อีกครั้งว่าจะมีการแบ่งงานกันอย่างไร คาดว่าจะเข้ากระทรวงและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง หลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณในสัปดาห์หน้า

รายงานข่าว ระบุว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่รัฐมนตรีเกษตรฯทั้ง 4 คน ได้เตรียมหารือกันและจะดำเนินการเร็วที่สุด คือ การปรับเปลี่ยนบุคลากรของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้งานนโยบายที่เน้นแก้ปัญหาปากท้อง เดินหน้าไปได้รวดเร็วตามที่หาเสียงไว้ รวมทั้งจะเร่งสร้างคะแนนนิยมจากประชาชนให้ได้โดยเร็ว รัฐบาลนี้จึงต้องใช้กลไกของกระทรวงเกษตรฯที่นำนโยบายลงสู่ระดับล่างได้ทันทีและทั่วถึง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ได้ผลดีชัดเจน

นอกจากนี้ในเดือนกันยายนนี้ มีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุ ในระดับ 10 มี 9 ตำแหน่ง คือ ผู้ตรวจราชการ 2 ตำแหน่ง นางสาววราภรณ์ พรหมพจน์ และนายอานัติ วิเศษรจนา , รองปลัดกระทรวง 3 ตำแหน่ง คือ นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน นายสุรเดช เตียวตระกูล นายสุรจิตต์ อินทรชิต , อธิบดี 4 ตำแหน่ง คือ นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)

ทั้งนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายในตำแหน่งต่างๆที่สำคัญด้วยในสัปดาห์แรกช่วงวันที่ 1 สิงหาคม นี้ ต้องเสนอรายชื่อมือทำงาน ที่จะโยกย้ายไปนั่งตำแหน่งแล้ว ซึ่งพรรคที่มีข้อมูลของบุคคลากรกระทรวงเกษตรฯในมือมากที่สุด คือ พรรคชาติไทยพัฒนา เพราะคุมกระทรวงนี้มานาน

ในส่วนงบประมาณที่กระทรวงเกษตรฯ ในแต่ละปีได้รับการจัดสรรงบประมาณกว่า  1 แสนล้านบาท มีหน่วยงานในกำกับดูแลระดับกรม 15 หน่วยงาน และองค์กรมหาชนอีก 3 หน่วยงาน พันธกิจหลักคือ พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคง  พัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและส่งเสริมงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2562 กระทรวงเกษตรฯได้รับการจัดสรร ทั้งสิ้น 108,539.324 ล้านบาท คิดเป็น 3.6%ของงบประมาณรายจ่ายรวม  ซึ่งงบประมาณจำนวนดังจะถูกกระจายไปให้หน่วยงานในกำกับดูแลดังนี้ 1.สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งบประมาณ 1,756.01 ล้านบาท  2.กรมการข้าว 3,138.44 ล้านบาท 3.กรมชลประทาน 65,643.27 ล้านบาท 4.กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 1,354.42 ล้านบาท 5.กรมประมง 4,096.94 ล้านบาท

6.กรมปศุสัตว์ 6,225.69 ล้านบาท 7.กรมฝนหลวงและการบินเกษตร 2,302.03 ล้านบาท 8.กรมพัฒนาที่ดิน 5,723.70 ล้านบาท  9.กรมวิชาการเกษตร 4,136.47 ล้านบาท 10.กรมส่งเสริมการเกษตร 6,340.56 ล้านบาท 11.กรมส่งเสริมสหกรณ์ 3,101.68 ล้านบาท 12.กรมหม่อนไหม 710.14  ล้านบาท 13.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 1,937.44 ล้านบาท 14.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ 285.96 ล้านบาท และ 15.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  644.47 ล้านบาท

ส่วนองค์การมหาชน 3 หน่วยงาน จะได้รับการจัดสรรงบดังนี้ 1.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การ์มหาชน) 546.45 ล้านบาท 2.สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) 198.75  ล้านบาท  และ3.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) 396.80 ล้านบาท และมีรัฐวิสาหกิจอีก 4แห่ง คือการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรรม(อตก.) องค์การสะพานปลา องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อสค.) ยังมีสำนักงานกองทุนฟื้นฟูเพื่อพัฒนาเกษตรกร(กฟก.)

สำหรับนายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯและนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯจะพ้นหน้าที่ในวันที่ครม.ใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ก็จะเก็บของออกจากกระทรวง

‘อนุทิน’ลั่นเร่งแก้ปัญหาปากท้องปชช เชื่อเสถียรภาพรัฐบาลไร้ปัญหา

‘อนุทิน’ลั่นเร่งแก้ปัญหาปากท้องปชช เชื่อเสถียรภาพรัฐบาลไร้ปัญหา

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.31 น.
 
 

“อนุทิน” เผย แนวทางการทำงานของพรรค ติดตามงานทุก 3 เดือน ชี้ปชช.คาดหวังรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง เชื่อ เสถียรภาพรัฐบาลไร้ปัญหา ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง 

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องการยกระดับการบริการของอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ต้องดูอัตราการจ้างนักศึกษาแพทย์ ที่เมื่อจบการศึกษาอยากให้บรรจุเข้าทำงานได้ทันที เพราะที่ผ่านมาพบปัญหาว่า เมื่อเรียนจบแล้วยังไม่สามารถบรรจุเข้าทำงานได้ ขณะที่งานในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะมีการเข้าไปสานต่อเรื่องของระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวกับการเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในฐานะผู้ใช้บริการ ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมปที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนปัญหาปากท้องของประชาชาชน แน่นอนว่าเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนอยู่แล้ว หากงานไหนที่เราเกี่ยวข้อง และประสานงานได้ก็ต้องเร่งทำ ซึ่งงานสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ คือการแก้ไขเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชน ขณะที่ประชาชนเองก็คาดหวังกับรัฐบาลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทย จะมีการติดตามผลการทำงานทุก 3 เดือน 

เมื่อถามว่า หลังจาก 3 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องดีขึ้น ตนเชื่อมั่นว่า การทำงานของภาคการเมือง กับข้าราชการประจำ ในส่วนที่ตนรับผิดชอบนั้น จะมีความร่วมมือเพื่อช่วยกันทำงานให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นบวกแน่นอน 

เมื่อถามว่า นโยบายกัญชาของพรรคต้องเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน เตรียมการประสานงานไว้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเคยพูดแล้วว่า หัวหน้ารัฐบาลเองได้แสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันเรื่องดังกล่าว และหากเราร่วมรัฐบาลด้วยกันแล้วก็ต้องมีเหตุผลที่ดีในการช่วยกันทำงาน และช่วยกันประสานงานกับหน่วยงานราชการนอกกระทรวงที่เรารับผิดชอบ ซึ่งถือเป็นวิธีการทำงานที่เราเป็นผู้บริหารงาน และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่า มีหน่วยงานไหนปฏิเสธหรือต่อต้านที่จะให้ความร่วมมือ 

เมื่อถามว่า ในการผลักดันนโยบายกัญชามีความกดดันหรือไม่ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ทำหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่กดดัน เพราะเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชน อีกทั้ง ยังเป็นเรื่องที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หากใช้ในทางที่ถูกต้อง ถูกวิธี และเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ตนมองว่า จะสำเร็จ แต่หากอะไรที่เป็นเรื่องนอกกรอบ นอกระเบียบ ก็จะเป็นโทษทั้งนั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปัญหา 

เมื่อถามว่า การทำงานของรัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ เนื่องจากมีพรรคร่วมรัฐบาลมากถึง 19 พรรค นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง โดยยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง จะเป็น 19 พรรคหรือ 100 พรรค หรือ 3 พรรค เราก็ทำได้ทั้งหมด เพียงแค่อย่าอิจฉาหรือขัดขวางประโยชน์ต่างๆที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็ต้องยอมรับนโยบายของพรรคอื่นๆ ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน หากมีนโยบายที่ดี ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน คาดว่าช่วงเย็นวันนี้ที่จะมีการประชุมของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะมีการร่างนโยบายร่วมกัน ตนได้มอบหมายให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เข้าร่วมการประชุม 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะทำงานควบคู่ในส่วนของรัฐมนตรี และส.ส.ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “นี่แหละกรรมของหัวหน้า และเลขาธิการพรรค ก็ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นเขา เพราะงานสภาเองก็สำคัญเช่นกัน อีกทั้งงานบริหารราชการแผ่นดินก็สำคัญ แต่ไม่เป็นไร ผมไม่เบิกโอที” นายอนุทิน กล่าว

‘วิษณุ’ไม่รู้นายกฯต้อง‘รับผิดชอบ’ แต่‘รับทราบ’คุณสมบัติ35รมต.

11 กรกฎาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ชี้แจงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมของนายธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ กรณีถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุก ว่า ข้อกฎหมายเป็นเรื่องหนึ่ง ความเหมาะสม ความควรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง กรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องตรวจสอบจริยธรรมในตัวรัฐมนตรี ถือเป็นสิทธิของเขา 

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า หากไล่ดูรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 เรื่องลักษณะต้องห้ามการสมัครสส. มาตรา 101 เรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสส. และมาตรา 160 คุณสมบัติของรัฐมนตรี ถือว่าไม่กระทบอะไร ส่วนความควรไม่ควรเป็นเรื่องที่เกิดได้กับทุกคน เช่น กรณีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ซึ่งเป็นเรื่องของนายกฯ ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบตรงนั้นได้ แต่ถ้ามีปัญหาจะทำเป็นข้อสังเกต เป็น 2 ช่อง คือ ช่องตามกฎหมาย และกรณีที่เป็นปัญหาในสังคม เช่น มีคดีค้างอยู่ที่ ปปช. แต่ยังไม่ถูกชี้มูล ไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ แต่ให้รู้ว่ามีคดีค้างอยู่ รัฐมนตรีคนไหนมีคดีค้างไว้เขาทำส่งไปหมดเลย เพื่อให้รู้ไว้ เพราะหากชี้มูลจะได้รู้ล่วงหน้า ซึ่งนายกฯทราบดีว่ารัฐมนตรีทั้ง 35 คนมีคุณสมบัติอย่างไร 

เมื่อถามว่าหากเกิดอะไรขึ้นนายกฯต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าต้องรับผิดชอบหรือไม่ แต่ท่านได้รับทราบแล้ว

ถอยหลัง41ปี!‘ปิยบุตร’โชว์เลคเชอร์สับครม.3ข้อ ย้อนยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

ถอยหลัง41ปี!‘ปิยบุตร’โชว์เลคเชอร์สับครม.3ข้อ ย้อนยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.48 น.
 
 

ถอยหลัง41ปี!‘ปิยบุตร’โชว์เลคเชอร์สับครม.3ข้อ ย้อนยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

 

11 กรกฎาคม 2562 ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า เป็นไปตามโผทั้งหมด ตนมีข้อสังเกต 3 ข้อ คือ 1. เป็นการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเชน มีรัฐมนตรีหลายคนนั่งเก้าอี้ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์มานาน 2. ย้อนยุคไป 41 ปี เหมือนยุคของรัฐธรรมนูญฉบับ 2521 ที่เป็นประชาธิปไตยครึ่ง ในยุคที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ มีพรรคร่วมหลายพรรค แต่ด้วยวิธีการบริหารก็สามารถประคับประคองไปได้ จึงต้องดูว่าพล.อ.ประยุทธ์จะไหวหรือไม่ 3.เหมือนไม่ใช่รัฐบาลทหาร เพราะมาจากการเลือกตั้ง แต่ภาพรวมของรัฐบาลก็ยังเป็นองค์ประกอบโดยมีทหารเป็นหลัก มีกองทัพสนับสนุน สิ่งที่อยากเรียกร้องเมื่อมีรัฐบาลแล้วคือ อยากให้ครม.ชุดใหม่รีบแถลงนโยบายโดยเร็ว

นายปิยบุตร กล่าวว่า ส่วนฝ่ายค้านก็พร้อมต่อสู้ตามกติกาที่เขาออกแบบมา เพื่อตรวจสอบตามที่ประชาชนเรียกร้อง อนาคตใหม่ จะทำหน้าที่ในสภาตรวจสอบนโยบายต่างๆที่ชื่อดูสวยหรูว่าทำเพื่อการพัฒนา แต่ไส้ในมีข้อครหาในการเอื้อทุนใหญ่ โดยไม่เห็นหัวประชาชน ที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากการพัฒนา ก็ไม่ควรผ่านการพิจารณาอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงปลายรัฐบาลที่แล้ว ก็มีการอนุมัติโครงการใหญ่ทิ้งทวน ก็ต้องได้รับการตรวจสอบ ส่วนอายุรัฐบาลชุดใหม่จะนานหรือไม่นั้น ตนไม่กล้าคาดเดา เคยมีการคาดว่า เสียงปริ่มน้ำอาจจะทำให้อยู่ไม่นาน แต่ต้องอย่าประมาทเขาอาจลากไปเรื่อยๆก็ได้

“หลังจากนี้ขอให้จับตาดูบทบาท สว.ที่ชัดแล้วว่าถูกแต่งตั้งมาเพื่ออะไร จากนี้ไปคาดว่าบทบาทของ สว.จะมีมากขึ้นเมื่อการเมืองเดินหน้า โดยเฉพาะการให้ สส.หรือสว.จำนวนหนึ่งยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภา ตั้งกรรมการร่วมเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปหรือไม่ เพื่อให้การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนั้นต้องพิจารณาร่วมกันทั้งสส.และสว.ในที่ประชุมรัฐสภา" นายปิยบุตรกล่าว

 

10รมต.กลาโหมอาเซียน-เลขาฯอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ

10รมต.กลาโหมอาเซียน-เลขาฯอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.54 น.
 
 

พล.ท.วีรชนสุคนธปฏิภาครองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า  วันนี้(11 กรกฎาคม2562) เวลา08.30 น. ณห้องสีม่วงตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน10 ประเทศและเลขาธิการอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน(ADMM) ครั้งที่13 โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับพร้อมขอบคุณทุกประเทศสมาชิกอาเซียนและสำนักเลขาธิการอาเซียนที่สนับสนุนการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่34 ที่ผ่านมาจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและยินดีที่การประชุมADMM ครั้งที่13 ระหว่างวันที่10 – 12 กรกฎาคม2562 ณโรงแรมแชงกรี- ลากรุงเทพฯประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี 

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวชื่นชมบทบาทเวทีADMM ที่มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่องและหวังให้เป็นกลไกหลักในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหารและเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับยุทธศาสตร์ในการร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องว่าความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างกระทรวงกลาโหมจะช่วยส่งเสริมความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียนรวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพให้มีความเข้มแข็งจัดการกับความท้าทายด้านความมั่นคงของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ


พล.ท.วีรชนกล่าวว่าในมิติของความมั่นคงนั้นเราจะร่วมกันเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มีความมั่นคงเข้มแข็งและมีความไว้เนื้อเชื่อใจรวมทั้งสามารถจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่สำคัญของภูมิภาคเช่นการก่อการร้ายอาชญากรรมข้ามชาติภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่มีพลวัตและยั่งยืนควบคู่ไปกับการมีเสถียรภาพทางสังคม 

"นายกรัฐมนตรีระบุว่าการแก้ปัญหาภายในภูมิภาคไม่สามารถดำเนินการได้โดยประเทศเดียวแต่ต้องร่วมมือกันภายใต้กฎบัตรอาเซียนซึ่งจะทำให้อาเซียนสามารถเจรจาต่อรองในเวทีโลกด้วยการใช้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้(one voice) เช่นในประเด็นการทำประมงที่ผิดกฎหมายฯ(IUU) ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบแต่เพียงด้านเศรษฐกิจและสังคมแต่มีผลกระทบด้านความมั่นคงต่อประเทศสมาชิกอาเซียนและประชาชนอาเซียนด้วยโดยสำนักงานเลขาธิการอาเซียนจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงทุกประเทศเข้าด้วยกัน"

ทั้งนี้ในฐานะประธานอาเซียนไทยมุ่งมั่นเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มีความมั่นคงเข้มแข็งและมีความไว้เนื้อเชื่อใจสามารถจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงของภูมิภาคที่สำคัญเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่มีพลวัตและยั่งยืนควบคู่ไปกับการมีเสถียรภาพทางสังคม 

ด้านรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาในฐานะตัวแทนรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมADMM ที่ไทยในครั้งนี้โดยทุกประเทศสมาชิกพร้อมกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรมเนื่องจากประเด็นด้านความมั่นคงถือเป็นมิติที่สำคัญและเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว

 
 
 
 
 
 
..............................................................
 
11 กรกฎาคม 2562
 

 

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net