วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระสมเด็จพิมพ์แหวกม่านหลังตราโล่


พระสมเด็จ เป็นพระในฝันของทุกคนที่นิยมชมชอบสะสมพระเครื่อง ด้วยความที่จัดลำดับการ

ร้อยเรียงสร้อยพระท่านเป็นพิมพ์ชิ้นฟัก เลยให้เป็นองค์ประธานตรงกลางจึ่งกลายเป็นพี่ใหญ่

สุดในบรรดาพระเบญจภาคี ตามประวัติพระสมเด็จคลุมเครือ เพราะสร้างมาเรืื่อยๆตั้งแต่

ร้อยกว่าปีก่อน พิมพ์ก็แกะขึ้นจากหินสบู่ Soapstone  แล้วกดพิมพ์ทำนองการขึ้นลายโขน

ช่างที่แกะแม่พิมพ์ก็มีตั้งแต่ชาวบ้านไปถึงฝีมือแกะของช่างหลวง   อย่างหลวงวิจารณ์เจียรไนย  

พระสมเด็จมีมวลสารมาตราฐานที่ใช้ คือ น้ำอ้อย หินปูนเปลือกหอย กล้วยน้ำว้า และผงสมเด็จ

ซึ่งเกิดจากดินสอพองปั้นเป็นแท่งทำการเขียนยัต์พร้อมบริกรรม แล้วทำการลบเอาผงมาเขียน

ยันต์ตั้งแต่ อิธิเจ ,ตรีนิสิงเห,ปถมัง, มหาราชและพุทธคุณ ตามลำดับ สุดท้ายเป็นมวลสารมงคล

ตามสูตรท่านโดยมากจะเป็นมงคลตามธรราชาติ อย่างไม้ไก่กุก  ไคลเสมา  ดอกไม้และบัว

บูชาแห้ง   

พระสมเด็จจึงแยกแยะความเก่าตามอายุของเนื้อพระได้ตามสูตร ตามที่เซียนรุ่นเก่าๆชี้ง่ายๆ

ว่า เนื้อพระสมเด็จ คล้ายดั่งเล็บของเรา คือ  มองตาเปล่า จะดูแห้ง  แต่พอส่องกล้องต้องดูฉ่ำ

มัน ผิดกับพระปูนเก๊ที่ทำๆกัน จะแยกแยะได้ง่าย  

พระที่นำมาให้ชมกันนี้ เรียกกันว่าพิมพ์แหวกม่านเข่าบ่วง  เป็นพิมพ์ในยุคหลัง ที่ดังๆคือ

จากวัดทรงประมูล และหลวงปู่ภู ท่านก็มีสร้างอยู่   ในปี พ.ศ. 2509 สมเด็จพระพุฒาจารย์

(วน ฐิติญาโณ) อดีตเจ้าอาวาสในสมัยนั้นได้ มอบหมายให้พ่อท่านคล้ายวัดสวนขัันมาเป็น

เจ้าพิธี มวลสารคือ พระแตกหักของวัดระฆัง และวัดบางขุนพรหม นำมาบดทำ โดยด้านหลัง

ได้ทำเรืื่องขอ ตราประทับครั่ง ในพระบรมมหาราชวัง เป็นตราแผ่นดินเล็ก นั้นเอง

เนื่องจากผสมพระสมเด็จแตกหักมากเนื้อเมื่อถูกใช้จะหนึกเข้าสูตรสกุลพระสมเด็จ ...

ถือเป็นลูกหลานพระสมเด็จคือมีการจัดสร้างตามสูตรเดิมเนื้อหาจึงเข้าสกุลพระสมเด็จ

และ จะมีการใส่ผงสมเด็จที่เหลือเก็บ มา รวมถึงพระสมเด็จที่แตกหักยุบตำบดผสม

ในสมัยก่อนมีการจัดสร้างแบบนี้หลากหลายเช่น หลวงตาพัน หลวงปู่หิน หลวงปู่นาค

เป็นต้น เพราะมีใส่ผงเก่ามากเนื้อหามวลสาร จึงดูเก่าครบตามสูตร หนึกนุ่มเมื่อส่อง

หลังตราแผ่นดิน หากไล่ดูหลวงปู่นาควัดระฆังก็เคยกดพิมพ์หลังตราแผ่นดินในช่วงปี

พ.ศ. 2495  แต่ เป็นตราใหญ่ครับ

 

 

 

พระ

โดย chailasalle

 

กลับไปที่ www.oknation.net