วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โยกดีเอสไอขึ้นนายกฯ สกัดสามมิตร // เมื่อสมศักดิ์-สุริยะ เป็นรมต.ตีนลอย


สวัสดีครับ

         การบริหารจัดการกับค.ร.ม.อย่างเหมาะเจาะ แสดงถึงความเป็น 'มืออาชีพ' ของ'บิ๊กตู่' ได้อย่างดีครับ อย่างข่าว 'โยก"ดีเอสไอ"

ขึ้นนายกฯ สกัด"สามมิตร" ล่าสุดท้ายนี้

 

เจ้าของภาพ อนุกูล ทองมี จาก FB

 

คมชัดลึกออนไลน์

โยก"ดีเอสไอ"ขึ้นนายกฯ สกัด"สามมิตร"

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 - 12:40 น.
กระดานความคิด,กลุ่มสามมิตร,ดีเอสไอ,นายกฯ

คอลัมน์...  กระดานความคิด   โดย...  ร่มเย็น

          หลังจากชัดเจนแล้วว่า “กลุ่มสามมิตร” ได้โควตากระทรวงยุติธรรม โดย “สมศักดิ์ เทพสุทิน” นั่งเก้าอี้ รมว.ยุติธรรม  ก็มีข่าวตามมาทันควันจากทีมในทำเนียบรัฐบาล เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งโอนย้ายกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งปัจจุบันสังกัดกระทรวงยุติธรรม มาขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี   

          โดยให้เหตุผลอย่างเป็นทางการว่า การที่ดีเอสไอย้ายมาสังกัดสำนักนายกฯ จะสามารถสนองตอบนโยบายรัฐบาลได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากสายการบังคับบัญชาสั้นลง นายกฯ สั่งการได้โดยตรงไม่ต้องสั่งการผ่านรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง แล้วค่อยมาถึงระดับกรม ซึ่งจะทำให้ดีเอสไอ มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการปราบปรามอาชญากรรม


          อีกทั้งปัจจุบันหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย ที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่บังคับใช้กฎหมายคดีแพ่ง, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่บังคับใช้กฎหมายกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ  แต่ที่ขาดอยู่คือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคดีอาญา ดังนั้นถ้าย้ายดีเอสไอซึ่งเป็นหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายคดีอาญามาสังกัดสำนักนายกฯ อีกหน่วยงานหนึ่ง ก็จะทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์

          แต่ในทางการเมืองกลับมองว่าเป็นการกระชับอำนาจ “กลุ่มสามมิตร” ไม่ให้มีอำนาจมากเกินไป การย้ายดีเอสไอมาขึ้นกับสำนักนายกฯ ก็เพื่อรักษาอำนาจควบคุมงานสอบสวนคดีพิเศษไว้กับนายกฯ ต่อไป และไม่ให้ตกอยู่ในมือ “กลุ่มสามมิตร”

          เนื่องจาก ดีเอสไอ เป็นกรมใหญ่ เรียกได้ว่าเป็น “กรมตำรวจ 2" เลยก็ว่าได้ มีอำนาจในการทำคดีสำคัญระดับประเทศ  คดีผู้มีอิทธิพล  คดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน คดีที่เกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม รวมทั้งคดีที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง คดีเกี่ยวกับความมั่นคง 

          บางยุคบางสมัย ดีเอสไอถูกมองว่า ขาดความเป็นอิสระ นักการเมืองใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม

          อย่างไรก็ตาม ข่าวย้ายดีเอสไอจากกระทรวงยุติธรรมไปอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งโผล่มาในตอนนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ว่าจริงเท็จประการใด 

          เมื่อสอบถามเรื่องนี้ไปยังนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยระบุว่าไม่ทราบเรื่อง

          แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม บอกว่า เรื่องการโอนย้ายดีเอสไอที่ผ่านมาไม่เคยมีการศึกษาข้อดีและข้อเสียอย่างจริงจัง  เคยมีแนวคิดในการยกสถานะดีเอสไอจากหน่วยงานระดับกรม ขึ้นเป็น “ซูเปอร์กรม” เทียบเท่ากระทรวง ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดีดีเอสไอ และเกือบทำสำเร็จแต่ถูกรัฐประหารยึดอำนาจเสียก่อน 

          จากนั้นมีการเสนอความเห็นจากฝ่ายข้าราชการประจำไปยัง “รัฐบาล คสช.” ว่าเพื่อยกสถานะสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จึงขอให้ย้ายหน่วยงานทั้งสี่จากกระทรวงยุติธรรม ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ทำงานได้อย่างคล่องตัวมากกว่า

          แต่ในที่สุด “รัฐบาล คสช.” ตัดสินใจโอนย้ายไปเพียง ป.ป.ท.และ ปปง.เท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลต้องการเห็นผลงานในภารกิจปราบปรามและยึดอายัดทรัพย์คดีทุจริต จึงต้องการใช้อำนาจพิเศษของนายกฯ เป็นข้อสั่งการในการปฏิบัติหน้าที่

          นอกจากนี้ในช่วงที่มี สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งตั้งขึ้นตามรัฐธรรรมนูญ คสช. (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ก็มีแนวคิดที่จะปฏิรูปดีเอสไอเช่นกัน โดยมีรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ สปช. สรุปออกมาว่า ให้ “ยุบ” ดีเอสไอ และ “โอน” ไปเป็น “แผนก” ชื่อว่า “สำนักงานการสอบสวนคดีพิเศษ” โดยให้ไปขึ้นกับสำนักงานอัยการสูงสุด และยังเสนอให้มี “คณะกรรมการการสอบสวนคดีพิเศษ” ชื่อย่อว่า ก.พ.ศ. โดยมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. โดยมีอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นประธาน เพื่อเป็นหลักประกันความเป็นอิสระ “ปลอดจากการเมือง” เพราะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างจาก คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในปัจจุบัน ที่มีนายกรัฐมนตรี  ซึ่งเป็น “ฝ่ายการเมือง” นั่งเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป 

          ตลอด 17  ปี นับตั้งแต่ดีเอสไอก่อตั้งเมื่อปี 2545 ใน “สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร” ก็มีข่าวทำนองว่าจะมีการ “สังคายนา” หรือ “ปฏิรูป” อยู่เนืืองๆ แต่ก็เป็นแค่ข่าว ส่วนแนวคิดย้ายดีเอสไอไปขึ้นกับสำนักนายกฯ ที่ผ่านมาก็มีคนค้านว่า ทำให้การแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

          มาคราวนี้ก็เป็นข่าวอีกว่าจะย้ายไปอยู่กับสำนักนายกฯ ซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะเป็นจริงหรือไม่ หรือลงเอยเป็นแค่ข่าวเหมือนทีี่ผ่านๆ มา 

 

เมื่อ"สมศักดิ์-สุริยะ"  เป็นรมต."ตีนลอย"

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 - 11:25 น.
รักแผ่นดิน,สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์,สมศักดิ์ เทพสุทิน,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,สามมิตร

คอลัมน์...  รักแผ่นดิน  โดย...  ฅนไท   ที่มา : หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

          ไม่ใช่แค่ภาพ “หวานใส่กัน” ระหว่าง สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กับ สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่สร้างภาพโชว์สื่อว่า ยุติความขัดแย้ง หลังแย่งเก้าอี้พลังงาน ถึงขนาดสามมิตร ขุนพลพรรคในกลุ่มออกมาไล่ สนธิรัตน์ ออกจากเลขาธิการพรรค แต่แล้วถอยกันง่ายๆ ด้วยประกาศิตของ “ลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนเกิดภาพ แทบจะจูบปากกัน หลังสนธิรัตน์ ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาจากสหรัฐอเมริกา

          แต่ที่น่าสนใจต่อจากนี้ คือ ข้อตกลงภายในของผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ในสถานการณ์รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มีอยู่ประการหนึ่ง ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการแก้ปัญหา “การข่มขู่-ต่อรอง” ในเสียงโหวตในสภา ที่หมายถึงความมั่นคงของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นคือ ส.ส.บัญชีรายชื่อคนใดที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลจะต้อง “ลาออก” จากการเป็น ส.ส. เพื่อเลื่อนลำดับให้ ส.ส. ลำดับถัดไป คือ ตั้งแต่ลำดับที่ 20 เป็นต้นไป


          ดังนั้น 5 ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่ถูกวางตัวให้เป็นรัฐมนตรี อันได้แก่ ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1 สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 2 พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 3 สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 4 และ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 8 ต้องลาออกจากสถานะ ส.ส. และจะเลื่อนลำดับผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มาเป็น ส.ส.แทนได้แก่ พรชัย ตระกูลวรานนท์ ลำดับที่ 20 ยุทธนา โพธสุธน ลำดับที่ 21 ต่อศักดิ์ อัศวเหม ลำดับที่ 22  ชวน ชูจันทร์ ลำดับที่ 23 และภิรมย์ พลวิเศษ ลำดับที่ 24

          โดยธรรมชาติและอำนาจการต่อรองทางการเมืองของ “สามมิตร” ที่เคยปั่นป่วนพรรคจะเบาลง เพราะหัวขบวนอย่าง “สมศักดิ์-สุริยะ” หมดสภาพความเป็น ส.ส. อำนาจการต่อรองที่สุ่มเสี่ยงของนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จะดังแทน เพราะหากวันใดที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ปรับ ครม.และใน ครม.ใหม่ ไม่มีชื่อ “สมศักดิ์-สุริยะ” สถานะของทั้งสองหายไปจากคณะรัฐมนตรี และกลับไปเป็น ส.ส.ไม่ได้ ต้อง “ตีนลอย” อยู่ข้างสนาม จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่

          ในเมื่อหัวขบวน “ตีนลอย” มีหรือที่ “ซานตาคลอสสีเขียว” ที่เพิ่งกวาดต้อน ส.ส.เข้าคอก เพื่อสลายกลุ่มต่าง ๆ ในพรรคด้วยการ สนับสนุน “ปัจจัย” เป็นรายเดือน จะไม่รุกต่อ เพื่อสร้างความมั่นคงในเสียงพรรครัฐบาลที่อันตรายที่สุด

'มานัส อ่อนอ้าย'เร่งระบบคมนาคมเชื่อมภาคเหนือและอีสาน

วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 - 10:20 น.
พลังประชารัฐ,โชว์กึ๋น,มานัส อ่อนอ้าย,คมนาคม

'มานัส อ่อนอ้าย' เร่งระบบคมนาคมเชื่อมภาคเหนือและอีสาน คอลัมน์... โชว์กึ๋น

          “พลังประชารัฐ” ปักธงส.ส.ได้ทุกภูมิภาค

          “พิษณุโลก" คือจังหวัดที่เชื่อมภาคเหนือและอีสานเข้าด้วยกันและรัฐบาลมีแผนที่จะเชื่อมการจราจรจากตะวันออกสู่ตะวันตก รวมทั้งยังเป็นรอยต่อของชาติในอาเซียนเข้าด้วยกัน

          ดังนั้นเมืองสองแควถือเป็นจังหวัดหลักในภาคเหนือที่จะเป็นประตูในการเชื่อมไทยและเชื่อมอาเซียนเข้าด้วยกัน

          “มานัส อ่อนอ้าย”  อดีตส.จ.พิษณุโลก ที่อาสาชาวบ้านมาสมัคร ส.ส.นั้น มานัส สามารถปักธงผู้แทน พปชร. ในเขต 5 เมืองสองแควไว้ได้ โดยล้ม “นคร มาฉิม” ผู้แทนฯ หลายสมัยจากเพื่อไทยลงได้

          "อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ และอำเภอวัดโบสถ์ คือพื้นที่ในเขต 5 บทบาทของผมในรัฐสภาจะเร่งระบบคมนาคม เช่น นครไทยนั้นควรมีถนนเลี่ยงเมืองเพราะอำเภอนี้ถนนแคบมาก

          ขณะเดียวกันถนนที่จะเชื่อมภาคเหนือและภาคอีสานต้องผ่านจ.พิษณุโลก ตรงนี้ผมจะเร่งผลักดันเพราะการคมนาคมจะช่วยการกระจายสินค้าเกษตรไปขายในจังหวัดอื่นๆ และส่งขายชาติในอาเซียนได้อีกทางหนึ่ง”

          มานัส บอกว่า "พิษณุโลกมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถาน รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนับถือมากมาย รวมทั้งยังมีพื้นที่เกษตรกรรรม เป็นเมืองสถาบันอุดมศึกษา อีกทั้งมีสนามบินและสถานีรถไฟซึ่งรัฐบาลวางให้พิษณุโลกเป็นสถานีเชื่อมต่อหลัก

          ตรงนี้ต้องเร่งผลักดันให้พิษณุโลกพัฒนาในรอบด้านตามนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ผมและแกนนำพรรคไปรับปากชาวบ้านเอาไว้ให้ได้ โดยจะให้บทบาท ส.ส.ในการผลักดันสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านในพื้นที่และคนไทยทั่วทุกภาคได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ผมรับปากชาวบ้านไปดำเนินการให้มีผลเร็วที่สุด”

เปิดเบื้องลึก ผู้กองมนัส นั่ง รมช.เกษตร-หม่อมเต่า รมว.แรงงาน

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 - 05:40 น.
ผู้กองมนัส,ช่วยเกษตร,หม่อมเต่า

สะพัด "ผู้กองมนัส" นั่ง "รมช.เกษตรฯ" เหตุ ต้องการให้ ดีล "แกนนำเกษตรกร" หึ่ง "เทือก" วิ่ง จน "หม่อมเต่า" ควบ "แรงงาน"  

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อครม.ส่วนใหญ่เป็นไปตามโผ มีเพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้นคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ จากก่อนหน้านี้มีชื่อจะนั่งเป็นรมว.แรงงาน ทั้งนี้ เนื่องจากแกนนำรัฐบาลเห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส สามารถพูดคุยประสานทำความเข้าใจกับแกนนำกลุ่มเกษตรต่างๆ หากมีการชุมนุมเรียกร้อง และม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ที่ก่อนหน้านี้ในโผจะนั่งเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากช่วงสุดท้ายการจัดโผครม.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)ได้ พยายามต่อรองแกนนำรัฐบาล ขอให้คนของพรรคไปนั่งเก้าอี้รมว.แรงงาน ตามที่ต้องการแต่แรก โดยให้เหตุผลงานตำแหน่งรมต.ประจำสำนักนายกฯ ไม่ค่อยมีงานสำคัญที่จะไปสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคได้ 
         
     ขณะที่บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ได้เริ่มจัดเตรียมห้องในตึกภักดีบดินทร์ ไว้ให้ครม.ชุดใหม่ได้ถ่ายภาพทำบัตรประจำตัวรัฐมนตรีแล้ว 

 

'คสช.'แปลงร่างเข้า 'กลาโหม'

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 - 10:35 น.
ถอดรหัสลายพราง,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,กลาโหม,บิ๊กตู่,บิ๊กป้อม,พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

คอลัมน์... ถอดรหัสลายพราง โดย... พลซุ่มยิง

          หากต้องเผชิญทั้งศึกนอก-ศึกใน อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ การเข้ามาควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มาเป็นรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย 

          เหตุจากปัญหาสุขภาพ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ต้องรับบทหนักดูแลด้านความมั่นคงและงานการเมืองมาตลอด 5 ปี เริ่มส่งสัญญาณไม่ดีมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 หลังเข้ารับการผ่าตัดทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจและต้องไปตรวจเช็กสุขภาพตามวงรอบ รวมทั้งอุบัติเหตุจักรยานล้ม ยังส่งผลต่อกำลังขาไม่สามารถเดินได้เป็นปกติ


          การลดบทบาท “บิ๊กป้อม” เหลือเพียงตำแหน่ง “รองนายกรัฐมนตรี” ยังช่วยลดการตกเป็นเป้าโจมตีจากขั้วการเมืองตรงข้าม แม้ปัญหาสุขภาพไม่ได้ส่งผลต่อสติปัญญา ความจำ และการตัดสินใจ แต่หากต้องเจอสภาวะความกดดัน ความเครียดที่เกิดจากการตรวจสอบแบบเข้มข้นในเวทีสภาของฝ่ายค้าน หรือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในอนาคต ย่อมไม่ส่งผลดี

          การเฟ้นหาบุคคลจะเข้ามารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องให้ความสำคัญ เพราะนอกจากต้องทำงานสอดผสานกันแล้ว จะต้องเข้าใจกองทัพ ซึ่งในอดีตมี “นายกรัฐมนตรี” ที่เป็นทั้งทหารและพลเรือนควบตำแหน่งนี้มาแล้ว เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, นายชวน หลีกภัย, นายสมัคร สุนทรเวช, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

          แต่นั่นก็ไม่ใช่เครื่อง “การันตี” ว่า “นายกรัฐมนตรี” ควบ รมว.กลาโหม จะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หรือ คลื่นใต้น้ำในกองทัพ ดังที่เคยเกิดกับรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ถูกรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการททหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

          หรือแม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นทั้งนายกรัฐมนตรีหญิง และ รมว.กลาโหมหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่เชื่อกันว่า ความอ่อนโยนจะสามารถง้างความแข็งกร้าวทหารในกองทัพให้โอนอ่อนผ่อนตามเหมือนต้นไผ่ที่ลู่ไปตามลม แต่สุดท้ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ถูกรัฐประหาร โดย คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้น

          การเข้ามารับไม้ต่อ ดูแลงานกระทรวงกลาโหม ของ “พล.อ.ประยุทธ์” จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ในฐานะเคยเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้บังคับหมวด, ผู้บังคับกองร้อย, ผู้บังคับกองพัน, ผู้บังคับการกรม, ผู้บัญชาการกองพล, แม่ทัพภาค และผู้บัญชาการทหารบก ย่อมคุ้นเคยและเข้าใจกองทัพเป็นอย่างดี โดยเฉพาะความสัมพันธ์แนบแน่นกับ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก คนปัจจุบัน

          อีกทั้งยังส่งผลดีในการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายการเมืองและกองทัพ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดใหม่ราบรื่น โดยเฉพาะบทบาทของ คสช. ที่ต้องสิ้นสุดลงและไม่มีอำนาจตามมาตรา 44 เป็นเครื่องมือพิเศษ


          ต่อสถานการณ์การเมืองที่เริ่มเห็นเค้าลางความวุ่นวายและการเดินเกมทั้งในและนอกสภา รวมถึงปัญหาความไม่เป็นหนึ่งเดียวของพรรคร่วมรัฐบาลที่เกิดจากความไม่ลงตัวในการจัดสรรตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อาจส่งผลกระทบในระยะยาว การเข้ามาของ “พล.อ.ประยุทธ์” ในฐานะ รมว.กลาโหม นอกจากเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้เก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” แล้ว ยังพยุงเสถียรภาพของรัฐบาลให้มั่นคงยิ่งขึ้น


          เปรียบเสมือนการถ่ายโอนอำนาจ จากเก้าอี้หัวหน้า คสช. มาสู่เก้าอี้ รมว.กลาโหม  และใช้กลไกภายใต้การประชุมสภากลาโหม แทนการประชุม คสช. โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมเช่นเดิม

 ..................................................

 

'ชวน' แจ้งรัฐบาลนัดแถลงนโยบาย 23-24 ก.ค.นี้

'ชวน' แจ้งรัฐบาลนัดแถลงนโยบาย 23-24 ก.ค.นี้
11 กรกฎาคม 2562
 533

"ประธานสภาฯ" ยกพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม. ให้รับทราบร่วมกันนัดวันแถลงนโยบายรัฐบาล 23-24 ก.ค.ด้านหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย แถลงยื่นญัตติด่วนตั้งงคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบที่มาของ ส.ว.

ความคืบหน้าการประชุมสภาฯ ประธานสภาฯ ชวน หลีกภัย ให้รับทราบร่วมกันถึง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) และแจ้งในที่ประชุมว่า รัฐบาลอาจจะขอแถลงนโยบายในวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้

โดยก่อนหน้าเป็นวาระการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีทั้งสิ้น 194 ข้อ เกี่ยวกับข้อบังคับต่างๆในการประชุมสภาฯ ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่าง ที่สมาชิกต้องปฏิบัติตาม

"พาวเวล"ขวางการใช้สกุลเงินลิบรา

11 กรกฎาคม 2562
 

จนกว่าสามารถคลี่คลายปัญหาฟอกเงินในสหรัฐได้

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันพุธ(10ก.ค.) โดยแสดงความกังวลต่อสกุลเงิน ลิบราของเฟซบุ๊ก ขณะที่เตือนว่า แผนการออกสกุลเงินลิบราไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ จนกว่าจะคลี่คลายความกังวลที่เกิดขึ้น

"ผมไม่คิดว่าโครงการนี้จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ หากหน่วยงานต่างๆยังไม่มีความพึงพอใจต่อแนวทางที่บริษัทจะแก้ไขปัญหาการฟอกเงิน และเรื่องอื่นๆที่จะเกิดขึ้น ลิบราทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว, การฟอกเงิน, การคุ้มครองผู้บริโภค และเสถียรภาพทางการเงิน สิ่งเหล่านี้คือความกังวลซึ่งเราต้องรับมืออย่างถี่ถ้วน" นายพาวเวล กล่าว

นายพาวเวล ยังระบุว่า กระบวนการรับมือความกังวลดังกล่าวจะต้องดำเนินไปด้วยความอดทน และระมัดระวัง โดยไม่ใช่การเร่งรีบออกกฎระเบียบมาบังคับใช้

นายพาวเวล เปิดเผยว่า เฟดได้พบกับตัวแทนจากเฟซบุ๊กหลายเดือนก่อนที่บริษัทจะเปิดตัวสกุลเงินลิบราและเฟดได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อไขข้อข้องใจต่อสกุลเงินดังกล่าว นอกจากนี้ เฟดยังได้ร่วมมือกับธนาคารกลางแห่งอื่นๆทั่วโลกในการรับมือกับลิบรา

"เราสนับสนุนนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบในภาคบริการการเงิน ตราบใดที่เราสามารถควบคุมและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม" นายพาวเวล กล่าว

หวิดดับยกลำ! บินเดลต้าเครื่องยนต์บึ้มกลางเวหา

หวิดดับยกลำ! บินเดลต้าเครื่องยนต์บึ้มกลางเวหา
11 กรกฎาคม 2562
 1,006

เผยคลิปนาทีเขย่าขวัญ ขณะเครื่องบินสายการบินเดลต้าของสหรัฐ ประสบเหตุเครื่องยนต์ระเบิดไฟลุกกลางอากาศ (มีคลิป)

เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ค.) ว่า เหล่าผู้โดยสารบนเครื่องบินสายการบินเดลต้า แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 1425 พากันสวดมนต์ภาวนา บางส่วนถึงขั้นส่งข้อความทางมือถือบอกลาครอบครัว หลังเครื่องยนต์ตัวหนึ่งของเครื่องบินลำนี้เกิดระเบิดไฟลุกไหม้กลางอากาศ เคราะห์ดีที่ต่อมาสามารถลงจอดฉุกเฉินอย่างปลอดภัยในรัฐนอร์ทแคโรไลนาของสหรัฐ

“หลังจากเราได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ไม่นานเราก็เห็นควันลอยคลุ้งเข้ามาในห้องโดยสาร และตอนนั้นเองที่พวกเราเริ่มตื่นตระหนก เครื่องบินเริ่มช้าลงเล็กน้อย อากาศภายในห้องโดยสารเริ่มร้อน เนื่องจากเครื่องปรับอากาศหยุดทำงาน” น.ส.เอเวรี พอร์ช หนึ่งในผู้โดยสารให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเครือข่ายของซีเอ็นเอ็น

สายการบินเดลต้า แอร์ไลน์ส ระบุว่า เที่ยวบิน 1425 ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารเกือบ 150 คน ประสบเหตุเครื่องยนต์ตัวหนึ่งมีปัญหา ตอนกำลังมุ่งหน้าจากเมืองแอตแลนตาไปยังเมืองบัลติมอร์เมื่อวันจันทร์(8 ก.ค.) ที่ผ่านมา

คลิปวีดิโอที่ถ่ายไว้โดยผู้โดยสารคนหนึ่งพบเห็นกรวยจมูกเหล็กของเครื่องบินกำลังกระเด้งกระดอนอยู่ภายในเครื่องยนต์ตอนที่เครื่องบินกำลังบินอยู่ในระดับสูง

บรรดาผู้โดยสารเผยว่า พวกเขาขึ้นบินได้ราว 1 ชั่วโมง ตอนที่กัปตันแจ้งว่าเครื่องบินจำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉิน "ผมหยิบมือถือมาส่งข้อความหาแม่และบอกกับท่านว่า ผมรักท่าน" นายไทเลอร์ ครูเกอร์ แฟนของน.ส.เอเวรี พอร์ชเผย

โฆษกสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ ระบุว่า เครื่องบิน เอ็มดี-88 ลงจอดอย่างปลอดภัยเวลา 14.20น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติราลีห์-เดอร์แฮม รัฐนอร์ทแคโรไลนา

หลังจากลงจอด เหล่าผู้โดยสารได้จองตั๋วเที่ยวบินลำอื่นเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองบัลติมอร์

ส่วนเดลต้าเผยว่า ได้นำเครื่องยนต์ตัวใหม่มาใส่แทนตัวที่ขัดข้อง และเครื่องบินลำนี้สามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้งในช่วงเช้าวันพุธ (10 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

.......................................................

11 กรกฎาคม 2562

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net