วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บุคคลที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเชื้อไวรัสตับอักเสบบี


ตับเป็นอวัยวะภายในบริเวณท้อง ทำหน้าที่สำหรับในการกรองเลือดก่อนที่จะไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย การได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบซึ่งถ้ามีลักษณะเรื้อรังจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคตับแข็งและก็มะเร็งตับ อันเป็นต้นเหตุให้คนทั้งโลกเสียชีวิตถึงกว่า 780,000 คนต่อปี โรคนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นโรคติดเชื้อที่รุนแรงและจะต้องเฝ้าระวัง

ไวรัสตับอักเสบบี

เชื้อไวรัสตับอักเสบมี 5 ประเภทด้วยกัน

เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบเอ บี ซี ดี และอี โดยไวรัสที่คือปัญหาในบ้านพวกเรา ตัวอย่างเช่น ไวรัสตับอักเสบบีรวมทั้งซีไวรัสตับอักเสบบีนั้นติดต่อผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ป่วย}โรคนี้ (เลือดน้ำลาย อสุจิ แล้วก็น้ำหล่อลื่นจากของลับ) เช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบซีรวมทั้งดี ส่วนเชื้อไวรัสตับอักเสบเอแล้วก็อีนั้นจะติดต่อผ่านการรับประทานอาหารแล้วก็น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส แต่ ตอนนี้มีวัคซีนที่ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบจำพวกบีและก็ดีได้แล้ว

 

อัตราการเกิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

สถิติจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าทั่วทั้งโลกมีผู้ป่วย}โรคตับอักเสบเรื้อรังโดยประมาณ 300 ล้านคน รวมทั้งอย่างต่ำ 1 ล้านคนจะแปลงเป็นโรคตับแข็งรวมทั้งมะเร็งตับในที่สุด โดยคาดว่าแหล่งที่มีความชุกของการรับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีสูงที่สุดคือบริเวณเอเชียตะวันออก และแอฟริกาใต้ซาฮารา ซึ่งอาจมีประชาชนผู้ใหญ่ราว 5-10% ที่เป็นผู้ติดเชื้อ

 

ส่วนในประเทศไทยคาดว่ามีผู้ติดเชื้อเชื้อไวรัสตับอักเสบบีราวปริมาณร้อยละ 5 ของจำนวนประชากร หรือราวๆ 3 ล้านคน นอกจากนั้นยังพบว่าการได้รับเชื้อจำนวนมากเกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก

 

สาเหตุโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและก็สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง

เชื้อไวรัสตับอักเสบบี ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อไวรัสจำพวกอื่น รวมทั้งสามารถติดต่อได้ทางเลือด น้ำเชื้อ น้ำหล่อลื่น และก็สารคัดเลือกหลั่งต่างๆของร่างกาย โดยวิธีการกระจายเชื้อที่เกิดขึ้นได้ เช่น

 

  • การกระจายเชื้อจากแม่ไปสู่เด็กทารกตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์
  • การใช้เข็มร่วมกับผู้ป่วย}โรคนี้ หรือการใช้อุปกรณ์ฉีดยาที่แปดเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
  • โดนเข็มที่ปนเปื้อนเชื้อตำ
  • การได้รับเลือดหรือสารคัดหลั่งต่างๆผ่านทางการถ่ายเลือดหรือทางแผลเปิด
  • การใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ติดเชื้อ อาทิเช่น แปรงสีฟัน หรือใบมีดโกน เพราะเชื้อไวรัสตับอักเสบบีสามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างกายผู้ป่วย} ตามข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้เป็นระยะเวลานานยาวนานหลายสัปดาห์
  • การร่วมเพศกับผู้ติดโรคโดยไม่ป้องกัน

เชื้อไวรัสตับอักเสบบีไม่สามารถแพร่ผ่านอาหารและก็น้ำดื่ม (เว้นแต่ว่าของกินนั้นจะผ่านการบดมาก่อน ตัวอย่างเช่น แม่เคี้ยวของกินก่อนป้อนให้แก่ทารก)  

และไม่สามารถติดต่อผ่านวิธีต่างๆต่อไปนี้

 

  • การใช้ช้อนส้อมด้วยกัน
  • การให้นมบุตร
  • การกอด จูบ หรือประสานมือ
  • การจามหรือไอใส่

 

ลักษณะของโรคไวรัสตับอักเสบบี

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก โดยพบว่าช่วง 10-15 ปี แรกจะมีปริมาณเชื้อไวรัสสูงมากแต่มักไม่มีอาการอะไรก็ตามด้วยเหตุว่าเม็ดเลือดขาวยังไม่ทราบว่ามีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย จนถึงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เม็ดเลือดขาวจะเริ่มตรวจเจอและทําลายเซลล์ตับที่มีเชื้อไวรัสอยู่ ส่งผลให้เกิดลักษณะของสภาวะตับอักเสบเฉียบพลันได้ เป็น มีลักษณะอาการอ่อนเพลีย อาเจียน เจ็บใต้ชายโครงขวา มีไข้ต่ำ ตาเหลือง ตัวเหลือง รวมทั้งเยี่ยวมีสีเหลืองเข้ม ซึ่งผู้ป่วย}ที่มีอาการระยะเฉียบพลันนี้ได้โอกาสหายเป็นปกติมากถึง 90-95%

 

ส่วนคนที่มีอาการตับอักเสบแบบเรื้อรังมักจะไม่แสดงอาการใดๆก็ตามไม่เหมือนอาการระยะเฉียบพลัน และอาจมีผลการตรวจร่างกายปกติ จึงจำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งถ้าเกิดเซลล์ตับของผู้ป่วย}ถูกทำลายมากมายเข้า ก็จะทำให้เกิดโรคตับแข็ง ทำให้มีพังผืดในตับ แล้วก็กำเนิดโรคมะเร็งตับตามมาได้ พวกนี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้เสียชีวิตนั่นเอง

 

บุคคลที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

  • ผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องมาก่อน
  • ผู้ที่ร่วมเพศโดยไม่ป้องกัน
  • บุคลากรทางการเเพทย์ซึ่งต้องทำงานสัมผัสกับเลือดหรือบาดแผลของผู้ติดเชื้อไวัรัสตับอักเสบบีโดยตรง
  • คนที่เดินทางไปยังประเทศที่มีความชุกของโรคสูง
  • ผู้ป่วย}ที่ฟอกไตทางหลอดเลือดดำ
  • ผู้ป่วย}เบาหวาน

 

การรักษาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

อาการจากโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบแบบเฉียบพลันสามารถทุเลาลงไปได้เองเมื่อนอนพักอย่างพอเพียง แล้วก็กินอาหารที่มีสาระครบถ้วน แม้กระนั้นมีผู้ป่วย}บางรายมั่นใจว่าการกินน้ำหวานมากๆจะช่วยทุเลาอาการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งวิธีนี้ไม่ถูกต้อง แล้วก็แพทย์ไม่แนะนำ เพราะน้ำตาลจากน้ำหวานนั้นจะเปลี่ยนเป็นไขมันในตับ ทำให้ตับโตและจุกแน่นกว่าธรรมดา

 

ส่วนผู้ป่วย}ที่มีลักษณะเชื้อไวรัสตับอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งมักไม่แสดงอาการ แม้กระนั้นอาจตรวจเจอจากการตรวจร่างกาย แพทย์จะให้การรักษาโดยฉีดยาอินเตอร์เฟอรอน (Interferon) ให้ผู้ป่วย} โดยจำเป็นต้องฉีดเป็นเวลาต่อเนื่องกันขั้นต่ำ 4-6 เดือนก็เลยจะเห็นผล ผู้ป่วย}ราวๆ 30-40% มีลักษณะอาการอักเสบของตับแล้วก็จำนวนไวรัสลดลงจากการใช้วิธีนี้ อย่างไรก็ดี ตัวยาที่ใช้แพงออกจะสูงรวมทั้งมีผลข้างๆมาก การใช้ยาจำเป็นจะต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารเพียงแค่นั้น 

 

นอกเหนือจากยาฉีดอินเตอร์เฟอรอนแล้ว ยาอีกชนิดหนึ่งที่แพทย์บางทีอาจเสนอแนะให้ใช้ก็คือยาลามิวูดีน ซึ่งเป็นยาแบบรับประทาน มีประสิทธิภาพพอสมควรและส่งผลข้างๆน้อยกว่า แม้กระนั้นถ้าหากใช้ไปเป็นเวลานานๆอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ โดยมีโอกาสกำเนิดเชื้อดื้อยาได้ถึง 20% ตั้งแต่ในปีแรกที่ใช้ และจะมีการเสี่ยงเยอะขึ้นนอกนั้นยานี้จะใช้ไม่ได้ผลในผู้ป่วย}ที่มีการทำงานของตับธรรมดา หรือเป็นกลุ่มพาหะ

 

ดังนี้ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะช่วยต่อสู้กับโรคโดยผู้ป่วย}โรคนี้ควรงดเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกหมวดหมู่ หลบหลีกการใช้ยาโดยไม่จำเป็นออกกำลังกายเป็นประจำ และตรวจสุขภาพเสมอๆถ้าอยากรับประทานยาคุมกำเนิดสามารถกินได้ตามธรรมดา แล้วก็หากอยากได้มีบุตร คุณก็สามารถมีครรภ์ได้

 

Tags : ตับอักเสบบี

โดย moonless

 

กลับไปที่ www.oknation.net