วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymia) เป็นยังไง


โรคไบโพลาร์ หรือไบโพล่า (Bipolar Disorder) เป็น โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วที่ทำให้มีอารมณ์ซึมเศร้าในตอนหนึ่ง และมีอารมณ์ดีไม่ปกติในอีกตอนหนึ่งสลับกันไป โรคนี้ถือเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่จำต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ไบโพลาร์

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอารมณ์เปลี่ยนไปๆมาๆอย่างชัดเจน ระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (Major depressive episode) สลับกับตอนร่าเริงมากเกินธรรมดา (Mania หรือ Hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงบางทีอาจเป็นอยู่นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก็ได้ อาการของโรคจะก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยทั้งในด้านงานการ การประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมทั้งการดูแลตัวเองอย่างยิ่ง ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ 

 

ชนิดของโรคไบโพลาร์

โรคไบโพลาร์มีหลายแบบ แบ่งตามอาการรวมทั้งความรุนแรงได้เป็นจำพวกหลักๆดังต่อไปนี้

  • Bipolar I เป็นโรคไบโพลาร์แบบที่รุนแรงที่สุด

ผู้ป่วยจะมีอาการแบบอารมณ์ดีไม่เหมือนปกติอย่างต่ำ 1 ครั้ง แล้วก็อาการของโรคซึมเศร้าขั้นต่ำ 1 ครั้ง โดยมีลักษณะอาการทุกวันอย่างต่ำ 1 สัปดาห์ โดยอาการแบบอารมณ์ดีไม่เหมือนปกติ (มาเนีย) ของผู้ป่วย Bipolar I จะร้ายแรงกว่าลักษณะของผู้ป่วย Bipolar II มาก

  • โรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II 

โรคไบโพลาร์ชนิดนี้มักตรวจเจอภายหลังผู้ป่วยมีลักษณะของโรคซึมเศร้าแล้วขั้นต่ำ 1 ครั้ง ร่วมกับอาการมาเนียอย่างอ่อน (Hypomania) อย่างต่ำ 1 ครั้งเหมือนกัน โดยมีช่วงที่มีอารมณ์ปกติกั้นอยู่ระหว่างอาการซึมเศร้าแล้วก็อาการร่าเริงไม่เหมือนปกติ ภาวะอารมณ์ดีในโรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II จะมีไม่มากเท่า Bipolar I จึงมักจะรับการวินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอาการมาเนียอย่างอ่อนของผู้ป่วยมักถูกมองข้ามไป

  • โรคไบโพลาร์แบบ Cyclothymia 

เป็นโรคไบโพลาร์แบบอ่อน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cyclothymic disorder ผู้ป่วยโรคนี้จะมีลักษณะมาเนียแล้วก็ซึมเศร้าที่ร้ายแรงน้อยกว่าทั้ง 2 ชนิดข้างต้น

ไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymia) เป็นยังไง

โรคไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymic disorder หรือ Cyclothymia) มีลักษณะอาการราวกับโรคไบโพลาร์ทั่วๆไป เป็น ผู้ป่วยจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงสลับกันระหว่างสภาวะที่มีอารมณ์ร่าเริงเกินธรรมดา กับภาวะอารมณ์ซึมเศร้า โดยมีช่วงสั้นๆที่มีอารมณ์ปกติบ้าง

Cyclothymia กับไบโพลาร์ ต่างกันที่ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น 

ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะที่รุนแรงกว่า โดยในช่วงอาการแบบมาเนียนั้นจะเริ่มด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอิบ สุขสบายมากมาย กระชุ่มกระชวย รู้สึกว่าเป็นที่สุดของโลกนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเช่น ขับรถเร็ว เสพยาเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่มีลักษณะอาการมาเนียอาจไม่นอนติดต่อกันได้ถึง 2 วัน พูดเร็วขึ้น และเปลี่ยนแปลงหัวข้อสนทนาไปอย่างรวดเร็วและไม่เกี่ยวข้องกัน 

ในขณะที่ผู้ป่วย Cyclothymia จะมีสภาวะซึมเศร้าแล้วก็อาการมาเนียที่อ่อนกว่าไบโพลาร์ มีลักษณะน้อยกว่า และก็เกิดขึ้นในระยะที่สั้นกว่า อาการดูราวกับว่าเวลาปกติที่คุณผ่านวันที่ดีและวันที่ห่วยแตกสลับกันไป อาทิเช่น นอนลดน้อยลง พูดคุยมากเพิ่มขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเพิ่มมากขึ้น เพียงแต่ว่าจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆไปตลอด แทบจะไม่มีตอนที่อารมณ์ปกติเลย

อาการของโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

นอกเหนือจากอารมณ์แปรปรวนแล้ว ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ชนิดอ่อนยังอาจมีอาการอื่นๆในลักษณะต่อไปนี้

  • มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆมานานอย่างน้อย 2 ปี
  • อาการก่อให้เกิดผลเสียต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างต่ำ 1 ครั้งในช่วง 2 ปี
  • ตอนที่คุณไม่มีอาการหรือมีอารมณ์ธรรมดานั้นเกิดขึ้นน้อยกว่า 3 เดือนติดต่อกัน
  • อาการไม่ร้ายแรงถึงขั้นตรงเกณฑ์โรคไบโพลาร์

 

การรักษาโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

ผู้ป่วย Cyclothymia หลายๆคนสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่ต้องรักษา แต่ว่าคนที่อยู่รอบข้างก็ควรเฝ้าสังเกตดูลักษณะของผู้ป่วยด้วย เนื่องจาก 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วย Cyclothymia สามารถมีอาการร้ายแรงขึ้นกระทั่งกลายเป็นโรคไบโพลาร์ได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีคนภายในครอบครัวเคยเป็นโรคไบโพลาร์ ซึ่งจะมีการเสี่ยงเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งการป้องกันการพัฒนาจากโรค Cyclothymia ไปเป็นโรคไบโพลาร์นั้นทำได้ยาก แต่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมั่นใจว่าการเริ่มรักษา Cyclothymia ให้เร็วที่สุดสามารถป้องกันไม่ให้โรคนี้กลายเป็นโรคไบโพลาร์ได้

แต่ ณ ปัจจุบันไม่มีการรักษาที่แน่ชัดสำหรับโรค Cyclothymia แม้แต่ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ เช่น กลุ่มยาคุมอารมณ์ ก็ไม่อาจจะช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้เสมอไป 

การรักษาที่นิยมใช้เป็นการพูดคุยกันบำบัดรักษากับนักจิตวิทยา (Talk therapy) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยทำให้ตัวผู้ป่วยเรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง และก็เข้าใจถึงปัจจัยที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการเกิดขึ้นอีก เช่น อารมณ์ที่แปรปรวนนั้นเกิดขึ้นได้จากการนอนหลับไม่พอ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเดินทางผ่านโซนเวลาต่างๆนอกนั้น การบำบัดด้วยแสง (Light therapy) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้รักษาโรค Cyclothymia ได้

โดย moonless

 

กลับไปที่ www.oknation.net